มาแรง! สายด่วน 1669 แจงรถกู้ชีพขาดแคลนน้ำมัน วิกฤต 3 จว. เผยต้องใช้ถึง 7.1 หมื่นลิตรต่อวัน

    0
    0

    สายด่วน 1669 แจงรถกู้ชีพขาดแคลนน้ำมัน วิกฤต 3 จว. เผยต้องใช้ถึง 7.1 หมื่นลิตรต่อวัน

    เมื่อวันที่ 18 มีนาคม นายพิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่หน่วยกู้ชีพในแต่ละพื้นที่ ไม่สามารถหาน้ำมันเชื้อเพลิงเติมรถกู้ชีพ รถฉุกเฉิน เพื่อไปช่วยเหลือประชาชนจากการประสานผ่านสายด่วน 1669 ว่า จากสถานการณ์หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำมัน เกิดจากความกังวลและความตื่นตระหนกของประชาชนทั้งการขาดแคลนน้ำมัน และราคาน้ำมันที่คาดว่าจะสูงขึ้น จากความขัดแย้งและสงครามระหว่างประเทศทำให้เกิดปัญหาในการขนส่งน้ำมันตามช่องทางขนส่งปกติ ทำให้เกิดความต้องการน้ำมันเกินกว่าสถานการณ์ปกติประจำวัน ในขณะที่สถานบริการน้ำมันยังไม่ได้เตรียมการรับมือ ประกอบกับการขนส่งน้ำมันไปยังสถานบริการน้ำมันทั่วประเทศต้องใช้ระยะเวลา ทำให้ไม่ทันต่อความต้องการของประชาชน จึงส่งผลให้น้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วงระยะเวลา 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลยังยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอ แต่อยู่ระหว่างการขนส่งไปยังสถานบริการน้ำมันต่างๆ คาดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นในวัน 2 วันนี้

    “คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน แต่จากวิกฤตการณ์น้ำมันขณะนี้ สพฉ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราได้เตรียมการรับมือตั้งแต่ทราบข่าวการปะทะกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน โดยได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว” นายพิเชษฐ์ กล่าว

    นายพิเชษฐ์ กล่าวต่อว่า สพฉ. เร่งประสานงานเป็นการภายในกับกระทรวงพลังงาน และทำหนังสือเป็นทางการถึงกระทรวงพลังงานเพื่อขอความร่วมมือในการประสานสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศให้ความอนุเคราะห์เติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยไม่จำกัดสิทธิ พร้อมได้ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางเฟสบุ๊ก สพฉ. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 มีนาคม เพื่อขอความร่วมมือจากสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศอำนวยความสะดวกในการเติมน้ำมันให้กับรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อน เพื่อให้เพียงพอในการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินที่อาจกำลังจะหมดลมหายใจ ให้มีโอกาสกลับมามีลมหายใจอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งได้รับความสนใจในการนำไปเผยแพร่ต่อโดยสื่อมวลชนแทบทุกสื่อ เครือข่าย และประชาชนจำนวนมาก ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดีหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่หลายแห่งได้รับความอนุเคราะห์ในการเติมน้ำมันให้

    นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนั้น สพฉ. ยังได้ประสานหน่วยปฏิบัติการอำนวยการทั่วประเทศ ซึ่งมีรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินในการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน รวมทั้งหมด 14,213 คัน ให้บันทึกข้อมูล สรุปรายงานสถานการณ์ผลกระทบและปัญหาต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉินจากสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันมายัง สพฉ. ทุกวันนับตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมเป็นต้นมา เพื่อเร่งประสานงานเครือข่ายให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที โดยจำแนกความรุนแรง เป็น 4 ระดับ คือ ระดับ 0 ไม่มีผลกระทบ รวม 31 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กาญจนบุรี ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา ตรัง ตราด นครนายก นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นนทบุรี นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา พังงา พัทลุง ภูเก็ต มุกดาหาร มหาสารคาม ยโสธร ระนอง ราชบุรี ร้อยเอ็ด เลย ลพบุรี ศรีสะเกษ สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สระแก้ว สุราษฎร์ธานี อ่างทอง และแพร่

    ระดับ 1 มีผลกระทบเล็กน้อย ยังสามารถบริหารจัดการได้ รวม 22 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร จันทบุรี ชัยนาท ชลบุรี ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ นครพนม นครสวรรค์ พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี ระยอง ลำปาง สตูล สมุทรสาคร สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อำนาจเจริญ และ อุตรดิตถ์

    ระดับ 2 มีผลกระทบปานกลาง บางหน่วยปฏิบัติการเริ่มมีข้อจำกัดในการดำเนินการปฏิบัติการ จำเป็นต้องบริหารจัดการทรัพยากรเพิ่มเติม รวม 14 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม น่าน บุรีรัมย์ ปทุมธานี ปราจีนบุรี เพชรบูรณ์ ลำพูน สกลนคร สระบุรี สุรินทร์ หนองคาย อุดรธานี อุทัยธานี และ อุบลราชธานี

    ระดับ 3 มีผลกระทบมาก กระทบต่อการให้บริการในหลายพื้นที่ แต่ยังสามารถดำเนินการปฏิบัติการได้ รวม 2 จังหวัด สงขลาและหนองบัวลำภู ต้องเดินไปรับน้ำมันต่างพื้นที่ ทำให้ระยะเวลาการตอบสนองเพิ่มขึ้น

    ระดับ 4 วิกฤต กระทบต่อการให้บริการในหลายพื้นที่ บางหน่วยไม่สามารถปฏิบัติการได้ 1 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ ในเทศบาลตำบลกุดหว้า อบต.นามะเขือ

    ทั้งนี้ นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้หน่วยปฏิบัติการฯ ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง มีเพียง 3 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบต่อการปฏิบัติงานค่อนข้างมาก ได้แก่ จังหวัดสงขลา หนองบัวลำภู ที่ต้องจำกัดภารกิจ เนื่องจากสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ปิดให้บริการ ส่วนจังหวัดที่ได้รับผลกระทบที่สุด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ สถานีบริการน้ำมันในจังหวัดจำกัดการเติมน้ำมัน ทำให้หน่วยปฏิบัติการของ เทศบาลตำบลกุดหว้า และ อบต.นามะเขือ ไม่สามารถปฏิบัติการได้ ต้องอาศัยหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ใกล้เคียงมาช่วยลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน

    นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า รถฉุกเฉินทั่วประเทศขณะนี้มี จำนวน 14,213 คัน มีอัตราการใช้น้ำมันประมาณ 5 ลิตรต่อวันต่อคัน กรณีลำเลียงผู้ป่วย 1 เคสต่อคันต่อวัน เฉลี่ยระยะทางที่ใช้ 30 กิโลเมตรต่อเคส ดังนั้น มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันต่อวันประมาณ 71,065 ลิตรต่อวัน เป็นอย่างน้อย ซึ่งในการปฏิบัติงานจริงอาจมากกว่านั้น สพฉ. จึงได้เร่งประสานงานเป็นการภายในกับกระทรวงพลังงาน และทำหนังสือเป็นทางการถึงกระทรวงพลังงานเพื่อขอความร่วมมือในการประสานสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศให้ความอนุเคราะห์เติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยไม่จำกัดสิทธิ


    ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

    #สายดวน #แจงรถกชพขาดแคลนนำมน #วกฤต #จว #เผยตองใชถง #หมนลตรตอวน

    ทิ้งคำตอบไว้

    กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
    กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่