Netflix พาดำดิ่งไปกับภาพยนตร์ “เส้นตาย สายลวง” ผลงานของ สิทธิศิริ มงคลศิริ และ คงเดช จาตุรันต์รัศมี สองผู้สร้างจาก “Hunger คนหิว เกมกระหาย” ที่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง
นำแสดงโดย ‘มิว’ นิษฐา จิรยั่งยืน (อร), เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา (ฝ้าย), ‘นิ้ง’ ชุติมา มะโหละกุล (แววาว), ‘ท็อป’ ทศพล หมายสุข (อู๊ด), ต้นหน ตันติเวชกุล (โอเจ), เปาวลี พรพิมล (ยุ้ย) ฯลฯ
“เส้นตาย สายลวง” เล่าเรื่องราวของ อร (มิว นิษฐา) อดีตนักการตลาดมือดีที่ผันตัวเป็นแม่บ้าน แต่พลาดท่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเอาเงินเก็บก้อนใหญ่ของครอบครัวไป อรต้องเผชิญความจริงอันโหดร้าย เมื่อกระบวนการยุติธรรมไม่อาจทวงคืนสิ่งที่สูญเสียไปได้ เมื่อความสิ้นหวังกลายเป็นความโกรธแค้น เธอจึงร่วมมือกับเหยื่อรายอื่นๆ ทั้ง ฝ้าย (เอสเธอร์) นักกายภาพบำบัดที่สูญเสียเงินออมเพื่อความฝัน และ แวววาว (นิ้ง ชุติมา) แม่ค้าออนไลน์ที่อาม่าของเธอถูกหลอกเอาเงินเก็บทั้งชีวิตไป เพื่อตามล่า อู๊ด (ท็อป ทศพล) หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการหลอกลวงทำลายชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน และได้พัวพันกับ ยุ้ย (เปาวลี) อีกหนึ่งสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกคนเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง โดยได้รับความช่วยเหลือจาก โอเจ (ต้นหน) แฮกเกอร์มือฉมัง เกิดเป็นปฏิบัติการสุดอันตรายในการไล่ล่าแก๊งอาชญากรรมเพื่อทวงทุกสิ่งที่เสียไปกลับคืนมา
ทั้งนี้ สิทธิศิริ มงคลศิริ ผู้กำกับฯกล่าวว่า “ความตั้งใจในการทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ใช่การทำให้ตัวละครมุ่งมั่นจะทลายองค์กรใหญ่ แต่คือการปะทะกันของคนธรรมดาทั้งฝั่งเหยื่อและฝั่งผู้ร้าย จากที่เคยพูดคุยกับคนที่เคยทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้วหนีออกมาได้ ทำให้รู้ว่าคนที่ต้องลงมือปฏิบัติการจริงๆ คือคนในระดับเดียวกับอู๊ด (ท็อป ทศพล) คนเหล่านี้ในแง่หนึ่งอาจไม่ต่างจากเราๆ ส่วนคนที่อยู่เหนือกว่านั้นจะเป็นคนที่คอยควบคุมชักใยอยู่เบื้องหลัง จึงเป็นที่มาของการหยิบเอาการปะทะกันของคนธรรมดาที่อาจจะมีเงื่อนไขบางอย่างคอยบีบบังคับอยู่มาบอกเล่าผ่านตัวละครทั้งหลายที่มีเงื่อนไขชีวิตแตกต่างกันนั่นเอง”
ด้าน คงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้อำนวยการสร้างและผู้เขียนบทร่วม เผยว่า “ช่วงที่รีเสิร์ชเพื่อทำบทภาพยนตร์เรื่องนี้ พบว่าเหยื่อทุกคนมีจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือการที่เจ้าหน้าที่รัฐช่วยอะไรไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้เงินของตัวเองสูญไป นอกจากนี้ แม้จะมีข่าวที่เล่าถึงกระบวนการของแก๊งสแกมเมอร์ให้เรารับรู้ตลอดเวลา แต่ไม่ค่อยมีใครพูดว่าเหยื่อรู้สึกอย่างไร และทางออกคืออะไร จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขียนบทภาพยนตร์ที่โฟกัสกับความรู้สึกของเหยื่อ การลุกขึ้นมาทวงบางอย่างที่เป็นของเรากลับคืนมา รวมถึงการสะท้อนสิ่งที่เราต่างเผชิญอยู่ในฐานะประชาชนตัวเล็กตัวน้อยว่าเราจะสามารถลุกขึ้นมาทำอะไรได้บ้าง จึงเป็นแก่นของภาพยนตร์เรื่องนี้”
และกว่าจะมาเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ ทีมผู้สร้างได้รีเสิร์ชข้อมูลกันอย่างเข้มข้น โดยไม่ได้มีเพียงการค้นข้อมูลผ่านข่าวและบทสัมภาษณ์ของเหยื่อที่โดนหลอกเงินเท่านั้น แต่ยังเดินทางข้ามชายแดนเพื่อไปดูสถานที่จริง รวมถึงติดต่อหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอข้อมูล และพูดคุยกับเหยื่อที่โดนหลอกไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์และหนีกลับมาได้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างฉากเพื่อจำลองสถานที่ทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กระบวนการทำงาน หรือการให้คอลเซ็นเตอร์ตัวจริงโทรมาสาธิตการหลอกลวงให้นักแสดงดู
โดย คงเดช เล่าเพิ่มเติมว่า “เราติดต่อคนที่เป็นสายที่อยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้โทร.เข้ามาจากปอยเปตเพื่อให้เขาลองหลอกพวกเรา โดยมี ท็อป กับ เปาวลี นั่งอยู่ด้วยเพื่อฟังจังหวะจะโคนหรือสอบถามเรื่องต่างๆ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในกระบวนการทำความเข้าใจโลกของคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงเรายังให้คนที่เขาหนีออกมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาช่วยตรวจองค์ประกอบในกองถ่ายด้วยว่าสมจริงหรือไม่”
เตรียมพบกับภาพยนตร์ “เส้นตาย สายลวง” 26 มีนาคมนี้ ที่ Netflix
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#เสารสด #มวเอสเธอรนงไลลา #ปฏบตการเสนตาย #สายลวง


