Aura Wellness สร้างปรากฏการณ์เขย่าวงการความงามไทย หลังโชว์ผลประกอบการปี 2568 เติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมดึง Fullerton Fund Management กองทุนยักษ์ใหญ่จากสิงคโปร์ภายใต้กลุ่ม Temasek เข้ามาร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจสู่ระดับสากลและผลักดัน T-Beauty ให้เป็นเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ของประเทศไทย
โชว์ตัวเลขสุดแกร่ง รายได้พุ่งแตะ 1,746 ล้าน
ความสำเร็จของ Aura Wellness สะท้อนผ่านตัวเลขทางการเงินที่น่าทึ่ง โดยในปี 2568 สามารถสร้างรายได้รวมสูงถึง 1,746 ล้านบาท (เติบโต 81%) และมีกำไรสุทธิ 214 ล้านบาท (เติบโต 74%) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก:
- Aura Bangkok Clinic: มียอดขายต่อสาขาสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 3 เท่า
- Aura Xpress: แบรนด์น้องใหม่ที่ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท ภายในเวลาเพียงครึ่งปี
- AURASOL Wellness & Spa: มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
ทำไมกองทุน Fullerton ถึงเลือกลงทุนใน Aura Wellness?
Aura Wellness เป็นบริษัทไทยเพียงรายเดียวในกลุ่ม Wellness ที่ได้รับการคัดเลือกจากทั้งหมด 10 บริษัทในพอร์ตการลงทุนมูลค่า 3,800 ล้านบาท โดย อนิศา กีรติวรนัน ตัวแทนจาก Fullerton Fund ระบุว่าเหตุผลสำคัญคือศักยภาพของไทยในฐานะ Wellness Destination และเทรนด์ T-Beauty ที่กำลังมาแรง
4 ปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจเตะตานักลงทุนระดับโลก:
- การกระจายการเติบโตที่แม่นยำ
- ความได้เปรียบเชิงโครงสร้างต้นทุน
- ระบบบริหารจัดการที่โปร่งใสและมั่นคง
- วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง
ก้าวต่อไปสู่การเป็น World Wellness Destination
เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ CEO และผู้ก่อตั้ง Aura Wellness เผยว่าการร่วมทุนครั้งนี้ (สัดส่วนถือหุ้น 2.857%) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างผู้บริหารเดิม แต่เป็นการสร้าง Validation หรือการรับรองมาตรฐานสากล และเป็นสะพานเชื่อมสู่ตลาดทุนระดับโลก
บริษัทมีแผนรุกตลาด Medical Tourism เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง โดยเน้นกลยุทธ์ Value for Money คือการมอบบริการคุณภาพระดับ 5-6 ดาวในราคาที่คุ้มค่า พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในอนาคต
คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทยในการดึงดูดทุนต่างชาติ:
เจตบดินทร์แนะว่า หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่กำไร แต่คือ ความพร้อมของระบบภายใน ทั้งบัญชีและการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ตั้งแต่วันแรก รวมถึงการออกแบบโมเดลธุรกิจที่สามารถ “เติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด” เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนว่าธุรกิจสามารถขยายตัวได้โดยยังคงมาตรฐานเดิม


