
‘น้ำหวาน’ ใจอ่อน คืนดี ‘นาวิน ต้าร์’ กลับมาหวาน 100% ยอมรับตอนนั้นอารมณ์ชั่ววูบ -ฟาด ‘เกรียนคีย์บอร์ด’ อบอุ่นในโลกออนไลน์ ระวังเดียวดายหน้าบัลลังก์
ฝ่ามรสุมลูกใหญ่มาได้อย่างสวยงาม สำหรับคู่รัก นาวิน ต้าร์ และ น้ำหวาน พัสวี ที่ก่อนหน้านี้เคยออกมายอมรับว่าดราม่าที่ผ่านมาทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอนรุนแรงจนเกือบถึงขั้นหย่าร้าง
แต่ล่าสุดทั้งคู่ได้จัดงานฉลองครบรอบแต่งงาน 10 ปี (10th Anniversary) ณ FiFi_Socialclub Seenspace ทองหล่อ 13 พร้อมควงคู่ออกมาเปิดใจถึงสถานะความสัมพันธ์ตอนนี้ว่า เคลียร์ใจและกลับมาคืนดีกัน 100% แล้วเรียบร้อย
งานวันนี้ 10 ปี คอนเซปต์มันเป็นยังไง?
นาวินต้าร์ : “คอนเซปต์ก็คือ วันที่ 26 มีนาคม 2016 เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นวันครบรอบ 10 ปี Anniversary ในการแต่งงานของเราทั้งสองคนนะครับ แล้วเราก็อยากจะจัดงานขึ้นมางานหนึ่ง เพื่อเป็นการเลี้ยงฉลองความรักของเรา แต่ว่าในทุกๆ ช่วงเวลาที่เราเราผ่านอะไรกันมา ตั้งแต่เริ่มเจอคุณน้ำหวาน คบกัน แต่งงานกัน มีลูก มีลูกมากี่คนเนี่ย ก็จะมีคนที่คอยมาเป็นสักขีพยาน คอยให้กำลังใจ แล้วก็ส่งความรัก ส่งกำลังใจและพลังบวกมาให้เราเนี่ยตลอดเวลา สักขีพยานของเราก็คือแฟนคลับ
ดังนั้นเนี่ยวันนี้มันเลยเป็นงานคอมบาย ว่าเราจัดงานเลี้ยงเพื่อฉลองงานแต่งงานของเราเมื่อ 10 ปีที่แล้ว รวมกับแฟนคลับที่ให้กำลังใจเรามาตลอด ก็วันนี้ก็จะมีแต่ความสุข มีแต่พลังบวก เพราะว่าที่ผ่านมา ที่ผ่านมาช่วงก่อนหน้านี้ หลายคนก็น่าจะพอจะทราบถึงกระแสข่าวต่างๆ ที่มีเกี่ยวกับเราทั้งสองคน ก็อย่างที่ทราบกัน อย่างที่ทุกคนเนี่ยน่าจะรู้กันอยู่แล้ว ข่าวเดี๋ยวนี้ในโซเชียล มันออกไปได้หลายทางหลายแบบ ใช่ไหมครับ
แต่หลายคนก็พูดกันไปทางใดทางหนึ่ง ผมก็เห็นนะครับ มีแฟนคลับใหม่ๆ ขึ้นมาเยอะที่เราไม่รู้จัก แล้วก็บอกว่าเป็นแฟนคลับ แต่ว่าไม่เคยรู้จักเลยนะครับ แล้วก็มีความจงใจ ที่สร้างมาสร้างความเกลียดชัง สร้างความรบกวนใจกับทางตัวผม แน่นอนว่ารบกวนใจคุณน้ำหวาน ผมก็กวนใจด้วยนะครับ วันนี้เราก็รวบรวมแฟนคลับทุกคนที่เรารู้จักกันมา เพราะเรารู้จักแฟนคลับของเราดีอยูู่แล้ว ก็มีแต่น้องๆ ที่น่ารัก น้องๆ ที่คอยให้กำลังใจเสมอมา วันนี้ก็ได้มาเจออีกครั้ง เราก็แค่จะมาสนุกด้วยกันเท่านั้นเอง มายืนยันถึงความรักของเราที่เรามีให้กัน”
ความหวานกลับมาดีกันร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วใช่ไหม
น้ำหวาน : “ก็ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะตอนนี้ (หัวเราะ)”
นาวินต้าร์ : “เหรอ วันก่อนยังโกธรอยู่เลย (กอด) ถ้าร้อยเปอร์เซ็นต์ผมต้องจุดพลุฉลองแล้ว (หอมแก้มโชว์ หลังแฟนๆ เชียร์ให้หอม)
น้ำหวาน : “ก็คือปกติแล้วเนี่ยพี่ต้าร์เขาจะเป็นคนแบบ เหมือนมีความคิดเป็นของตัวเอง ทุกอย่างก็ต้องเป๊ะตามแนวแบบนี้ ตอนนี้น้ำหวานก็ดื้อค่ะ ดื้อเต็มที่เลย ไม่เอาอันนี้น้องจะเอาอย่างนี้ จากแต่ก่อนที่มันอยู่ด้วยกันโอเคเขาบ้าง เราบ้าง ตอนนี้ไม่ น้องจะเอาอย่างนี้ พี่ต้าร์ก็ยอมทุกอย่าง (หัวเราะ) ปกติพี่ต้าร์เขาจะมีความเป็นตัวของตัวเองค่ะ คือเขาจะมีแบบแผนว่าอันนี้มันต้องอย่างนี้นะ ไปอย่างนี้ไม่ได้ อะไรอย่างนี้ ตอนนี้น้ำหวานก็เลี้ยวออกตลอด (ยิ้ม)”
นาวินต้าร์ : “ช่วงนี้ง้อหนักมาก ง้อหนักมากจริงๆ (เขาหายโกรธ 100% แล้วใจฟูไหม?) ดีใจมากเลยครับ ไม่คิดว่าจะจะมีวันนี้ครับ (หัวเราะ) เราพยายามที่สุดนะครับ คืออยากจะบอกว่ามันมีเรื่องราวต่างๆ นะ ที่หลายคนมองเข้ามา เขาคิดว่าเราเป็นอย่างโน้น เขาคิดว่าเราเป็นอย่างนี้ แต่ว่าเรื่องของเราจริงๆ มันมีแค่เราสองคนที่เข้าใจกันดีนะครับ”
น้ำหวาน : “อันนี้ไม่จริงค่ะ คุณพ่อคุณแม่เราทั้งสองฝ่ายเครียดมาก ประชุมกันเองตลอดเวลา คุณพ่อคุณแม่เราเจอกันบ่อย มากกว่าเราเจอกันอีก”
นาวินต้าร์ : “ก็เรียกได้ว่ามีกำลังใจมาจากหลายทางนะครับ ทุกๆ ทาง กำลังใจบวกกับความกดดันด้วย (หัวเราะ)”
น้ำหวาน : “ใครกดดัน?”
นาวินต้าร์ : “จากคุณพ่อคุณแม่ผมเองนะครับ ก็คือเราสองคนที่เรารู้จักกันดีนะครับ แล้วมันเป็นเรื่องของเราสองคนจริงๆ ที่ไม่ได้มีความตั้งใจเลยนะครับ ไม่คิดว่าจะออกมาเป็นที่เรื่องสาธารณะขนาดนี้ แล้วออกมาในรูปแบบนี้ ผมก็อยากจะบอกว่า เราก็ทำดีที่สุดนะครับ ในทุกๆ เรื่อง กับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ผมก็พยายามที่จะมีสติ ตั้งสติให้ดี แล้วก็รู้ว่าหลายๆ อย่างมันมีขั้นตอนของมัน อย่างถ้าเราจะง้อภรรยาเนี่ย อาจจะต้องใช้เวลา”
มีคำมั่นสัญญาอะไรให้ภรรยาไหม?
นาวินต้าร์ : “เคยมีครับ แล้วก็เป็นคำสัญญาที่คำใหญ่มากเลย แล้วก็ทุกวันนี้คือต้องพยายามให้กำลังใจตัวเอง เพราะเราก็รู้สึกว่าบางครั้งอาจจะทำไม่ได้อย่างที่เราเคยพูดไว้ แล้วก็ยังเสียใจว่าบางครั้งเราทำไม่ได้ คือสัญญาที่ผมให้ไว้เนี่ย ผมเคยพูดว่า ผมอยากที่จะดูแลเขาเนี่ยในทุก ๆ ความรู้สึก ตอนนั้นที่พูดไปก็พูดไปอย่างที่ใจคิดนะครับ แต่คนเรา เราทำได้เท่าที่เราพูดใช่ไหม เราก็ต้องรักษาคำพูดของเราไว้ แน่นอนผู้หญิงคนนี้เขามีทุกความรู้สึก และแน่นอนว่าผู้ชายคนหนึ่ง อาจจะดูแลได้ไม่ครบ แต่ก็ให้รู้แล้วกันว่าเราพยายามที่สุด”
น้ำหวาน : “วันที่เขาบอกว่าเขาไม่ยอมปล่อยมือ ยังไงเขาก็ไม่ยอมปล่อย เขาจะรักษาครอบครัวนี้ไว้ พอเห็นในความหนักแน่นของเขาค่ะ เราก็เลยกลับมาคิดดูใหม่ คือตัวน้ำหวานเอง ก็รู้สึกเป็นอารมณ์ชั่ววูบในตอนนั้น”
นาวินต้าร์ : “วูบๆ วาบๆ (หัวเราะ)”
น้ำหวาน : “ก็พอได้ยินคำพูดนี้ เราก็หันกลับมาคุยกับตัวเองว่าแบบ อืม…เราอาจจะเหมือนให้ภาวะตรงนี้มันมารบกวนครอบครัวเรา ให้ความสำคัญมากเกินไป แต่มันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเจอมาก่อน พอไม่เคยเจอมาก่อน คราวนี้มันอาจจะรับมือยาก เพราะต้องบอกว่าใช้เวลากับพี่ต้าร์มา 10 ปี 80 เปอร์เซ็นต์ของการใช้ชีวิตร่วมกันคือการทำงาน แล้วทำงานร่วมกัน พี่ต้าร์ไปประชุมทั่วโลกพาน้ำหวาน เราไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ มันก็รับมือลำบาก เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าอันนี้ก็เป็นบทเรียนที่ดี ต่อไปถ้าเจอ อาจจะรับมือเก่งกว่านี้ (หัวเราะ)”
นาวินต้าร์ : “อ๋อ แน่นอนๆ (หัวเราะ) ขนลุกซู่เลยครับ”
หลังจากนี้มันจะเป็นทิศทางไหน หรือว่าคลี่คลายทุกอย่างแล้ว
น้ำหวาน : “คือถ้าในเรื่องครอบครัวเนี่ย ทุกอย่างก็เริ่มกลับเข้ามาในสภาวะปกติค่ะ แต่ถ้าเรื่องคดีความ อันนั้นก็เราใช้ที่ปรึกษากฎหมาย 3 ทีม ดูแลค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของพี่ต้าร์เอง”
นาวินต้าร์ : “คือเรื่องคดีความ ก็ดำเนินต่อนะครับ ดำเนินต่อตามที่เราตั้งใจไว้ ทีนี้เรามีทีมกฎหมายที่คอยช่วยดูแลด้านนี้ มันมีหลายด้านนะครับ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น มีด้านที่เกิดในห้องประชุม ด้านที่เกิดในโซเชียล โซเชียลนี่มีหลายจุดเลยนะครับ มีทั้งเอาเอาชื่อของผม แล้วก็ชื่อครอบครัวเรา รูป ไปแอบอ้างเพื่อเพื่อโปรโมตเว็บพนัน ธุรกิจสีเทา พวกนั้นเนี่ยก็จะต้องดำเนินการตามความผิดที่เขาทำ
เราก็ทำงานร่วมกัน ให้ความร่วมมือกับทางตำรวจไซเบอร์ ซึ่งทางตำรวจก็ให้ความช่วยเหลืออย่างดีเยี่ยม กับทีมทนายของเรา นอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลาย ๆ อย่างที่เป็นเรื่องของความคิดเห็น การพูดในเชิงข่มขู่ การพูดในเชิงดูหมิ่น หรืออะไรต่าง ๆ เราเก็บข้อมูลเอาพวกนี้ไว้หมด ดังนั้นเนี่ยมันก็จะต้องพิจารณากันเป็นคดีๆ แยกกันไปทีละเรื่องๆ”
น้ำหวาน : “เราปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายเลยค่ะ เพราะเหมือนตอนนี้เราออกจากจุดนั้นแล้ว แต่ก็เราเซ็นมอบอำนาจให้ทางที่ปรึกษากฎหมายดำเนินการดูแล ปิดทุกจุด ทุกกรณี แต่ความจริงแล้วเนี่ย เหมือนเรามูฟมาแล้วจากตรงจุดนั้น”
นาวินต้าร์ : “คือเรามูฟเร็วมากนะ”
น้ำหวาน : “มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะเอาเวลาที่มีคุณค่าในชีวิต คุณภาพชีวิตของเรา ไปอยู่ในจุดตรงนั้น คือน้ำหวานเองก็ผิด ตรงที่ให้ความสำคัญ แล้วก็ให้คุณค่ากับคนที่ไม่ควรได้คุณค่ามากเกินไป”
นาวินต้าร์ : “ไม่หรอก คือเวลาเรามีปัญหาอะไร เราเดินสะดุดก้อนหิน เราก็ต้องมองก้อนหินเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเราเจ็บ ดังนั้นเนี่ยความสำคัญทุกอย่างเนี่ย เราเรามันต้องให้หมดอยู่แล้ว แต่ในเรื่องความรู้สึกของเราสองคนเนี่ย คืออยากจะแจ้งตรงนี้เลย ว่าเราจบในเรื่องนี้ไปนานมากแล้ว อย่างที่คุณน้ำหวานบอกว่ามูฟออนไปนานแล้วเนี่ย มันหมายความว่าคุณน้ำหวานไม่ได้ไปสนใจในเรื่องนั้น มากไปกว่าการที่ไว้ใจทนาย และไว้ใจกระบวนการทางกฎหมาย ว่าเราจะปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินการไปในทางที่ถูกต้องนะครับ ตามทางที่เราคิดว่าเหมาะสมและถูกต้องกับเรา
เราใช้สิทธิ์ของเราอย่างเต็มที่ครับ เรามีกฎหมายเอาไว้ควบคุมการอยู่ร่วมกันในสังคมครับ ดังนั้นเนี่ยถ้าเราจะอยู่ร่วมกันในสังคมได้ ทุกคนต้องเคารพซึ่งกันและกันครับ เมื่อไหร่ที่แต่ละคนก้าวข้ามสิ่งนี้ไป แน่นอนว่ามันก็จะต้องมีผลกระทบตามมา แล้วเราก็มั่นใจว่ากฎหมาย จะช่วยทำให้เราได้ในสิ่งที่เราคิดว่ามันเหมาะสมแล้วกับสังคมเรา”
ตอนนี้ก็เหมือนมีกลุ่มแอบอ้างว่าเป็นแฟนคลับด้วย
น้ำหวาน : “น่าจะไม่ใช่แฟนคลับค่ะ เพราะว่าแฟนคลับเนี่ยน่ารัก แล้วพี่ต้าร์อยู่กันมาแบบ…”
นาวินต้าร์ : “ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่เลยนะครับ”
น้ำหวาน : “เอาที่น้องไปแจ้งความดีกว่า ไปเจอแอคหลุมค่ะ ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเนี่ย คนกลุ่มนั้นเนี่ย 50-60 เปอร์เซ็นต์ ที่เราสามารถตรวจสอบได้ ไม่ได้อยู่ในเมืองไทยนะคะ อยู่ในต่างประเทศแต่สามารถคอมเมนต์เป็นภาษาไทย แล้วก็ว่าเราได้ แต่บางทีเนี่ยการที่พี่ ๆ เพื่อน ๆ ในโซเชียล เห็นคนนี้ด่า แล้วไปร่วมด้วยช่วยกัน เขาซึ่งเป็นตัวต้นเรื่องที่เป็นคนคอมเมนต์ อาจจะไม่โดน เพราะอยู่ในเวเนซุเอลา เอกวาดอร์ หรืออะไรก็ไม่รู้ แต่คุณน่ะเข้ามาร่วมด้วยเนี่ย มันเป็นการที่เหมือนจุดพลุแล้วให้คนได้เห็น คนเห็นแสงก็เข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน อันนี้มันมันอาจจะเป็นอันตรายกับตัวเรา เพราะบางทีเราสนุกกับการไม่ห้ามนิ้ว
ซึ่งน้ำหวานว่าคนเราการที่เราไม่ได้รู้จักเขา แล้วคุณเห็นแค่มุมเดียวในการนำเสนอ หรือช่วงเดียวในคลิปนั้นๆ มันไม่สามารถตัดสินใครได้ แล้วอย่างน้ำหวานเนี่ย เพื่อนคนนี้อาจจะไม่ดีกับคน 100 คน แต่เขาดีกับเรา อันนั้นคือเพื่อนเรา คือสำหรับตัวน้ำหวานเอง น้ำหวานไม่อยากให้ใครมาตัดสินเราแค่ในคลิปบางคลิป ที่อาจจะเห็นว่าอย่างพี่ต้าร์อย่างเงี้ยเขาร้องเพลงให้แฟนคลับ ที่เป็นเพลงหมอลำ หรือเพลงภาษาอีสานอะไรสักอย่าง ทุกคนก็เข้ามาด่าแบบเอาใจแฟน ความจริงไม่ใช่ ร้องให้แฟนคลับหน้าไลฟ์เขาขอมา แล้วเราก็เล่นกัน
ซึ่งบางทีการสนุกปาก เขาเรียกว่า อบอุ่นในโลกออนไลน์ แต่เดียวดายหน้าบัลลังก์ อันนี้ไม่ค่อยดีนะคะ (หัวเราะ) คือขออย่ามาแบบอะไรกันเลย ถ้าอะไรที่ผ่านแล้ว ผ่านไปเถอะ แล้วเราเราอยู่ด้วยพลังบวก”
นาวินต้าร์ : “อย่างที่เล่าให้ฟังนะ ว่าเจอแฟนคลับใหม่ๆ เยอะเลยนะครับ แฟนคลับที่ไม่เคยเจอมาก่อนเลยนะครับ เพราะถ้าเจอมาก่อนอยู่แล้วเนี่ย รู้จักกันอยู่แล้ว”
น้ำหวาน : “เขาไม่ใช่แฟนคลับเรา ชัดเจน น้ำหวานเป็นคนชัดเจน อ้างว่าเป็นแฟนคลับ แล้วทำให้แฟนคลับเสื่อมเสีย ซึ่งแฟนคลับจริงๆ ดีทั้งนั้นเลย วันนี้เราเลยมาเหมือนกึ่งๆ หนึ่งคือขอโทษแฟนคลับ ที่เป็นถูกดึงเอาชื่อไปใช้ แล้วทำให้มันถูกมองไม่ดีค่ะ”
ตอนนี้ก็คือยืนยันรักกันร้อยเปอร์เซ็นต์
นาวินต้าร์ : “อ๋อ ร้อยเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่น้ำหวานเขายังไม่หายงอน ยังงอนอยู่ งอนเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะต้องไปเลี้ยงฉลองส่วนตัวเพิ่มเติมอีก เลี้ยงฉลองเพิ่มอีก เพิ่มจากตรงนี้อีก”
ส่วนลูกๆ ก็แฮปปี้กันหมดใช่ไหม
น้ำหวาน : “ใช่ค่ะ”
นาวินต้าร์ : “เขาเป็นเด็ก เขาจะซึมซับครับ บางทีเวลาผู้ใหญ่ทะเลาะกัน แล้วเด็กอยู่รอบๆ เนี่ย มันไม่ดีอยู่แล้วล่ะ เพราะตัวเขาเองเนี่ย เขาก็จะเกิดความสับสน ว่าเขาจะเข้าข้างใคร แล้วจะเห็นสิ่งไหน มันก็จะมีรีแอ็กชั่นหลายแบบ เราก็ต้องพยายาม ครอบครัวเราก็ต้องพยายามพยายามหลีกเลี่ยง ไม่ทะเลาะกันให้ลูกเขาเห็น ถ้าเราจะจะตีกันอะได้ ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าลับหลังลูกดีกว่าครับ เพราะว่าไม่ส่งผลดีกับเด็กเลย แต่ว่าแน่นอน มันไม่มีอะไรเพอร์เฟกต์ แต่เราก็ทำให้ดีที่สุดครับ”
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#นำหวาน #ใจออน #คนด #นาวน #ตาร #กลบมาหวาน #ยอมรบตอนนนอารมณชววบ


