
การเปิดสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 วันแรก ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 เริ่มต้นเปิดฉากด้วยวาระการลงคะแนนเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกสองคน
ผลออกมาเรียบร้อยโรงเรียนภูมิใจไทย-เพื่อไทย ตามความคาดหมาย
ในกระบวนการนี้ พรรคประชาชนเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเข้าแข่งขันด้วย
เป็นการเสนอชื่อเข้าแข่งขันจากฝ่ายค้านตามธรรมเนียมปกติ
แต่จุดที่น่าสนใจกว่าคือผลคะแนนโหวต ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอีกสองพรรคการเมืองใหญ่ในซีกฝ่ายค้าน ณ ปัจจุบัน ได้แก่ กล้าธรรมและประชาธิปัตย์ เลือกจะ “งดออกเสียง” หรือไม่โหวตให้แคนดิเดตประธานสภาของพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง
หลายคนอาจตั้งคำถามขึ้นทันทีว่า นี่แสดงถึงภาวะ “ไร้เสถียรภาพ” ของฝ่ายค้านยุคใหม่หรือไม่?
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าถามกลับ คือ พรรคร่วมฝ่ายค้านจำเป็นต้องมี “เสถียรภาพ” ด้วยหรือ?
เพราะโดยส่วนใหญ่ นอกจากพรรคอันดับสองที่พ่ายแพ้ให้แก่พรรคชนะอันดับหนึ่งในสนามเลือกตั้งแล้ว พรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ในระบบสภาไทยก็มักเป็นพรรคการเมืองที่ถูกผลักไสออกมาจากขั้วรัฐบาล หรือไม่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมรัฐบาล
ดังนั้น การเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเป็นการรวมกันโดยมิได้นัดหมาย เป็นการรวมกันโดยมิได้มีเป้าประสงค์เดียวกันแต่แรก เป็นการรวมกันโดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางอุดมการณ์ร่วมกัน และเป็นการรวมกันเฉพาะกิจชั่วครั้งคราว
เมื่อพิจารณาเงื่อนไขเหล่านี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงไม่มี “เสถียรภาพ” อยู่แล้วโดยธรรมชาติของตัวเอง
แตกต่างจากพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะได้เดินหน้าบริหารประเทศไปได้ ด้วย “เสถียรภาพอันเป็นปึกแผ่น” ทั้งในเรื่องจำนวนมือ ส.ส. และการประสานงานภายในคณะรัฐมนตรี
ถ้าเช่นนั้น เราควรนิยามการงดออกเสียงไม่โหวตเลือกผู้เสนอตัวเป็นประธานสภา จากพรรคประชาชน ของ ส.ส. พรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ ว่าอย่างไรดี?
หากมองโลกในแง่บวก สิ่งที่ปรากฏตั้งแต่การเปิดสภาผู้แทนราษฎรวันแรก ก็คือ “ความแตกต่างหลากหลาย” ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตั้งแต่พรรคประชาชน กล้าธรรม ประชาธิปัตย์ เรื่อยไปจนถึงพรรคหนึ่งเสียงอย่างไทยภักดี ซึ่งต่างมีวาระ-จุดยืนเฉพาะของตนเอง
“ความแตกต่างหลากหลาย” ดังกล่าวนี่เอง ที่อาจทำให้กระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล “รัฐบาลภูมิใจไทย” มีคุณภาพสูงขึ้น จับทางได้ยากขึ้น ครอบคลุมครบถ้วนทุกมิติยิ่งขึ้น จนฝ่ายรัฐบาลต้อง “แก้เกม” ในหลายกระดานมากขึ้น
โดยสรุปแล้ว “คุณภาพที่หลากหลายของฝ่ายค้าน” น่าจะทำให้เวทีสภาผู้แทนราษฎร กลายเป็นเวทีประชันวิสัยทัศน์-ความเห็น-โวหารวาทศิลป์ที่เข้มข้นมากกว่าเดิม หลังจากแลดูอ่อนพลังเซื่องซึมลงไปพอสมควรในสภาชุดที่แล้ว จากการเปลี่ยนโจทย์-ข้ามขั้วทางการเมือง
ตราบใดที่พรรคร่วมฝ่ายค้านบางพรรคยังไม่ได้ปรารถนา-ปวารณาตัวอยากเข้าร่วมรัฐบาลแบบใจจะขาด จนหลงลืมการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของตนเองไป
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#สถานคดเลขท #ฝายคานท #หลากหลาย #โดย #ปราปต #บนปาน


