
โรคเส้นเลือดขอดเป็นหนึ่งในโรคหลอดเลือดที่พบได้บ่อยในคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานาน เช่น บุคลากรทางการแพทย์ พนักงานขาย พนักงานบริการ รวมถึงผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเส้นเลือดขอด แม้หลายคนจะมองว่าเป็นเพียงปัญหาด้านความสวยงาม แต่ในความเป็นจริง เส้นเลือดขอดสามารถพัฒนาไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
นพ.ธนา ศิริเวช ศัลยแพทย์หลอดเลือด ให้ข้อมูลว่า เส้นเลือดขอดเกิดจากความผิดปกติของลิ้นในหลอดเลือดดำบริเวณขา ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดกลับสู่หัวใจ เมื่อระบบดังกล่าวทำงานผิดปกติ จะทำให้เลือดไหลย้อนและคั่งอยู่ที่ขา ส่งผลให้หลอดเลือดดำโป่งพอง และเริ่มเห็นเป็นเส้นเลือดชัดเจนบริเวณน่องและต้นขา
“หลายคนเข้าใจว่าเส้นเลือดขอดต้องเห็นเส้นเลือดโป่งชัดก่อนจึงจะถือว่าเป็นโรค แต่จริงๆ แล้วเส้นเลือดขอดสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ระยะที่ยังไม่มีเส้นเลือดโป่งให้เห็น อาการเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นกับขา อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคได้”
นพ. ธนา แนะนำว่า หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจประเมินหลอดเลือดดำตั้งแต่แรก
- ปวดขา หรือรู้สึกหนักขา โดยเฉพาะช่วงเย็น
- ขาบวม โดยเฉพาะบริเวณใต้เข่าลงไปและข้อเท้า
- เป็นตะคริวตอนกลางคืนบ่อย
- มีอาการแสบร้อน คันขา
- ผิวหนังบริเวณข้อเท้ามีสีคล้ำ
อาการเหล่านี้มักถูกมองข้าม เพราะหลายคนคิดว่าเกิดจากความเมื่อยล้าทั่วไป แต่หากปล่อยไว้นาน โรคอาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ผิวหนังอักเสบ หรือแผลเรื้อรังจากเส้นเลือดขอด ซึ่งรักษายากและใช้เวลานาน
ปัจจุบันการตรวจเส้นเลือดขอดสามารถทำได้อย่างแม่นยำด้วยการตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือด (Duplex Ultrasound) ซึ่งช่วยประเมินการไหลเวียนของเลือดและช่วยระบุจุดที่เกิดความผิดปกติได้อย่างชัดเจน ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
นพ.ธนา อธิบายว่า หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก การรักษามักไม่ซับซ้อน และช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้อย่างมาก
แนวทางการรักษาเส้นเลือดขอดในปัจจุบันมีหลายหลายวิธี เริ่มตั้งแต่
- การรับประทานยาช่วยการไหลเวียนของเลือดดำ
- การใส่ถุงน่องทางการแพทย์
- การฉีดยารักษาเส้นเลือดขอดฝอย
- การผ่าตัดเส้นเลือดขอดไร้แผล หรือการรักษาผ่านสายสวนหลอดเลือด เช่น เลเซอร์(Endovenous Laser Ablation:EVLA), คลื่นความถี่วิทยุ(RFA) หรือกาวทางการแพทย์(Endovenous glue closure)
เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นช่วยให้การรักษามีความแม่นยำ เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในเวลาไม่นาน
“หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่เครื่องมือหรือเทคโนโลยี แต่คือการประเมินโรคอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น และเลือกวิธีรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย”
อย่ารอจนมีแผล ควรพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณ
แพทย์เฉพาะทางศัลยแพทย์หลอดเลือดแนะนำว่า ผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ต้องยืนนาน น้ำหนักเกิน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นเส้นเลือดขอด ควรสังเกตอาการของตนเอง และเข้ารับการตรวจเมื่อเริ่มมีความผิดปกติ เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้ผลลัพธ์ดี ลดค่าใช้จ่าย และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
ผู้ที่ต้องการตรวจประเมินหรือปรึกษาเรื่องเส้นเลือดขอด สามารถเข้ารับคำแนะนำจากศัลยแพทย์หลอดเลือด นพ.ธนา ศิริเวช ได้ที่ คลินิกหมอธนาหมอขวัญ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยในระยะยาว ติดต่อไลน์ @thanakwanclinic หรือโทร 085-700-5132
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#เตอน #สญญาณเสนเลอดขอดทหลายคนมองขาม #นพ.ธนา #ศรเวช #ศลยแพทยหลอดเลอด


