ทรู คอร์ปอเรชั่น
ทรู คอร์ปอเรชั่น นำโดย ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ประกาศทิศทางเพื่อยกระดับองค์กรสู่การเป็น Telco-Tech Company ผ่านยุทธศาสตร์ 3 ปีที่เรียกว่า 4 Big Moves ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่ระบบ AI-First อย่างเต็มรูปแบบ
โดยจากการวิเคราะห์พฤติกรรมดิจิทัลในไทย ทรูมองเห็นโอกาสการเติบโตผ่านการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทยใน 3 ด้านหลัก:
- Digital Life: ผู้บริโภคยุคใหม่สวมบทบาทเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ใช้งานข้อมูลในทุกมิติของชีวิต
- Home and Business: บ้านและองค์กรมีความต้องการเทคโนโลยีอัจฉริยะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ภาคธุรกิจไทยมีความตื่นตัวเรื่อง AI สูงถึง 73% ทว่ามีการใช้งานจริงเพียง 18% ซึ่งเป็นช่องว่างทางการตลาดที่สำคัญ
- Nationwide Digital Growth: เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังขยายตัวไปสู่ระดับภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งกลุ่ม Digital Nomad ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในจังหวัดต่างๆ
รายละเอียดกลยุทธ์ 4 Big Moves
ยุทธศาสตร์ความสำเร็จในครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 4 เสาหลักประกอบด้วย:
- Experience: การเร่งพัฒนาเครือข่าย 5G บนคลื่นความถี่ 2300 MHz, 2600 MHz และ 1500 MHz เพื่อความครอบคลุมและคุณภาพการใช้งานสูงสุด พร้อมเพิ่มความเสถียรของระบบบรอดแบนด์ทรูออนไลน์เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้งาน
- Growth: การปรับแนวทางธุรกิจ B2C เพื่อชนะใจลูกค้าแบบครอบครัวผ่านบริการ Convergence ควบคู่ไปกับการขยายบริการ Beyond Connectivity เช่น TrueX และ True CyberSafe ส่วนในฝั่ง B2B ทรูทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านโซลูชันดิจิทัลผ่านกรอบ BASIC5 (Big Data, AI, Security, IoT, Cloud, 5G) ร่วมกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก
- AI: การกำหนดให้ AI เป็นหัวใจหลักในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่าย ทรูมุ่งเน้นนโยบาย Responsible AI เพื่อความโปร่งใสและจริยธรรมในการใช้งานข้อมูล พร้อมตั้งเป้าเสริมสร้างทักษะ AI ให้คนไทยจำนวน 12 ล้านคน
- People: การลงทุนพัฒนาศักยภาพพนักงานเพื่อรองรับโลกอนาคต บริษัทกำหนดเป้าหมาย Upskill พนักงานครบ 100% ด้านทักษะ AI ภายในปี 2569 พร้อมมอบทุนการศึกษาด้าน AI เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ในระดับสากล
โดยยุทธศาสตร์ 4 Big Moves สะท้อนถึงการปรับทิศทางทางธุรกิจที่น่าสนใจในหลายมิติ ดังนี้
1. การทิ้งตำราเล่มเก่า
ทรูตัดสินใจลดความสำคัญของสงครามราคาเพื่อแย่งชิงจำนวนเลขหมายรายบุคคล แนวทางใหม่เน้นการสร้างรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งาน (ARPU) ให้สูงขึ้นผ่านโมเดล Convergence การดึงสมาชิกทุกคนในบ้านเข้ามาอยู่ในระบบนิเวศเดียวกันช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระดับครัวเรือน บริการเสริมอย่าง TrueX สำหรับบ้านอัจฉริยะ และ True CyberSafe สำหรับความปลอดภัยไซเบอร์ ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือล็อกฐานลูกค้าให้เปลี่ยนใจไปหาคู่แข่งได้ยากขึ้น
2. AI ในฐานะหัวใจการดำเนินงาน
การนำ AI เข้ามาควบคุมโครงข่าย (Intelligent Network Operations) ส่งผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดของธุรกิจโทรคมนาคม ระบบนี้ช่วยให้การใช้พลังงานมีความแม่นยำตามการใช้งานจริงในแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกัน ระบบ Hyper-Personalization ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าแต่ละรายเพื่อนำเสนอโปรโมชันที่ตรงจุด วิธีการนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายและลดการรบกวนลูกค้าด้วยข้อเสนอที่ไม่จำเป็น
3. ยุทธศาสตร์ภูมิภาคคือ Blue Ocean
การอิ่มตัวของตลาดในเมืองใหญ่ทำให้ทรูต้องมองหาพื้นที่การเติบโตใหม่ทั่วประเทศ (Nationwide Digital Growth) ภูมิภาคต่างๆ กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง เช่น กลุ่ม Digital Nomad ในจังหวัดท่องเที่ยวที่ต้องการโครงข่ายคุณภาพสูงเพื่อการทำงาน รวมถึงการสนับสนุนสตูดิโอ Animation ในภาคเหนือ และแพลตฟอร์มบันเทิงในภาคอีสาน การเข้าไปวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่เหล่านี้ช่วยให้ทรูสามารถครองส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับท้องถิ่นก่อนใคร
4. วัฒนธรรมองค์กรคือปราการสุดท้าย
การกล้าตั้งเป้า Upskill พนักงาน 100% ภายในปี 2569 คือการส่งสัญญาณว่าองค์กรกำลังเปลี่ยนถ่ายสายเลือดให้กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีอย่างแท้จริง นอกจากนี้การมอบทุนการศึกษาด้าน AI สำหรับศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกาและจีนเป็นเสมือนการดึงเอาองค์ความรู้ระดับโลกมาฝังไว้ใน DNA ของบริษัท ความแข็งแกร่งด้านบุคลากรนี้เป็นข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยากและต้องใช้เวลานานในการสร้างขึ้นมา
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#อานเกม #ทร #คอรปอเรชน #กบแผนยทธศาสตร #Big #Moves #สการเปน #TelcoTech #เตมรปแบบ


