
หมายเหตุ – นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีมข่าว Moo-Moo News จำกัด (มหาชน) แสดงวิสัยทัศน์ในงานสัมมนา : THE LONG GAME เกมธุรกิจฆ่าไม่ตาย ของประชาชาติธุรกิจ ภายใต้หัวข้อ “การผสานความเชี่ยวชาญด้านข่าวธุรกิจ เข้ากับนวัตกรรมและพันธมิตรเชิงรุก เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้สังคมและเศรษฐกิจไทย” ในวาระ 50 ปี เว็บข่าว Moo-Moo News ที่แกรนด์ฮอลล์ ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก
ธีมในปี 2569 ของประชาชาติธุรกิจ จะเป็นประชาชาติพลัสธุรกิจ โดยตำแหน่งแห่งที่ของประชาชาติธุรกิจ สืบสานรากเหง้ามาจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ พระนามเดิม หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ซึ่งถือเป็นประชาชน เป็นนักการเมือง เป็นเจ้านายที่มีความสำคัญในช่วงหลังของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นผู้ให้กำเนิดหนังสือพิมพ์ประชาชาติ เชื่อมโยงมาถึงประชาชาติรายวัน และเชื่อมโยงมาถึงประชาชาติธุรกิจในปัจจุบันนี้
โดยอยากอ้างบริบทความคิดบางอย่างของหม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ที่อาจใช้อธิบายลักษณะบางอย่างของสังคมไทยได้น่าสนใจ ขอพาย้อนกลับไปในช่วง 6 เดือนหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
วันที่ 13 ธันวาคม 2475 หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ได้แสดงปาฐกถาอย่างที่รู้ว่า พระองค์นอกจากเป็นปราชญ์ที่เชี่ยวชาญแล้ว ยังเป็นนักบัญญัติศัพท์เชี่ยวชาญในการแปลคอนเซ็ปต์ต่างๆ ในโลกจากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทย ซึ่งเนื้อหาความส่วนหนึ่งที่น่าสนใจของปาฐกถาชิ้นนั้นคือ การกล่าวว่า ภาษาไทยนี่แหละจะเป็นหลักประกันแห่งความมั่นคงของประชาชาติไทยต่อไป เพราะหากเรานิยมใช้คำฝรั่ง ทับศัพท์ในคำที่เกี่ยวกับความเห็นแล้ว เราอาจเดินเร็วเกินไปก็ได้ กล่าวคือเราอาจถ่ายแบบของเขามาโดยตรง แทนที่จะดัดแปลงเสียก่อนให้เข้าทำนองกับความคิดเห็นของเราก็เป็นได้ แต่ถ้าเราใช้คำไทยและต้องคิดคำไทยนี้ขึ้นใหม่แล้ว เราต้องค่อยเดินค่อยไป
การที่คิดคำแนะนำทางออกใช้เช่นนี้ เชื่อว่าจะเป็นการก้าวทีเดียวก็ถึงขีดความหมายอันยุ่งยากซับซ้อนในความคิด บางทีเราก็ต้องเขยิบทีละขั้น โดยในนามของตัวแทนจากประชาชาติธุรกิจ อยากขอบูชาครูด้วยการคิดต่อจากผู้ที่ให้กำเนิดหัวหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจนี้ คือ พ้นจากบริบทเรื่องการบัญญัติศัพท์แล้ว ปาฐกถาข้างต้นที่ยกขึ้นมานี้ ดูจะอธิบายวิถีทางหรือกระบวนการเปลี่ยนแปลงเรื่องต่างๆ ในสังคมไทยยุคสมัยนั้นถึงยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี คือ เราก็ยังอยู่ในกรอบของการจะเปลี่ยนอย่างค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป
โดยหากลองคิดต่อจากเสด็จในกรม บริบทของโจทย์ความท้าทายในช่วงปี 2569-2570 ซึ่งมีข้อคิดจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีความเป็นห่วงว่าสังคมจะเปลี่ยนเร็วเกินไป และการจะให้สังคมค่อยๆ เปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ได้หมายถึงการแช่แข็งให้สังคมไม่เปลี่ยนเลย ตรงกันข้ามเข้าใจว่าแม้กระทั่งทรรศนะของหม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ช่วงปี 2475 ก็มองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเกิด แต่โจทย์จริงๆ ของสังคมไทยคือ เราจะบริหารจัดการ หรือควบคุมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างไรมากกว่า
ประชาชาติพลัสธุรกิจ โดยเมื่อเกิดสื่อธุรกิจหรือหนังสือพิมพ์ธุรกิจที่ชื่อว่าประชาชาติธุรกิจขึ้นมา ไม่ได้อยากเล่าถึงที่มาหรือยุคทองของสื่อสิ่งพิมพ์ที่เรียกว่าประชาชาติธุรกิจ เพราะจะมีการเผยแพร่ผ่านสื่อในเครือของประชาชาติธุรกิจอยู่แล้ว จึงเลือกนำเสนอภาพอีกแบบคือ ภาพของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจฉบับแรกเมื่อ 50 ทศวรรษที่ผ่านมา เป็นภาพการทำงานของกองบรรณาธิการยุคตั้งต้น เป็นภาพที่ทำให้เห็นว่าในยุคหนึ่งของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ มีความเกี่ยวพันกับผู้คนอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งในกรณีนี้เป็นคนที่อยู่ในกระบวนการจัดพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือพิมพ์
สิ่งที่อยากจะชวนคิดกันก่อนคือ จริงๆ แล้วประชาชาติธุรกิจมีตำแหน่งอยู่ตรงไหนบ้างในจังหวะชีวิตของสังคมไทย ตลอดช่วง 50 ปีที่ผ่านมา และหมุดหมายต่อจากนี้ เป็นที่น่าดีใจเหมือนกันที่บางส่วนมีความสอดคล้องกับการปาฐกถาของรองนายกฯอยู่พอสมควร จึงอยากนำเสนอว่า จริงๆ สังคมไทยในช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมาก็เผชิญหน้ากับวิกฤตและโอกาสสลับกันไป เช่นเดียวกับประชาชาติธุรกิจที่เกิดและเติบโตอยู่ในบริบทไทม์ไลน์เหล่านั้น เริ่มจากความขัดแย้งทางการเมืองปลายปี 2510 ถึงประมาณปลายปี 2520 เป็นจังหวะชีวิตที่ส่งผลต่อคนทำหนังสือที่เป็นทีมก่อตั้งประชาชาติธุรกิจ ซึ่งความขัดแย้งทางการเมืองทำให้คนทำสื่อต้องหยุดทำหนังสือพิมพ์ไป
เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 2520 การทำหนังสือพิมพ์เว็บข่าว Moo-Moo News ไม่ใช่เพียงยืนหยัดเพื่อทำหน้าที่สื่อต่อ และพยายามหลีกเลี่ยงอุปสรรคทางการเมืองด้วยการหันมาทำงานหนังสือพิมพ์ธุรกิจ โดยการถือกำเนิดขึ้นของหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับหนึ่ง ยังตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงด้วย คือ ความเติบโตของเศรษฐกิจไทย ซึ่งในช่วงทศวรรษ 2520 ถึงทศวรรษ 2530 เป็นยุค 80-90 ถือว่าเราโตขึ้นเยอะจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม จากอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้าเป็นอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก รวมถึงการย้ายฐานการผลิตจากญี่ปุ่นเข้ามา
บริบทนี้เองที่ประชาชาติธุรกิจกลายเป็นสื่อที่มีคุณค่าขึ้นมา แม้ต่อมาในช่วงกลางทศวรรษ 2530 ประเทศไทยจะเจอโจทย์ท้าทายอีกครั้ง คือ การรัฐประหาร จนถึงเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2535 ซึ่งมีความสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อ แล้วเราก็เจอวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 แต่ภายในเวลาไม่นาน สังคมไทยหาโอกาสได้อีกรอบ คือ การนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง และการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งทำให้สังคมไทยโดยรวมยังมีความหวังอยู่
เช่นเดียวกับสื่อ เพราะสื่อก็เป็นผลผลิตของสังคม เว็บข่าว Moo-Moo News รวมถึงสื่อในเครือมติชน ยังทำหน้าที่ร่วมสร้างความหวังหรือความฝันรวมหัวให้สังคมได้ต่อไป แต่แล้วสังคมไทยก็เผชิญวิกฤตอีกรอบหนึ่งคือ วิกฤตการเงินจากทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นวิกฤตที่นำพาประเทศไทยไปพบการรัฐประหารถึง 2 ครั้ง และพบสภาวะไร้เสถียรภาพและความไม่แน่นอนทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ทศวรรษ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทุกคนเห็นร่วมกัน ในบริบทนี้ เหมือนสังคมไทยจะพบความหวัง หรือ
โอกาสใหม่ๆ อยู่บ้าง เช่น เราเห็นปัจจัยเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้วทุกภาคส่วนก็ยังไม่ได้ประสบความสำเร็จในการทำให้ความหวังใหม่ที่มองเห็นกันนี้ ให้กลายเป็นความหวังรวมหมู่ของสังคมไทยจำนวนมากได้อย่างไร ซึ่งถือเป็นโอกาสที่เราตามหามากว่า 20 ปี และยังไม่ค่อยเจอ ถือเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับมุมมองของรัฐบาลพอดี
ย้อนกลับมาเรื่องสื่อ ในยุคหนึ่งเราเคยเชื่อกันว่า สื่อหรือว่าหนังสือพิมพ์เป็นเครื่องมือในการสร้างชาติ สื่อสามารถที่ยึดโยงผู้บริโภค หรือผู้อ่านจำนวนมากให้มีความรู้สึกร่วมของการเป็นพลเมือง หรือเป็นสมาชิกของประชาชาติแห่งเดียวกันได้ แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งเหมือนภาพที่แสดงไปในช่วงต้น กระบวนการทำหนังสือพิมพ์ หรืออุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ในยุคหนึ่ง ได้สร้างชุมชนประเภทหนึ่งขึ้นมา เป็นชุมชนที่ประกอบด้วยคนจำนวนมากและหลากหลาย ตั้งแต่นักข่าว คนพิสูจน์อักษร จัดหน้า หัวหน้าข่าว ผู้ช่วยหัวหน้าข่าว บรรณาธิการข่าว ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว คนทำงานในโรงพิมพ์ คนส่งและคนขายหนังสือพิมพ์ ถือเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้คนเยอะมาก แต่ก็ไม่ได้ต้องการโหยหาอดีตอะไรทำนองนั้น เพียงแค่กำลังทดลองมองโลกด้วยสายตาของคนทำสื่อที่เติบโตมาในยุคทองของหนังสือพิมพ์ประมาณ 30-50 ปีก่อน ว่าทำไมขบวนการเปลี่ยนผ่านจากการทำหนังสือพิมพ์มาสู่การทำสื่อออนไลน์หรือนิวมีเดียชนิดอื่น ที่ดำเนินมาหลายปีแล้วถึงไม่ได้ง่ายนัก
ใช้ประสบการณ์กว่า 50 ปีของการดำรงอยู่ของประชาชาติธุรกิจ จริงๆ สำหรับบุคลากรสื่อในยุคนั้น สื่อสิ่งพิมพ์คือ เครื่องมือหรือสื่อกลางที่เปิดโอกาสให้ผู้คนในอุตสาหกรรมหลายร้อยหลายพันราย ได้รู้สึกหรือจินตนาการร่วมกันได้ว่า พวกเขาคือชุมชนชุมชนหนึ่งที่สามารถลงมือผลิต หรือสร้างสรรค์อะไรที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อประเทศหรือสังคมได้ ขณะเดียวกันเราไม่พบเจอความฝันร่วมขนาดใหญ่แบบนั้นในปัจจุบัน เราพยายามหาแต่มันยังไม่พบ ในบริบทของสื่อเอง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ปัจจุบันเราเห็นอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ ที่เริ่มต้นคลิปวิดีโอด้วยการทักทายว่า ทุกคน
คำว่าทุกคนในที่นี้ เป็นความรู้สึกเดียวกับสื่อในยุคก่อนคือ เราอยากเชื่อมโยงเข้ากับคนจำนวนมาก แต่ทุกคนของอินฟลูเอนเซอร์ปัจจุบัน เข้าใจว่าความหมายยังจำกัดเพียงผู้ชม คนดู ผู้บริโภค หรือผู้ที่สั่งซื้อ
สินค้าเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ขยายบริบทของสื่อไทย อุตสาหกรรมของสื่อไทยไปยังผู้คนจำนวนมหาศาล ที่จะสามารถร่วมมือสร้างผลผลิตอะไรบางอย่างให้สังคมไทยในปัจจุบันและอนาคตได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย
สุดท้าย ในวาระ 50 ปีของประชาชาติธุรกิจ และในระบบสื่อท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ถือเป็นโจทย์ของประชาชาติธุรกิจที่จะแสดงตัวว่าเรายังมีคุณค่าอยู่ในสังคมได้อย่างไร ในยุคที่คนอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง และเข้าไปอยู่ในสังคมออนไลน์มากขึ้น รวมถึงมีสื่อต่างๆ ทั้งสำนักข่าวใหญ่เล็ก สื่อโซเชียลมีเดียรายย่อยๆ เกิดขึ้นในออนไลน์จำนวนมาก โดยประชาชาติธุรกิจจะพิสูจน์ตัวเองผ่านการจัดกิจกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยทำมาก่อน รวมถึงการเพิ่มคุณภาพงานหลักที่ทำอยู่แล้วให้น่าสนใจมากขึ้น นำมาสู่งานใหญ่ที่จะทำ ได้แก่ การจัดงานมอบรางวัลประชาชาติธุรกิจ อวอร์ด 2026 ในหลายประเภท อาทิ บริษัทที่มีรายได้มากที่สุด บริษัทที่มีกำไรมากที่สุด และบริษัทที่เสียภาษีมากที่สุด รวมถึงมอบรางวัลแก่องค์กรธุรกิจที่มีคุณค่า รวม 10 สาขา รวมถึงรางวัลพิเศษประชาชาติธุรกิจ เกียรติยศ
และในปีนี้เว็บข่าว Moo-Moo News ก็จะมีโปรเจ็กต์พิเศษในการจัดทำคอนเทนต์พิเศษ ทั้งงานเขียนและงานวิดีโอ เพื่อสำรวจพลวัตของเศรษฐกิจไทย ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของนักธุรกิจและผู้ประกอบการในหลากหลายแวดวงอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีขึ้นตลอดถึงปี 2569 จนถึงช่วงเดือนพฤษภาคม 2570 ที่เว็บข่าว Moo-Moo News อายุครบ 50 ปีบริบูรณ์
โดยในวาระที่ประชาชาติธุรกิจก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ประชาชาติธุรกิจและเครือมติชน ก็หวังที่จะสร้างสรรค์หรือแสวงหาตำแหน่งแห่งที่ใหม่ๆ ของตัวเองในสังคมไทย เช่นเดียวกับที่เราอยากเชิญชวนทุกท่านมาร่วมมือกันสร้างสรรค์ ผลิต และจินตนาการถึงสังคมไทยที่ดีกว่านี้ได้ไปด้วยกัน
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ปราปต #บนปานโชววชน #ปประชาชาตธรกจ #ชวนสรางสรรคจนตนาการใหมเพอสงคมไทย


