
กรมพัฒนาธุรกิจ เพิ่มมาตรการคัดครองเริ่ม1 เม.ย. สกัดนอมินีทุนนอก ยึด ‘เกษตร-อสังหา-ท่องเที่ยว’
วันที่ 13 มีนาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมเตรียมออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสกัดการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) ต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เริ่มบังคับใช้มาตรการตรวจสอบเอกสารทางการเงินและแหล่งที่มาของเงินลงทุน ภายใต้คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางของกรมฯ ตั้งแต่ต้นปี 2569 ส่งผลช่วง 2 เดือนแรกหลังใช้คำสั่ง ทำให้การจดทะเบียนบริษัทในลักษณะดังกล่าวลดลงถึง 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนว่ามาตรการคัดกรองการถือหุ้นที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจน โดยมาตรการใหม่ มีเป้าหมายสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมายกับการรักษาบรรยากาศการลงทุนของประเทศ คาดว่าจะประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีและระบบวิเคราะห์ข้อมูลเข้ามาช่วยตรวจสอบ โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อคัดกรองบริษัทที่มีความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
” เรายังไม่พอใจ แม้มาตรการแรกจะช่วยลดความเสี่ยงของการใช้นอมินีได้ในระดับหนึ่งหรือลดลงถึง 66% แต่ยังพบช่องโหว่บางส่วนที่อาจเปิดโอกาสให้มีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติได้อยู่ กรมจึงเตรียมจะออกคำสั่งเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยเน้นการตรวจสอบฝั่งผู้ถือหุ้นคนไทยเป็นหลัก เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และคาดหวังมาตรการใหม่จะช่วยคัดกรองก่อเกิดนอมินีได้ 100% หรือให้เหลือน้อยที่สุด ” นายพูนพงษ์ กล่าว
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือจังหวัดเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา และสมุย ซึ่งมีการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังรวมถึงธุรกิจภาคเกษตรในพื้นที่อย่างจันทบุรีและราชบุรี ซึ่งพบการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกผลไม้และการแปรรูปสินค้าเกษตร
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กรมยังติดตามโครงสร้างการถือหุ้นของชาวต่างชาติในธุรกิจไทยอย่างใกล้ชิด พบว่าปัจจุบันมีบริษัทประมาณ 780,000 แห่งที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในสัดส่วนต่ำกว่า 50% ถือเป็นรูปแบบการร่วมลงทุนตามกฎหมาย โดยภาครัฐยังเฝ้าระวังกรณีอาจเข้าข่ายการใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ โดยเฉพาะในจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ชลบุรี เชียงใหม่ และระยอง ซึ่งธุรกิจจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และบริการรองรับชาวต่างชาติ ในบางพื้นที่ เช่น จันทบุรีและราชบุรี พบว่า การร่วมลงทุนมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจเกษตรและผลไม้
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีการหารือเชิงนโยบายเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงให้เข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย โดยอาจพิจารณาปรับกติกาการถือครองอสังหาริมทรัพย์ เช่น การกำหนดราคาขั้นต่ำของห้องชุด หรือการกำหนดเงื่อนไขด้านภาษีเพิ่มเติม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติและการไม่กระทบต่อกำลังซื้อของคนไทย
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#กรมพฒนาธรกจ #เพมมาตรการคดครองเรม1 #เม.ย #สกดนอมนทนนอก #ยด #เกษตรอสงหาทองเทยว


