
ชาติพันธมิตรเมินจับมือทรัมป์ส่งเรือรบเข้า “ฮอร์มุซ” อียูชงโมเดล”ความริเริ่มทะเลดำ”เปิดทางขนส่งน้ำมัน
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ในตะวันออกกลางสถานการณ์โดยรวม โดยสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร รวมถึงจุดส่งออกน้ำมันดิบทางเกาะคาร์ก อย่างต่อเนื่อง ส่วนอิหร่าน โจมตีทางอากาศไปยังกลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ทั้งบริเวณท่าเรือและสนามบิน ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือสินค้าและเรือน้ำมัน ยังคงทวีความตึงเครียด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกร้องให้สาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาร่วมช่วยจัดการปัญหาในช่องแคบฮอร์มุซ และอาจเลื่อนการประชุมสุดยอดที่วางแผนไว้กับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนนี้ออกไปก่อน จีนควรเข้ามาช่วยด้วย เพราะจีนได้รับน้ำมันร้อยละ 90 จากช่องแคบนี้ ต้องการรู้จุดยืนของจีนก่อน
ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มแรงกดดันต่อพันธมิตรยุโรปให้ช่วยปกป้องช่องแคบฮอร์มุซด้วย เตือนองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต จะเผชิญกับอนาคตที่เลวร้ายมาก หากไม่ให้ความช่วยเหลือแก่สหรัฐ โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังเรียกร้องให้หลายประเทศ รวมถึงจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร เข้าร่วมแก้ปัญหาในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเปิดจุดยุทธศาสตร์สำคัญนี้ เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลกอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีประเทศพันธมิตรของสหรัฐตอบรับทรัมป์ในการจะส่งเรือรบไปช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ ทรัมป์ยังโพสต์ผ่านทางทรูธโซเชียลอ้างว่า อิหร่านใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เผยแพร่ข่าวปลอมว่าได้โจมตีเรือต่างๆ ในทะเลให้ดูเหมือนว่ากองทัพอิหร่านยังเข้มแข็งทั้งที่ถูกสหรัฐโจมตีอย่างหนัก และแท้จริงแล้ว เรือเหล่านั้นที่ถูกโจมตีไม่มีอยู่จริง ทั้งยังอ้างว่าข่าวที่อิหร่านโจมตีเครื่องบินเติมน้ำมันของสหรัฐ 5 ลำ ที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานนั้น เป็นข่าวปลอม และเครื่องบินเหล่านั้นยังใช้งานได้ปกติ
ขณะที่กองทัพอิสราเอลยังคงปฏิบัติการโจมตีอิหร่านและเลบานอนต่อไป พลจัตวาเอฟฟี เดฟริน โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) กล่าวว่า อิสราเอลจะดำเนินปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อไปอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์ เนื่องจากยังมีเป้าหมายหลายพันเป้าหมายอยู่ข้างหน้า ภายใต้การประสานงานกับพันธมิตรอย่างสหรัฐ โดยมีแผนการที่จะดำเนินการต่อไปจนถึงอย่างน้อยช่วงเทศกาลปัสกาของชาวยิว ซึ่งอีกประมาณ 3 สัปดาห์นับจากนี้
รอยเตอร์รายงานว่า นางคาจา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวขณะเดินทางไปถึงที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอียู ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ว่า ได้หารือกับนายอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เกี่ยวกับแนวคิดในการเปิดเส้นทางการขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาจใช้รูปแบบข้อตกลงแบบเดียวกับที่ช่วยนำธัญพืชออกจากยูเครนในช่วงสงคราม โดยชี้ว่าแนวคิดดังกล่าว จะใช้โมเดลข้อตกลงแบบเดียวกับ “โครงการริเริ่มทะเลดำ” (Black Sea Initiative)
นางคัลลาสกล่าวว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซอันตรายอย่างยิ่งต่อการจัดหาพลังงานให้กับเอเชีย และเป็นปัญหาสำหรับการผลิตปุ๋ยด้วย ซึ่งหากปีนี้ขาดแคลนปุ๋ย ก็จะเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร
นางคัลลาสกล่าวว่า รัฐมนตรีต่างๆ จะหารือกันถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงภารกิจของกองกำลังทางเรือขนาดเล็กของอียูในตะวันออกกลาง ที่เรียกว่า Aspides ปัจจุบันมุ่งเน้นการปกป้องเรือเดินสมุทรในทะเลแดงจากกลุ่มกบฏฮูตีของเยเมน และว่า การรักษาช่องแคบฮอร์มุซให้เปิดใช้งานได้ เป็นผลประโยชน์ของเรา ดังนั้น เรากำลังหารือกันด้วยว่าฝั่งยุโรปจะสามารถทำอะไรได้บ้างในเรื่องนี้
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#อยชงโมเดลความรเรมทะเลดำเปดทางขนสงนำมน #แกวกฤตชองแคบฮอรมซ


