ในแวดวงการสะสมพระเครื่องโบราณ มีการกล่าวถึงการบูชาพระสมเด็จฯ ร่วมกัน 3 พิมพ์นิยม เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งเรียกว่าชุด “ใหญ่ ได้ ดี” โดยมีความหมายดังนี้
- ใหญ่: หมายถึง พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงใหญ่ (วัดระฆังฯ และวัดบางขุนพรหม)
- ได้: หมายถึง พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเส้นด้าย (เฉพาะวัดบางขุนพรหม)
- ดี: หมายถึง พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเจดีย์ (วัดระฆังฯ และวัดบางขุนพรหม)
ทำไมพิมพ์ทรงเส้นด้ายถึงพบมากที่สุด?
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้าย เป็นพิมพ์ที่พบเจอได้บ่อยพอๆ กับพิมพ์ทรงสังฆาฏิ ซึ่งทาง “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” วิเคราะห์ว่าเกิดจากลักษณะแม่พิมพ์ที่มีเส้นสายไม่ซับซ้อน ทำให้แกะพิมพ์ได้รวดเร็วและมีจำนวนบล็อกพิมพ์ย่อยมาก จึงมีการสร้างออกมาเป็นจำนวนมากทั้งกรุเก่าและกรุใหม่
การแบ่งพิมพ์ทรงย่อย 7 แบบ
ตามการแบ่งของนิรนาม แห่งนิตยสาร พรีเชียส สามารถแบ่งพิมพ์ทรงเส้นด้ายได้เป็น 7 พิมพ์ย่อย ได้แก่
- พิมพ์ใหญ่ (เส้นด้ายใหญ่)
- พิมพ์หูบายศรี
- พิมพ์ฐานแคบ
- พิมพ์แขนกลมเกศยาว
- พิมพ์แขนบ่วง
- พิมพ์แขนกว้าง
- พิมพ์อกตัววี
จุดสังเกตสำคัญและศิลปะการสร้าง
ลักษณะเด่นของพิมพ์ทรงเส้นด้ายคือ องค์พระประทับเอียงด้านซ้ายเล็กน้อย ซึ่งเป็นอิทธิพลจากการแกะแม่พิมพ์โดยเลียนแบบมาจากพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงใหญ่ โดยมีการผ่อนคลายทางพิมพ์ทรงให้เรียบง่ายขึ้น
แนวทางการพิจารณา “พิมพ์เส้นด้ายใหญ่”
สำหรับผู้ที่ศึกษาพิมพ์เส้นด้ายใหญ่ มีจุดสังเกตที่แตกต่างจากพิมพ์ใหญ่ตื้น ดังนี้
- รูปพระพักตร์: คล้ายคลึงกับพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ตื้น แต่ไม่มีหู
- ช่วงไหล่: หัวไหล่ซ้ายจะมีรอยยุบ ไม่นูนเด่นเท่าไหล่ขวา
- หน้าตัก: มีเนื้อนูนเด่นชัด และมีเส้นจีวรเชื่อมจากข้อศอกซ้ายถึงโคนหน้าตัก
- ฐานพระ: หัวฐานชั้นที่สองทั้งสองข้าง ไม่มีหัวสิงห์รองรับ ซึ่งต่างจากพิมพ์ใหญ่
- ลักษณะการนั่ง: ประทับบิดไปทางขวามือองค์พระประมาณ 15 องศา ในขณะที่ฐานตั้งตรง


