
คนไทย “รับกรรม” จ่ายดีเซลเกิน 30 บาท/ลิตร : “เหตุฉวยโอกาสและบริหารไม่ดี”
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช รองศาสตราจารย์ นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ได้วิเคราะห์สถานการณ์ ราคาน้ำน้ำมัน โดยระบุว่า
1.น้ำมันตะวันออกกลางสำคัญแค่ไหน : ผลิตน้ำมันวันละ 30% ส่งออก 25% ของโลก
โลกผลิตน้ำมันวันละ 106 ล้านบาร์เรล และส่งออก 45 ล้านบาร์เรล ประเทศตะวันออกกลางผลิตวันละ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งออกวันละ 25 ล้านบาร์เรล ใช้ในประเทศ 5 ล้านบาร์เรล โดย 20 ล้านบาร์เรลส่งออกทางช่องแคบฮอร์มุช และที่เหลือส่งออกทางท่อที่สำคัญ คือท่อน้ำมันของซาอุฯ (East West Oil Pipeline) ระยะ 1,200 ไปสู่ท่าเรือ Yanbu ในทะเลแดง และท่อน้ำมัน Fujarah ของ UAE ที่ออกทางอ่าวโอมาน ระยะทาง 400 กม.
ตารางที่ 1 ภูมิภาคที่ผลิตน้ำมันโลก 2025
| ภูมิภาค | ผลิต (ล้านบาร์เรล/วัน) | สัดส่วน (%) |
| อเมริกาเหนือ | 31.8 | 29.90 |
| ตะวันออกกลาง | 31.0 | 29.10 |
| ยูเรเชีย | 13.6 | 12.80 |
| เอเซีย-แปซิฟิก | 9.4 | 8.90 |
| อเมริกากลางและใต้ | 8.9 | 8.40 |
| อัฟริกา | 7.6 | 7.20 |
| ยุโรป | 4 | 3.70 |
| รวมโลก | 106.3 | 100 |
ที่มา : รวบรวมโดย อัทธ์ พิศาลวานิช
2.ไทยพึ่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมากสุด 60% นำเข้าจากอเมริกาเหนือพุ่ง 5,000%
ใน 1 ทศวรรษที่ผ่านมา (ปี 2016-2025) ไทยนำเข้าเพิ่มจาก 320 ล้านบาร์เรล เพิ่มเป็น 354 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้น 34 ล้านบาร์เรล หรือเพิ่ม 10.6% ไทยนำเข้าจากตะวันออกกลางมากสุด สัดส่วน 60% (ทั้ง 2 ช่วงเวลา) ในปี 2025 นำเข้าจากอเมริกาเหนือ (จากสหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นมากกว่า 50 ล้านบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้น 5,244 % ในขณะที่ไทยนำเข้าลดลงจากอาเซียน ประเทศตะวันออกกลางที่ไทยนำเข้าน้ำมันมากสุดคือ UAE ตามด้วยซาอุ ส่วนประเทศในอเมริกาเหนือที่ไทยนำเข้ามากคือ สหรัฐฯ ส่วนในอาเซียนมีการนำเข้าทั้งจากมาเลเซียและอินโดนีเซียในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน
ตารางที่ 2 : การนำเข้าน้ำมันดิบของไทย ปี 2016 กับ 2025
| ภูมิภาค | 2016 | 2025 | ||
| ปริมาณ (บาร์เรล) | สัดส่วน (%) | ปริมาณ (บาร์เรล) | สัดส่วน (%) | |
| ตะวันออกกลาง | 206,766,000 | 64.60 | 212,789,000 | 60.00 |
| อเมริกาเหนือ | 1,002,000 | 0.30 | 53,534,000 | 15.10 |
| อาเซียน | 62,328,000 | 19.50 | 50,264,000 | 14.20 |
| แอฟริกา | 4,856,000 | 1.50 | 22,745,000 | 6.40 |
| อื่น ๆ | 45,171,000 | 14.10 | 15,053,000 | 4.30 |
| รวม | 320,123,000 | 100 | 354,385,000 | 100 |
หมายเหตุ : ตะวันออกกลาง: UAE, Saudi Arabia, Qatar, Kuwait, Iraq, Oman อเมริกาเหนือ: United States อาเซียน: Malaysia, Indonesia, Brunei, Viet Nam แอฟริกา: Nigeria, Libya, Congo, Gabon, Niger, Angola, Sudan, South Sudan ประเทศที่เหลือ เช่น Australia, Brazil, Pakistan, Azerbaijan, Papua New Guinea, New Zealand, Timor-Leste, Kazakhstan, Philippines, Belgiu
ที่มา : รวบรวมโดย อัทธ์ พิศาลวานิช
3.โครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลไทย: ทำคนไทยจ่ายแพงกว่ามาเลเซียและอินโดนีเซีย
โครงสร้างการคิดคำนวณราคาน้ำมันดีเซลของไทยกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย มีความแตกต่างกันมาก ในโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซล ไทยเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน แต่มาเลเซียกับอินโดนีเซียไม่เก็บ ส่วนอื่นๆ มาเลเซียและอินโดฯ เก็บน้อยกว่าไทย เช่น ภาษีสรรพสามิต, VAT และค่าการตลาด เป็นต้น ขณะเดียวกันมาเลเซียและอินโดนีเซียใช้เงินงบประมาณ เพื่อตรึงราคาที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
ตารางที่ 3 โครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลไทย เทียบ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ปี 2569
| ประเทศ | ราคา (บาท/ลิตร) | อิง MOPS สิงคโปร์ | ระดับภาษีที่เก็บ | อุดหนุน |
| สิงคโปร์ | 66.11 | อ้างอิง | สูง | ไม่มี |
| เมียนมา | 35.94 | อ้างอิง | ต่ำ | ไม่มี |
| ไทย | 29.94 | อ้างอิง | กลาง | กองทุน |
| ฟิลิปปินส์ | 29.11 | อ้างอิง | กลาง | ไม่มี |
| กัมพูชา | 28.32 | อ้างอิง | ต่ำ | ไม่มี |
| ลาว | 28.25 | อ้างอิง | ต่ำ | ไม่มี |
| อินโดนีเซีย | 25.73 | อ้างอิง | ต่ำ | อุดหนุน (ตรึงราคา) |
| มาเลเซีย | 23.46 | อ้างอิง | ต่ำ | อุดหนุน (ตรึงราคา) |
| เวียดนาม | 22.78 | อ้างอิง | ต่ำ | กองทุน |
| บรูไน | 7.72 | อ้างอิง | ต่ำ | อุดหนุน |
ที่มา : ราคามาจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน 2 ก.พ. 2568 ส่วนอื่นมาจาก อัทธ์ พิศาลวานิช
4.ดีเซล 29.94 บาท/ลิตร : สิทธิคนไทยต้องได้ใช้นาน 3 เดือน
สงครามตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 รัฐบาลบอกว่าไทยมีสต๊อกน้ำมันอยู่ 3 เดือน นั้นหมายความว่า น้ำมันดิบเหล่านั้นซึ้อมาก่อนวันที่ 28 ก.พ. 2569 แสดงว่าประเทศไทยมีน้ำมันดิบอยู่ที่ 90 ล้านบาร์เรล หรือ 14,310 ล้านลิตร สิ่งที่เกิดขึ้นคือ รัฐบาลมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน สิ้นสุดวันที่ 17 มี.ค 2569 และเมื่อวันที่ 13 มี.ค 2569 มีการปรับค่าการกลั่น (Gross Refinery Margin :GRM) จาก 2 บาท/ลิตร เป็น 6 บาท/ลิตร ทั้ง 2 กรณี “ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะปรับ” ที่จะส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีก เพราะน้ำมันดิบที่ประเทศไทยมีอยู่ เป็นการซื้อด้วยราคาถูก ซื้อมาก่อนวันที่ 28 ก.พ. 2569
คนไทยควรได้สิทธิที่ซื้อน้ำมันดีเซลที่ ราคา 29.94 นาน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2569 ไปจนถึงวันที่ 28 มิ.ย. 2569 ไม่ควรมีการปรับขึ้นราคา
4.1 ราคาน้ำมันดีเซลวันที่ 27 ก.พ. 2569: ค่าการกลั่นอยู่ที่ 5.2 บาท/ลิตร
วันที่ 27 ก.พ. 2569 ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 68 เหรียญต่อบาร์เรล หรือ ราตา WTI อยู่ที่ 67 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ MOPS สิงคโปร์อยู่ที่ 92.88 เหรียญต่อบาร์เรล “ค่าการกลั่นอยู่ที่ 5.2 บาท/ลิตร หรือ GRM” เห็นได้ว่าร้อยละ 63% ของราคาขายปลีกดีเซลเป็นราคาหน้าโรงกลั่น และ 23% เป็นภาษีสรรพสามิต โดยใช้สูตรในการคำนวณราคาขายปลีกดีเซล
สูตรการคำนวณราคาหน้าโรงกลั่น
= (MOPS, USD/bbl + ส่วนเพิ่มราคา+ ค่าขนส่ง + ค่าประกัน) คูณ อัตราแลกเปลี่ยน, บาทต่อดอลล่าร์) หาร 158.987 (ลิตรต่อบาร์เรล)
โดย (MOPS + ส่วนเพิ่มราคา+ ค่าขนส่ง + ค่าประกัน) เป็นการอ้างอิงราคา CIF ที่ตลาดสิงคโปร์ (Import Parity Price) เมื่อ MOPS คือราคาน้ำมันดีเซลสำเร็จรูป (Mean of Platts Singapore) และ GRM (Gross Refinery Margin) หรือค่าการกลั่น = กำไรขั้นต้นของโรงกลั่น = ราคาน้ำมันดีเซลสำเร็จรูป (MOPS) – ราคาน้ำมันดิบ
ตารางที่ 4 : โครงสร้างราคาขายปลีกดีเซลวันที่ 27 ก.พ.2569
| รายการ | บาท/ลิตร | สัดส่วน (%) |
| ราคา ณ โรงกลั่น (Ex-Refinery) | 18.9625 | 63.33 |
| ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) | 6.92 | 23.11 |
| ภาษีเทศบาล (M. Tax) | 0.692 | 2.31 |
| กองทุนน้ำมัน (Oil Fund) | -0.74 | -2.47 |
| กองทุนอนุรักษ์พลังงาน | 0.05 | 0.17 |
| ราคาขายส่ง (Wholesale – WS) | 25.8845 | 86.45 |
| VAT (ขายส่ง) | 1.8119 | 6.05 |
| รวม WS + VAT | 27.6964 | 92.50 |
| ค่าการตลาด (Marketing Margin) | 2.0968 | 7.00 |
| VAT (ค่าการตลาด) | 0.1468 | 0.49 |
| ราคาขายปลีก (Retail) | 29.94 | 100 |
ที่มา : คำนวณจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ก.พลังงาน 27 ก.พ.2569
จากราคาหน้าโรงกลั่นที่ 18.96 บาท/ลิตร สามารถแยกแยกเป็นต้นทุนน้ำมันดิบคือ 13.5 บาท/ลิตร ค่าการกลั่น 5.2 บาท/ลิตร (ไม่ใช่ 2 บาท/ลิตร) ค่าพรีเมียม และค่าขนส่ง 0.2 บาท/ลิตร
ตารางที่ 5 โครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นและ GRM เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569
| ส่วน | บาท/ลิตร |
| ต้นทุนน้ำมันดิบ | 13.5 |
| GRM (กำไรโรงกลั่น) | 5.2 |
| ปรับคุณภาพ/ขนส่ง | 0.2 |
| รวม (Ex-Refinery) | 18.96 |
ที่มา : อัทธ์ พิศาลวานิช 17 มี.ค.2569
4.2 ราคาน้ำมันดีเซลวันที่ 17 มี.ค 2569 : อุดหนุนลิตรละ 20 บาท
หลังจากเกิดสงคครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบเพิ่มจาก 67 เหรียญ/ดอลล่าร์ เป็น 103 เหรียญต่อดอลล่าร์ ทำให้โครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกเปลี่ยนไป แต่ยังขายปลีกที่ 29.94 บาทต่อลิตร ทำให้ต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนเพิ่มจาก 0.74 บาท/ลิตร เป็น 20.36 บาทต่อลิตร ราคาที่เพิ่มขึ้นมากคือ ราคาหน้าโรงกลั่นจาก 18.9625 บาทต่อลิตร เป็น 38.6747 บาทต่อลิตร
ตารางที่ 6 : โครงสร้างราคาน้ำมันดีเซล วันที่ 17 มี.ค. 2569
| รายการ | บาท/ลิตร | สัดส่วน (%) |
| ราคา ณ โรงกลั่น (Ex-Refinery) | 38.6747 | 129.17% |
| ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) | 6.92 | 23.11% |
| ภาษีเทศบาล (M. Tax) | 0.692 | 2.31% |
| กองทุนน้ำมัน (Oil Fund) | -20.36 | -67.99% |
| กองทุนอนุรักษ์พลังงาน | 0.05 | 0.17% |
| ราคาขายส่ง (Wholesale – WS) | 25.9767 | 86.77% |
| VAT (ขายส่ง) | 1.8184 | 6.07% |
| รวม WS + VAT | 27.7951 | 92.84% |
| ค่าการตลาด (Marketing Margin) | 2.0046 | 6.69% |
| VAT (ค่าการตลาด) | 0.1403 | 0.47% |
| ราคาขายปลีก (Retail) | 29.94 | 100% |
ที่มา : ที่มา : คำนวณจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ก.พลังงาน 17 มี.ค. 2569
ตารางที่ 7 โครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นวันที่ 17 มี.ค.2569
| ส่วน | บาท/ลิตร | สัดส่วน (%) |
| ต้นทุนน้ำมันดิบ | 20.74 | 53.63 |
| GRM | 13.08 | 33.82 |
| ปรับคุณภาพ/ตลาด | 4.85 | 12.55 |
| ราคาโรงกลั่น | 38.67 | 100 |
ที่มา : อัทธ์ พิศาลวานิช 17 มี.ค.2569
5.ทำไม “คนไทยต้องรับกรรม” จ่ายดีเซลแพง
1.การคำนวณโครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีกมีปัญหา : วิธีการคิดราคาน้ำมันขายปลีกของไทย เป็นการคิดให้สูง แล้วผลักภาระราคาให้คนไทยต้องจ่าย ทั้งราคาที่สูงและเงินเข้ากองทุน ในขณะที่มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แม้ว่าจะอ้างอิงราคาสิงคโปร์ แต่ทั้ง 2 ประเทศไปปรับให้ราคาลดลง เช่น ไม่เก็บภาษี ไม่เก็บเงินเข้ากองทุน
2.ห่วงโซ่อุตสาหกรรมน้ำมันได้ประโยชน์ คนไทยเสียประโยชน์ : ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนไปราคาขายปลีก ในขณะที่คนไทยต้องซื้อน้ำมันที่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมน้ำมันเป็นผู้กำหนดราคา คนไทยไม่มีทางเลือก
3.อุตสาหกรรมไบโอดึเซลขาดการผลักดัน : ไทยเป็นประเทศที่ใช้ไบโอดีเซลน้อยที่สุดในอาเซียนคือ B7 ในขณะที่ มาเลเซียใช้ B20 และอินโดนีเซียใช้ B40 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่มีรัฐบาลชุดใด ส่งเสริมและผลักดันให้มีการใช้ไบโอดีเซลให้เพิ่มขึ้น
4.ราคา 2 ตลาด ทำตลาดน้ำมันปั่นปวนและขาดแคลน : แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศว่ามีน้ำมันเพียงพอก็ตาม แต่ปัจจุบันเกิดการแย่งชิงน้ำมันหน้าปั้มน้ำมัน เพราะคนกลางที่ซื้อน้ำมันตรงจากโรงกลั่นไม่สามารถรับภาระน้ำมันที่แพงได้ จึงหันมาซื้อที่หน้าปั้มที่มีราคาถูกกว่า (เพราะเป็นราคาที่รัฐฯ อุดหนุน) แทน ทำให้เกิดการขาดน้ำมันแคลนที่หน้าปั้ม น้ำมันประเทศไทยมีพอแน่ แต่ “ราคาจะแพงมาก”
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#นกวชาการ #เผยเหต #คนไทยรบกรรม #จายดเซลเกน #บาทลตร #ปมฉวยโอกาสบรหารไมด


