มาแรง! กระสอบ – กล่องพลาสติก – ไข่ ราคาพุ่ง กระทบร้านอาหารอ่วม กัดฟันทนได้ไม่เกิน3เดือน

    0
    0
    03 43
    03 43

    ร้านอาหารอ่วมต้นทุนพุ่งฉับพลัน

     นายสรเทพ สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า เดิมทีผู้ประกอบการร้านอาหารประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบรวดเร็วถึงเพียงนี้ แม้จะยอมรับว่ามีผลกระทบอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เนื่องจากภาครัฐเคยยืนยันว่าปริมาณน้ำมันยังเพียงพอใช้ได้ถึง 100 วัน รวมถึงมีสำรองก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) อย่างไรก็ตามปรากฏว่าเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซัพพลายเออร์เริ่มทยอยส่งจดหมายแจ้งปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างรวดเร็ว สร้างความตกใจให้กับผู้ประกอบการ

    นายสรเทพ กล่าวว่า ตัวอย่างที่เห็นชัดคือราคาข้าวสารที่มีการขอปรับขึ้น แม้จะเป็นสินค้าควบคุม โดยมีการอ้างถึงต้นทุนเม็ดพลาสติกสำหรับผลิตกระสอบบรรจุข้าวที่ปรับสูงขึ้นและขาดแคลน นอกจากนี้ มีการเช็คกับ ซัพพลายเออร์ เพิ่มเติมพบว่าสินค้าประเภทบรรจุภัณฑ์ เช่น กล่องอาหารพลาสติก มีแนวโน้มที่เตรียมปรับขึ้นราคาในเดือนถัดไปเช่นกัน แม้กระทั่งเครื่องดื่มอย่างเบียร์ก็จะมีการประกาศปรับขึ้นราคา โดยให้เหตุผลว่าต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งก็สงสัยว่าเบียร์ไปเกี่ยวข้องอย่างไร เช่นเดียวกับไข่ไก่ที่ปรับขึ้นราคาแผงละ 6 บาท

    หวั่นขาดทุนเข้าเนื้อ100%

    นายสรเทพ กล่าวว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรและวัตถุดิบต่าง ๆ ทยอยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ธุรกิจร้านอาหารมีโอกาสที่จะไม่รอดจากวิกฤต เนื่องจากครั้งนี้ถือว่าหนักกว่าทุกวิกฤตที่เคยเผชิญมา โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนพุ่งสูงจนไม่สามารถควบคุมหรือคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ขอใช้คำว่าสถานการณ์ในขณะนี้นอกจากจะทำให้ผลกำไรหายไปแล้ว ยังส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องประสบภาวะขาดทุนจนเข้าเนื้อตัวเองแบบ 100% อย่างแน่นอน

    “สินค้าเกษตรต่าง ๆ ทยอยขึ้นมาอีก ร้านอาหารไม่น่าจะรอดแล้วล่ะ มันจะหนักกว่าทุก ๆ วิกฤต เพราะว่าร้านอาหารถ้าเมื่อไหร่ที่ต้นทุนเอาไม่อยู่เนี่ย และไม่สามารถคาดการณ์ได้ ใช้คำว่ามันนอกจากกำไรหายแล้ว มันเข้าเนื้อแน่ ๆ 100%” นายสรเทพ กล่าว

    จองโฮสเทลเที่ยวสงกรานต์วูบ

    นายสรเทพ กล่าวว่า ขณะที่ผลกระทบด้านการท่องเที่ยว รู้สึกตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่แปลกใจเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริง โดยเฉพาะสถานประกอบการในแถบพระนครซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกลุ่มตลาดยุโรป พบว่าหลังจากเกิดสงครามเพียง 2 สัปดาห์ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างรวดเร็วจนเห็นได้ชัด โดยเฉพาะย่านถนนข้าวสารที่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการโฮสเทล พบว่าเดิมคาดการณ์จะมีการจองที่พักกลับคืนมา (Rebound) แต่ความจริงกลับไม่มีการจองใหม่เข้ามาเพิ่ม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ปกติควรจะมียอดจองล่วงหน้าเข้ามาแล้ว แต่ปัจจุบันยอดจองที่มีอยู่ในมือ (Booking on Hand) ของแต่ละโรงแรมกลับมีเพียง 30% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่ากังวลอย่างมาก เพราะเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แม้สถานการณ์จะไม่สู้ดีนักแต่ยอดจองล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเทศกาลควรจะอยู่ที่ประมาณ 50%

    นายสรเทพ กล่าวว่า ผลกระทบหลังจากนี้มองว่าจะขยายวงกว้างทั้งในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารและโฮสเทล เนื่องจากนอกจากจะไม่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่เข้ามาเพิ่มแล้ว กำลังซื้อของคนไทยเองก็เริ่มหดตัวลงจากการที่ประชาชนต้องประหยัดมากขึ้น ผลจากค่าครองชีพที่พุ่งสูง ทั้งราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อ ทำให้กำลังซื้อที่เดิมมีน้อยอยู่แล้วยิ่งหายไปมากกว่าเดิม

    ยืดเยื้ออีก2เดือนทยอยปิดแน่

    “ตั้งแต่เกิดสงครามมายอดขายในธุรกิจร้านอาหารตกลงไปแล้ว 30% เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก หากยอดขายตกแต่ต้นทุนคงเดิมยังพอประทังกำไรไว้ได้ แต่ขณะนี้ต้นทุนกลับสูงขึ้นด้วย หากสงครามยังยืดเยื้อต่อไปอีกเพียง 2 เดือน เชื่อว่าร้านอาหารจะพากันปิดตัว เพราะผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่มีกระแสเงินสด (Cash Flow) ประคองตัวได้เต็มที่เพียง 3 เดือนเท่านั้น” นายสรเทพ กล่าว

    นายสรเทพ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ช่วงสงกรานต์ 2569 คาดการณ์ว่าจะซบเซากว่าปีที่แล้วอย่างมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวยุโรปหายไปกว่า 50% จากปัญหาค่าตั๋วเครื่องบินที่พุ่งสูง 70-80% และการบินที่ต้องอ้อมพื้นที่ความขัดแย้ง ขณะที่ตลาดเอเชีย (จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน) คาดว่าจะเข้ามาน้อยกว่าปีที่แล้ว 25% สรุปภาพรวมนักท่องเที่ยวจะน้อยลงกว่าปีที่แล้วประมาณ 35% อย่างไรก็ตาม มองว่ายังมีโอกาสในวิกฤต โดยคาดว่าคนไทยจะเที่ยวต่างประเทศน้อยลง 50% และเที่ยวต่างจังหวัดน้อยลง 50% เนื่องจากปัญหาราคาน้ำมันดีเซลและการหาเติมน้ำมันได้ยากในต่างจังหวัด ส่งผลให้คนไทยจะอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้นในช่วงสงกรานต์ปีนี้

    ประหยัดพลังงาน-คุมเงินสด

    นายสรเทพ กล่าวว่า เพื่อประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤต ทางชมรมฯได้วางนโยบายรับมือ 5 ข้อหลัก ดังนี้ 1. บริหารจัดการซัพพลายเออร์ ต้องคุยกับฝ่ายจัดซื้อเพื่อวิ่งหาซัพพลายเออร์เจ้าใหม่มาเปรียบเทียบราคา หากเจ้าไหนปรับราคาขึ้นต้องหาของทดแทนมาเสริมทันที 2.ลดการสต็อกสินค้า ปรับจากการสต็อกของ 2-3 วัน เป็นการสั่งวันต่อวันและขายให้หมดพอ เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ปริมาณลูกค้าล่วงหน้าได้เหมือนปกติ 3. มาตรการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะระบบระบายอากาศ ฮู้ดดูดควันซึ่งกินไฟมาก ให้ปิดทันทีที่ทำอาหารเสร็จ จะเปิดเฉพาะเมื่อมีออเดอร์ผัดที่มีควันเยอะเท่านั้น พร้อมจัดโซนนิ่ง (Zoning) ให้ลูกค้านั่งรวมกันฝั่งเดียวเพื่อปิดแอร์อีกฝั่งในช่วงที่ลูกค้ามีน้อย และก๊าซหุงต้ม โดยเน้นย้ำให้ปิดก๊าซทันทีหลังทำออเดอร์เสร็จ และวางแผนการต้มในปริมาณมากเพื่อความประหยัด ไม่ควรต้มทีละน้อยบ่อยครั้ง

    นายสรเทพ กล่าวว่า 4. การบริหารการเงินและบัญชี เจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อขอยืดเครดิตเทอม (Credit Term) จาก 30 วัน เป็น 45 วัน หรือ 60 วัน เพื่อประคองกระแสเงินสด (Cash Flow) ไว้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน 5. การบริหารแรงงาน ขณะนี้หลายภาคส่วนเริ่มชะลอการจ้างงาน ก็อาจไม่จ้างเพิ่มแล้ว หยุดก่อน มองว่าจากนี้จะมีผลกระทบภาคสังคมคือคนจะตกงานมากขึ้น ภาคธุรกิจร้านอาหารจะไม่มีการจ้างงานกลับมาชดเชยที่ออกเก่าหรือจ้างใหม่

    จี้รัฐลดภาษีดีเซล2บาท

    นายสรเทพ กล่าวว่า ขอฝากการบ้านถึงรัฐบาลใน 2 ประเด็นสำคัญ 1.สร้างความเชื่อมั่นด้านพลังงาน รัฐบาลต้องหาทางนำน้ำมันไปเติมตามปั๊มต่างจังหวัดที่ปิดตัวลงให้ได้ก่อน สิ่งเดียวที่รัฐบาลทำได้คือต้องสร้างความมั่นใจ โดยหาต้นตอว่าน้ำมันที่ต่างจังหวัดมันหายไปไหน ที่บอกว่าใช้ได้ถึง 100 วัน น้ำมันมันหายไปไหน จะอ้างว่าประชาชนตื่นตระหนกไปเติมเพิ่มมันไม่ใช่คำแก้ตัว 2.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด่วน ขอเสนอให้ใช้มาตรการลดหย่อนภาษี (Easy E-Receipt) สำหรับโรงแรมและร้านอาหาร เพื่อดึงกำลังซื้อจากกลุ่มคนในระบบภาษีให้ออกมาใช้จ่ายในช่วง 1 เมษายน ถึง มิถุนายนนี้

    นายสรเทพ กล่าวว่า นอกจากนี้ ขอเสนอให้รัฐบาลลงพื้นที่ควบคุมราคาสินค้าเกษตรและวัตถุดิบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอาหารทะเล (Seafood) ที่เสี่ยงปรับราคาขึ้นหากเรือประมงขาดแคลนน้ำมัน และเรียกร้องให้รัฐบาล ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 2 บาท เพื่อให้ราคากลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาต้นทุนการขนส่งที่ต้นเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด


    ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

    #กระสอบ #กลองพลาสตก #ไข #ราคาพง #กระทบรานอาหารอวม #กดฟนทนไดไมเกน3เดอน

    ทิ้งคำตอบไว้

    กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
    กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่