ไม่ดูไม่ได้แล้ว ธนิต โสรัตน์ | เศรษฐกิจไทยเผชิญวิกฤตพลังงาน ครั้งใหญ่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ …

0
6

วิกฤตพลังงาน – ท่ามกลางความตึงเครียดสงครามอ่าวเปอร์เซีย (2026) เข้าสู่วันที่สิบ ความขัดแย้งทวีความรุนแรงและมีแนวโน้มยืดเยื้อ อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางลำเลียงน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียกระทบโรงกลั่นน้ำมันและก๊าซหลายแห่งในตะวันออกกลางได้รับความเสียหายจากการถูกถล่มจากโดรน ประเทศที่เป็นซัพพลายใหญ่ต่างลดกำลังการผลิตจนถึงหยุดการผลิต เช่น คูเวต บาห์เรน ยูเออี โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ปิดโรงกลั่นน้ำมันดิบใหญ่สุดและโรงผลิตก๊าซธรรมชาติใหญ่สุดของโลก ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งผ่านท่อก๊าซไปยังท่าเรือ “ยานบู” ในทะเลแดงแต่ปริมาณไม่มากส่งผลให้ซัพพลายพลังงานหายไป

ประเทศไทยพึ่งพาแหล่งน้ำมันจากตะวันออกกลางซึ่งอยู่ในอ่าวเปอร์เซียคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 53-57 การที่แหล่งพลังงานหายไปมากกว่าครึ่งกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งภาคการผลิต เกษตรกรรม ประมง โดยเฉพาะโลจิสติกส์-ขนส่งตลอดจนก๊าซ LPG และไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือน ผลที่ตามมาคือสินค้าอุปโภคและบริโภคและเงินเฟ้อจะสูง หากสงครามอ่าวเปอร์เซีย (2026) ยืดเยื้อเกินหนึ่งเดือนจะทำให้เกิดวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่สุดของประเทศ ก่อนหน้านั้นเคยเกิดในปี พ.ศ.2516/2517 ซึ่งเป็นสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มประเทศอาหรับมีการลดกำลังการผลิตและระงับการส่งออกทำให้น้ำมันขาดแคลน ราคาสูงขึ้น 4 เท่า ส่งผลให้เงินเฟ้อจากร้อยละ 6.9 พุ่งไปถึงร้อยละ 15.5 และปีต่อมาร้อยละ 24.3 วิกฤตพลังงานอีกครั้งในปี พ.ศ.2565 สงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง 100-140 USD/บาร์เรล ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทยติดลบสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 130,000 ล้านบาท จากภาระอุดหนุนดีเซลกว่า 422 ล้านบาท/วัน และรัฐสูญเสียรายได้ภาษีสรรพสามิตกว่า 178,100 ล้านบาทจากการลดภาษี

สถานะราคาน้ำมันตลาดโลก วันที่ 9 มีนาคม 2569 (เวลา 10.30 น.) ราคาน้ำมันตลาดนิวยอร์ก (WTI) ซึ่งเป็นตลาดสำคัญกำหนดราคาน้ำมันโลกจากราคาก่อนสงคราม 65.47 USD/บาร์เรล

(1 Barrel = 158.98 ลิตร) ราคาล่าสุด 115.49 USD/บาร์เรล ราคาเพิ่มขึ้น 50.22 USD/บาร์เรล คิดเป็นร้อยละ 76.4 ราคาน้ำมันตลาดดูไบ (Dubai Crude) เป็นตลาดน้ำมันดิบที่ผลิตและจำหน่ายในตะวันออกกลางซึ่งไทยนำเข้าเป็นหลักและใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาที่ซื้อขายในตลาดจร (Sport Market) ราคาก่อนสงครามอ่าวเปอร์เซียอยู่ที่ 68.23 USD/บาร์เรล ล่าสุดอยู่ที่ 100 USD เพิ่มขึ้น 31.77 USD/บาร์เรล คิดเป็นร้อยละ 41.56 (ช่วงเขียนบทความตลาดดูไบยังไม่เปิด)

สถานะราคาน้ำมันในประเทศ วันที่ 9 มีนาคม 2569 (เวลา 10.30 น.) ราคาน้ำมันขายปลีกเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 E20 ราคาหน้าโรงกลั่นช่วงก่อนสงคราม 16.8762 บาทต่อลิตร ล่าสุดปรับขึ้นไปอยู่ที่ 22.9928 บาทต่อลิตร สูงขึ้นลิตรละ 6.116 บาท คิดเป็นร้อยละ 36.24 ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนลิตรละ 4.030 บาท ทำให้ราคาขายปลีกปัจจุบันตรึงอยู่ที่ลิตรละ 28.34 บาท

ราคาน้ำมันดีเซล B7 ราคาหน้าโรงกลั่นก่อนสงครามอ่าวเปอร์เซียลิตรละ 18.9329 บาท ล่าสุดอยู่ที่ราคา 31.0537 บาท เพิ่มขึ้นลิตรละ 12.120 บาท คิดเป็นร้อยละ 64.02 เปรียบเทียบราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นประเทศสิงคโปร์ (SIMEX) อยู่ที่ 144.5 USD/บาร์เรล คิดเป็นเงินไทยประมาณลิตรละ 29.0 บาท กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนลิตรละ 11.730 บาท ทำให้ราคาขายปลีกปัจจุบันตรึงอยู่ที่ลิตรละ 29.94 บาท

ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นก่อนที่จำหน่ายในประเทศต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้แก่ ภาษีสรรพสามิต น้ำมันเบนซินลิตรละ 6 บาท และดีเซลลิตรละ 6.920 บาท, ค่าภาษี VAT และภาษีเทศบาลเบนซินลิตรละประมาณ 2.454 บาท และดีเซลลิตรละ 2.6507 บาท, ค่าการตลาดน้ำมันเบนซินลิตรละประมาณ 1.2913 บาท และดีเซลลิตรประมาณ 0.9956 บาท

ประเทศไทยใช้ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละ 65 ล้านลิตรต่อวันทำให้ต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนวันละ 803.5 ล้านบาท และน้ำมันเบนซินประมาณวันละ 32.01 ล้านลิตร ใช้เงินกองทุนน้ำมันอุดหนุน 129.0 ล้านบาท รวมกันใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณวันละ 932 ล้านบาท หรือเดือนละประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่า LPG ที่กองทุนน้ำมันอุดหนุน 1.1753 บาทต่อกิโลกรัม ราคาน้ำมันโลกขยับสูงอย่างรวดเร็วเกินความคาดหมายและสงครามอ่าวเปอร์เซียยังไม่มีท่าว่าจะยุติในเร็ววัน ประเด็นที่ตามมาคือเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงขึ้น 3-3.5 เท่า หากจะอุดหนุนราคาน้ำมันและ LPG คงต้องเตรียมเงินให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเคยมีประสบการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี พ.ศ.2565 ติดลบสูงถึง 132,671 ล้านบาท ส่วนมาตรการต่างๆ เช่น น้ำมันดีเซลจะตรึงราคาปัจจุบันไว้จนถึงวันที่ 17 มีนาคม 2569 หลังจากนั้นจะทยอยปรับจนถึง 33-35 บาท สำหรับ LPG จะตรึงราคาไว้ถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2569

ปัญหาวิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่น้ำมันแพงและเงินเฟ้อแต่ Short Of Supply คือขาดแคลนพลังงานเป็นวิกฤตระดับโลก จำเป็นที่ต้องเตรียมมาตรการรับมือ เช่น รณรงค์การประหยัดพลังงาน

ลดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า ส่งเสริมการทำงานที่บ้านและวันหยุดพิเศษทั้งภาครัฐและเอกชน การอุ้มราคาน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลอาจต้องให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมมิฉะนั้นก็จะใช้กันแบบเดิมๆ ไม่มีการประหยัด ถึงแม้ว่าจะมีสำรองน้ำมันจาก 2 เดือนไปถึง 3 เดือนแต่ราคาคงไม่นิ่งเพราะแหล่งซัพพลายตะวันออกกลางซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของแหล่งพลังงานหายไป บอกว่าไม่กระทบคงเป็นไปไม่ได้

ทุกภาคส่วนทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนคงต้องเตรียมรับมือโดยเฉพาะมาตรการกรณีฉุกเฉินที่คาดไม่ถึงสูงสุด (Worst Case Scenario) เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานซึ่งจะตามมากับวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ

ธนิต โสรัตน์
รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#ธนต #โสรตน #เศรษฐกจไทยเผชญวกฤตพลงงาน #ครงใหญสดในรอบ #ทศวรรษ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่