ปตท. ศึกษาต้นแบบ CCS ที่ญี่ปุ่น ชูเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนกู้โลก พร้อมรับมือมาตรการภาษีสิ่งแวดล้อมโลก

0
0
ปตท. ลุยเทคโนโลยี CCS
ปตท. ลุยเทคโนโลยี CCS

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำโดยนายคงกระพันธ์ อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เดินทางศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเจาะลึกเทคโนโลยี Carbon Capture and Storage (CCS) หรือกระบวนการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแก้ไขปัญหาโลกร้อน

เจาะลึกโครงการ Tomakomai CCS ต้นแบบระดับโลก

ปตท. ได้เข้าเยี่ยมชมโครงการ Tomakomai CCS Demonstration Project ณ จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเป็นโครงการนำร่องแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ดำเนินการแบบครบวงจร โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้:

  • ประสิทธิภาพการกักเก็บ: สามารถกักเก็บคาร์บอนใต้ทะเลลึกได้แล้วกว่า 300,000 ตัน
  • ความปลอดภัยสูง: อัดฉีดคาร์บอนลงสู่ชั้นหินอุ้มน้ำเค็มที่ความลึก 1,000-3,000 เมตร พร้อมระบบตรวจวัดการสั่นสะเทือนแบบเรียลไทม์
  • เป้าหมายในอนาคต: อยู่ระหว่างการติดตามผลระยะยาวเพื่อขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ภายในปี 2573

3 ขั้นตอนหลักของเทคโนโลยี CCS

นายทานากะ จิโร จาก Japan CCS Co., Ltd. ได้อธิบายกระบวนการทำงานที่ครอบคลุม 3 ส่วนหลัก คือ:

  • 1. Capture: การแยกคาร์บอนจากแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรมให้มีความบริสุทธิ์สูงกว่า 99%
  • 2. Compression & Transport: การอัดก๊าซให้เป็นของเหลวภายใต้ความดันต่ำเพื่อขนส่งผ่านท่อหรือเรือ
  • 3. Injection & Storage: การฉีดกักเก็บในชั้นหินใต้ทะเลที่มีโครงสร้างคล้ายรังผึ้ง เพื่อการกักเก็บที่ถาวรและปลอดภัย

มากกว่าเรื่องสิ่งแวดล้อม คือความสามารถในการแข่งขัน

ในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับมาตรการ ภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) และการกำหนดราคาคาร์บอน ทำให้เทคโนโลยี CCS ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือดูแลสิ่งแวดล้อม แต่เป็น กลไกสำคัญในการรักษาขีดความสามารถทางการค้า ของประเทศและองค์กร

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับ การยอมรับของสังคม (Public Acceptance) ด้วยการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและสื่อสารกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ

ทิศทางของ ปตท. สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

นายคงกระพัน ย้ำว่าการศึกษาดูงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการแสวงหาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อบรรลุเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดยจะผลักดัน CCS ควบคู่ไปกับการลงทุนในพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ในอนาคต

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่