
หวั่นกระทบเลือกตั้ง ทรัมป์อาจสั่งทัพเรือคุ้มกันฮอร์มุซ สงครามกระทบการผลิต-ขนส่งหนัก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า เขาอาจสั่งให้กองทัพเรือสหรัฐเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากมีความจำเป็น พร้อมสั่งให้บรรษัทเงินทุนเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (DFC) จัดหาประกันความเสี่ยงทางการเมืองและการค้ำประกันทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่แข็งกร้าวที่สุดของรัฐบาลสหรัฐในการพยายามควบคุมราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อันเป็นผลจากการที่สหรัฐจับมือกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน
ราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังกลายเป็นความเสี่ยงทางการเมืองสำคัญในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากราคาน้ำมันหน้าปั๊มถือเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองอย่างมากสำหรับรัฐบาล ขณะนี้ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นเหนือระดับ 3 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ทรัมป์ประกาศความสำเร็จว่า เขาสามารถกดราคาน้ำมันลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 2 ดอลลาร์ต่อแกลลอนได้ การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดังกล่าวจึงถือเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อพรรครีพับลิกันของทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง ซึ่งมันอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ในช่วงที่เหลืออยู่
การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก หลังอิหร่านโจมตีเรือ 5 ลำ ทำให้เส้นเลือดใหญ่ที่รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของโลกถูกตัดขาด ข้อมูลจากบริษัทติดตามเรือ Vortexa ระบุว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม มีเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบเพียง 4 ลำ จากเดิมที่เฉลี่ยราว 24 ลำต่อวันตั้งแต่ต้นปี โดยในจำนวนนี้ 3 ลำติดธงอิหร่าน
เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวจำนวนหลายร้อยลำจึงติดค้างอยู่ใกล้ศูนย์กลางสำคัญ เช่น ท่าเรือฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าไปยังเอเชีย ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ ได้
ขณะเดียวกันอิรัก ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสองของกลุ่มโอเปก ระบุว่าอาจจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในไม่กี่วันข้างหน้า หากเรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถเดินทางไปยังจุดขนถ่ายได้อย่างสะดวก โดยขณะนี้อิรักได้ลดการผลิตจากแหล่งน้ำมันรูไมลาลง 700,000 บาร์เรลต่อวัน และลดกำลังผลิตจากแหล่งน้ำมันเวสต์คูร์นา 2 อีก 460,000 บาร์เรลต่อวัน
ซาอุดี อารัมโก บริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังพยายามเปลี่ยนเส้นทางส่งน้ำมันบางส่วนไปยังท่าเรือยันบูบนฝั่งทะเลแดง แต่นักวิเคราะห์ระบุว่าท่อส่งน้ำมันฝั่งตะวันออก–ตะวันตกของอารัมโกมีกำลังการผลิตจำกัด และอาจตกเป็นเป้าการโจมตีจากพันธมิตรของอิหร่านได้
ขณะเดียวกัน ถังเก็บเชื้อเพลิงที่ท่าเรือพาณิชย์ดูคมในโอมานก็ถูกโดรนโจมตี และเกิดไฟไหม้ที่ท่าเรือฟูไจราห์ในยูเออี ซึ่งเป็นศูนย์กลางน้ำมันสำคัญของภูมิภาค ส่งผลให้การเติมเชื้อเพลิงเรือล่าช้า และอาจทำให้ความต้องการย้ายไปยังท่าเรืออื่นๆ รวมถึงสิงคโปร์
ก่อนหน้านี้กาตาร์ได้สั่งปิดโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของโลกและจัดหาก๊าซราว 20% ของการส่งออก LNG โลก ขณะที่ซาอุดีอาระเบียระงับการผลิตที่โรงกลั่นในประเทศที่ใหญ่ที่สุด ด้านอิสราเอลรวมถึงเขตเคอร์ดิสถานของอิรักก็ปิดการผลิตน้ำมันและก๊าซบางส่วนเช่นกัน
ด้านโรงกลั่นของจีนเริ่มปิดหน่วยการผลิตบางส่วนเพื่อตอบสนองต่อผลกระทบปริมาณน้ำมันดิบ ส่วนอินเดียซึ่งพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางอย่างมาก ระบุว่าได้เริ่มจำกัดปริมาณการใช้ก๊าซในภาคอุตสาหกรรมแล้ว หลังกาตาร์รงับการผลิต
ก๊าซ LNG จากกาตาร์ส่วนใหญ่ถูกส่งไปยังเอเชีย แต่ก็มีบางส่วนที่ส่งไปยังยุโรปด้วย โดยยุโรปต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซทั้งหมด คาดว่ายุโรปจะต้องเร่งเติมคลังสำรองพลังงานที่ลดลงอย่างมากจากฤดูหนาวที่หนาวเย็น และมีแนวโน้มจะต้องพึ่งพาก๊าซจากสหรัฐมากขึ้น หลังจากหลีกเลี่ยงการนำเข้าก๊าซจากรัสเซียหลังรัสเซียบุกยูเครนในปี 2022
ขณะเดียวกัน อัตราค่าระวางเรือพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น และอิหร่านได้เล็งเป้าโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ในด้านความมั่นคง ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจากชาติตะวันตกกำลังพยายามประเมินว่า อิหร่านยังมีขีปนาวุธและโดรนเหลืออยู่เท่าใดเพื่อรักษาระดับความรุนแรงการโจมตีตอบโต้ แม้ว่า ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน และคูเวต สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนส่วนใหญ่ที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ท่าเรือ และสนามบินได้ แต่ความกังวลกำลังเพิ่มขึ้น หากคลังอาวุธต่อต้านโดรนและขีปนาวุธของพวกเขาเริ่มร่อยหรอลง
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#หวนกระทบเลอกตง #ทรมปอาจสงทพเรอคมกนฮอรมซ #สงครามกระทบการผลตขนสงหนก


