
การดี ฝาก รบ.จับตาวิกฤตซ้อนวิกฤต ปมฝุ่น PM2.5-พลังงาน กระทบศก. พร้อมยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาแก้ฝุ่น
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. เวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นางการดี เลี่ยวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือขณะนี้ว่า มีความกังวลเพราะจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ กลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยเรื้อรัง และยังมีความกังวลที่เพิ่มขึ้น คือ สุขภาพระยะยาว เพราะเป็นภัยเงียบ และเป็นระเบิดเวลาที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน
นางการดี กล่าวต่อว่า ขอฝากถึงรัฐบาลให้เร่งจับตาภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต ที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะปัญหาพลังงานที่จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะจากตัวเลขสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ ยอดจองโรงแรมลดลงถึง 50% ซึ่งพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนจะมีการจองล่วงหน้า 2 สัปดาห์ จึงแสดงให้เห็นว่าไม่มีนักท่องเที่ยวจีนที่จองมาล่วงหน้า เพราะมีความเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของตนเองที่เกิดจากฝุ่น
นางการดี กล่าวด้วยว่า ปัญหาเรื่องฝุ่นเกิดขึ้นมานานนับ 10 ปีแล้ว แต่วันนี้ถือว่าเป็นวิกฤตเฉพาะหน้า ซึ่งจากการวิเคราะห์ของตนได้ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมของจิสด้า พบว่ามีจุดความร้อนเมื่อเปรียบเทียบปัจจุบันกับปีที่แล้ว เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เพราะฝุ่นที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือวิกฤตทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่ข้อมูลวันนี้พบว่าจุดความร้อนเกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างน่าตกใจ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเกิดจากการขาดแคลนพลังงานทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งหันไปใช้วิธีการเผาเช่นเดิม
“ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่มาแล้วไป แต่จะต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยวันพรุ่งนี้(1 เม.ย.) พรรคฯจะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญ เร่งแก้ไขปัญหานี้ให้เสร็จสมบูรณ์ และมองการแก้ปัญหานี้ในระยะยาวด้วย”นางการดี กล่าว
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังเห็นว่าปัญหาเรื่องฝุ่นมี 4 มิติ คือ 1.ต้องดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม 2.การจัดการการจัดการเกษตร 3.การจัดการสุขภาพ และ 4.มิติเศรษฐกิจในภาพรวม โดยจะมีการนำเสนอทั้ง 4 มิตินี้ต่อสภาฯ เพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้รัฐบาล ทุกคนจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเศรษฐกิจที่มั่นคงต่อไปได้ ไม่อยู่บนความเสี่ยงของคุณภาพอากาศ ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์
ดังนั้นต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ให้เป็นเรื่องของไฟไหม้ฟาง พูดกันเฉพาะในเรื่องฝุ่นเท่านั้น หรือเยียวยาระยะสั้น เพราะเรื่องฝุ่นมีสถิติการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร รวมทั้งการเกิดโรคเรื้อรัง ซึ่งประเทศไทยประสบปัญหานี้อยู่แล้ว และในภาวะที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และภาวะดิ้นรนทางเศรษฐกิจ สิ่งนี้จึงรุมเร้าเข้ามาซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล
เมื่อถามว่า มีกฎหมายที่บังคับใช้ในการแก้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ยังเกิดสถานการณ์ฝุ่นอยู่มองว่ามาจากสาเหตุใด นางการดี กล่าวว่า ต้องดูที่ต้นตอของปัญหาก่อน สภาพปัจจุบันมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น มีความชื้นลดลง แต่การจัดการภาครัฐหรือกฎหมาย แม้จะมีอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เข้าใจต้นตอของสาเหตุให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น พื้นที่เพราะปลูก การจะเคลื่อนย้ายขยะทางการเกษตรใช้ต้นทุนที่สูง
หากรัฐไม่แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ปัญหาก็จะกลับมาที่เดิม ไม่ใช่บังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว แต่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเห็นอกเห็นใจ จริงๆแล้วรัฐไม่ควรใช้กฎหมายเท่านั้นแต่ควรมีทางออกให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ทั้งแนวทางการกำจัดขยะทางการเกษตร ให้มีระบบวงจรและต้นทุนถูกลง
เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือควรจะมีส่วนร่วม ในการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง นางการดี กล่าวว่า เมื่อเป็นภาวะวิกฤตด้านสุขภาพไปแล้ว จึงอยากเห็นการสร้างที่พักพิงพิเศษเหมือนที่มีในต่างประเทศที่มีที่พักสำหรับอากาศร้อนเกินเหตุ ดังนั้นบ้านเราต้องมีพื้นที่สะอาด โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบางซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพระยะยาว
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#การด #ฝาก #รบ.จบตาวกฤตซอนวกฤต #ปมฝน #PM2.5พลงงาน #กระทบศก #พรอมยนญตตดวนดวยวาจาแกฝน


