ด่วน! สัจธรรม อำนาจ เมื่อมีแรงกด ก็มีแรงต้าน สัจธรรม การเมือง

    0
    0

    ไม่ว่าการสังหารหองจูเปียน ไม่ว่าการสังหารพระนางโฮเฮา ภาพที่ปรากฏถือได้ว่าเหี้ยมโหด
    สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) พรรณนาออกมาว่า
    จึงเข้าลากนางโฮเฮามือหนึ่ง มือหนึ่งลากนางสนมออกไปที่ชาลา แล้วให้บู๋ซูตำรวจมัดนางโฮเฮากับนางสนมจนตาย
    นางสนมย่อมเป็นสนมของหองจูเปียน
    ขณะเดียวกัน เสร็จสำเร็จโทษพระนางโฮเฮากับพระสนมแล้ว จึงกลับเข้าไปจับหองจูเปียนไว้ จึงเอาสุราซึ่งใส่ยาพิษนั้นกรอกจนหองจูเปียนตาย
    แล้วให้เอาศพไปยังเสียนอกเมืองทิ้งสิ้น
    นี่ย่อมเป็นการลงมือด้วยความมุ่งมั่นเป็นอย่างสูงของลิยู ซึ่งรับคำสั่งจากตั๋งโต๊ะโดยตรง
    กระทำไปด้วยความโกรธและด้วยความอาฆาตระคนแค้น

    หากอ่านสำนวนแปล วรรณไว พัธโนทัย ก็จะประจักษ์ในความโกรธและความแค้นจากที่ตะโกนด่าด้วยเสียงอันดัง
    นี่ก็เนื่องจากความโกรธและความแค้นเช่นกัน
    “อ้ายโจรตั๋งโต๊ะ มึงบังอาจฆ่ากูแม่ลูก เทพเจ้าจะไม่เข้าข้างมึงเป็นอันขาด ส่วนอ้ายลิยูมึงช่วยมันสร้างเวร
    มึงจะต้องฉิบหายวายวอดทั้งโคตรแน่ๆ”
    ลิยูถูกด่าก็โกรธ เข้าฉุดกระชากลากตัวพระนางโฮเฮาด้วยมือทั้งสองเหวี่ยงร่างลงมาจากพระแกล
    แล้วสั่งให้บู๋ซูแขวนคอนางพระกำนัลแซ่ถาง
    แล้วให้เอาสุรายาพิษกรอกสังหารหองจูเปียนราชโอรสเสีย เสร็จแล้วกลับไปรายงานให้ตั๋งโต๊ะทราบ
    ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น “สัญญาณ”

    บทบาทของลิยู ด้านหนึ่ง จัดการตามที่ได้รับคำบัญชามา ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง ก็กลับมารายงานต่อตั๋งโต๊ะ ผลอันเนื่องแต่ปฏิบัติการนี้เป็นอย่างไร
    สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ระบุว่า
    ตั๋งโต๊ะมีความยินดีนัก ตั้งแต่นั้นตั๋งโต๊ะมีใจกำเริบ มิได้ยำเกรงผู้ใด บางทีเวลาค่ำเข้าไปนอนในที่พระเจ้าเลนเต้บรรทม
    แล้วทำอันตรายแก่นางห้ามทั้งปวง
    ครั้นอยู่มา ตั๋งโต๊ะคุมทหารยกไปเมืองหยงเซียแล้วให้ทหารหักเข้าไปในเมืองเก็บเอาทรัพย์สิ่งของ แล้วฆ่าผู้ชายเสียเป็นอันมาก จับเอาผู้หญิงมาไว้
    จึงให้ตัดเอาศีรษะคนซึ่งตายนั้นบรรทุกเกวียนกลับเข้ามาเมืองหลวง
    แล้วให้ร้องประกาศแก่ขุนนางและอาณาประชาราษฎรว่า “เรายกไปจับพวกโจรได้ ตัดเอาศีรษะมาเป็นอันมาก” แล้วก็ให้เผาเสีย
    จึงเอาทรัพย์สิ่งของแลหญิงชายทั้งนั้นแจกทหารทั้งปวง

    สํานวน วรรณไว พัธโนทัย ยอมรับว่า นับแต่นั้นมาตั๋งโต๊ะยิ่งกำเริบเสิบสานใหญ่เข้าลวนลามพวกสาวชาววังทุกคืนทุกวัน
    ทั้งยังบังอาจขึ้นนอนบนพระแท่นบรรทมด้วย
    อยู่มาวันหนึ่งในเดือนยี่ ตั๋งโต๊ะคุมทหารไปตรวจการณ์นอกพระนคร ครั้นมาถึงเมืองหลงเซีย
    พอดีเป็นเทศกาลซึ่งพวกชาวนาทำพิธีไหว้เจ้า มีผู้คนชายหญิงมาชุมนุมกันเนืองแน่น ตั๋งโต๊ะสั่งให้ทหารเข้าล้อมจับผู้ชายประหารเสียสิ้น แล้วกวาดทรัพย์สินเงินทองแล้วจับตัวผู้หญิงขึ้นบรรทุกรถ
    ให้ตัดหัวผู้ชายที่ตายพันกว่าคนห้อยไว้ข้างรถ
    แล้วนำขบวนกลับเข้าเมือง ประกาศว่า “ปราบกบฏมีชัยอย่างใหญ่หลวง” และแบ่งทรัพย์สินเงินทองกับผู้หญิงให้แก่ทหารทั้งปวงทั่วกัน
    หากตรวจสอบผ่านสำนวนแปล แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช ก็จะเห็น

    ฝ่ายต่งจั๋วกำเริบเสิบสาน ทุกคืนเข้าไปในวังหลวงเห็นนางในก็เข้าข่มขืน นอนบนเตียงของฮ่องเต้
    ชอบนำทหารออกนอกเมือง
    ครั้งหนึ่ง ไปเมืองหยางเฉิง เดือนสอง ชาวบ้านมีงานอยู่ ชายหญิงมารวมกัน ต่งจั๋วสั่งให้ทหารล้อมไว้
    ฆ่าผู้ชายตายทั้งหมด
    เอาผู้หญิงบรรทุกใส่เกวียน แขวนศีรษะไว้ที่เกวียนพันกว่าหัว กลับเข้าเมืองแล้วประกาศว่า
    “ฆ่าโจรได้ชัยชนะกลับมา”
    เอาศีรษะคนเหล่านั้นมาเผาที่นอกประตูเมือง เอาทรัพย์สิน ผู้หญิง ไปแบ่งกัน
    ไม่ว่าภาพที่ปรากฏผ่านสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ไม่ว่าภาพที่ปรากฏผ่านสำนวน วรรณไว พัธโนทัย ไม่ว่าภาพที่ปรากฏผ่านสำนวน แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
    ก่อเกิดคำถามถึงเจตนา ก่อเกิดคำถามถึงเป้าหมาย

    มองจากความจัดเจนปัจจุบัน คำตอบหนึ่ง ยืนยันความมั่นใจในอำนาจเมื่อสามารถ จัดการกับอดีตฮ่องเต้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
    ทั้งพระนางโฮเฮา ทั้งหองจูเปียน
    จึงไม่ลังเลที่จะสำแดงอำนาจอย่างชนิดบาตรใหญ่นั่นก็คือ เข้าไปนอนในแท่นพระบรรทมของพระเจ้าเลนเต้
    ลวนลามสาวชาววังด้วยความย่ามใจ
    ขณะเดียวกัน ก็เริ่มขยายกรอบขอบเขตสำแดงอิทธิพลไปยังแต่ละเมืองรอบนอกในนามของการตรวจราชการ
    ไปถึงที่ใดก็สำแดง “อำนาจ” ณ ที่นั้น
    นี่เป็นภาพที่สามารถเห็นได้ในยุคใหม่หลังจากเผด็จอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจโดยกระบวนการ “รัฐประหาร”
    การเข้าไปอยู่ในสถานะแห่ง “รัฏฐาธิปัตย์”

    สิ่งที่เกิดขึ้นภายในกระบวนการตรวจราชการของตั๋งโต๊ะนั้นน่าศึกษาอย่างเป็นพิเศษว่าสะท้อนสำนึกใดในทางความคิด
    เหมือนกับจะเป็นความคึกคะนองเมื่อ “อำนาจ” อยู่ในมือ
    ถามว่าขุนทหารและขุนนางที่สามารถยึดกุมและครองอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จจะเป็นเช่นนี้เสมอหรือไม่
    อาจเป็น อาจไม่เป็น แต่ส่วนใหญ่มักเป็น
    กระทั่ง เกิดบทสรุปว่าอำนาจก็ไม่แตกต่างไปจากยาเสพติด ใครได้ลิ้มลองแล้วก็มักจะติดใจ
    ติดใจจนต้องขยายกรอบและขอบเขต
    ภายในการลิ้มลองก็พยายามอย่างเต็มกำลังในการปรุงแต่งเพื่อสร้างความนิยมเพื่อความแข็งแกร่งแห่งอำนาจ
    ดังเช่นตั๋งโต๊ะกระทำ ณ เมืองหยงเซีย

    ที่ตั๋งโต๊ะสั่งทหารให้จับผู้ชายประหาร แต่ยังคงผู้หญิงเอาไว้ สะท้อนเป้าหมายและการสร้างเงื่อนไขให้กับเป้าหมาย
    นั่นคือ การบั่นศีรษะแล้วห้อยแขวนไว้รอบรถ
    ประกาศว่า คนจำนวนพันกว่าคนนั้นเป็นกบฏคิดร้ายต่อบ้านเมือง จากนั้น ก็เอาทรัพย์สิ่งของ ตลอดจนหญิงที่จับตัวมาแบ่งในหมู่ทหาร
    เป็นการเอาทรัพย์สิ่งของ และผู้หญิงเป็นบำเหน็จรางวัล
    คำถามก็คือ แต่ละปฏิบัติการของตั๋งโต๊ะได้รับเสียงชื่นชมหรือก่อความไม่พอใจให้เกิดขึ้น
    ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎของฟิสิกส์
    เมื่อมีแรงกด ก็ย่อมเกิดแรงต้าน


    ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

    #สจธรรม #อำนาจ #เมอมแรงกด #กมแรงตาน #สจธรรม #การเมอง

    ทิ้งคำตอบไว้

    กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
    กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่