ทางการยูเครนรายงานเหตุการณ์รุนแรงเมื่อรัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ด้วยโดรนและขีปนาวุธ กระหน่ำหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก โดยการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากสิ้นสุดช่วงประกาศหยุดยิง 32 ชั่วโมงเนื่องในวันอีสเตอร์ของชาวคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์
สรุปความเสียหายรายพื้นที่
- เมืองโอเดซา: เมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ มีผู้เสียชีวิต 7 ราย
- กรุงเคียฟ: มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กชายวัย 12 ปีรวมอยู่ด้วย แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้อาคารที่พักและโรงแรม โดยเฉพาะในเขตโปดิลสกี ซึ่งโดรนพุ่งชนอพาร์ตเมนต์สูง 18 ชั้น
- ภูมิภาคดนีโปรเปโตรวสค์: รายงานผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย
การตอบโต้ทางทหาร
กองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สามารถยิงสกัดขีปนาวุธได้ 31 ลูก และทำลายโดรนได้ถึง 636 ลำ โดยระบุว่าศัตรูโจมตีสองระลอกด้วยขีปนาวุธทั้งจากพื้นดินและอากาศ
ขณะที่ฝั่งรัสเซีย นายเวเนียมิน คอนดราเยฟ ผู้ว่าการภูมิภาคคราสโนดาร์ รายงานว่ามีเด็กเสียชีวิต 2 ราย (อายุ 5 ปี และ 14 ปี) จากเหตุโดรนของยูเครนโจมตีอาคารที่พักอาศัยในเมืองตูอัปเซ
สถานการณ์การเจรจาสันติภาพ
สงครามที่ดำเนินเข้าสู่ปีที่ 5 นี้ยังคงไร้ทางออก แม้สหรัฐฯ จะเคยเป็นตัวกลาง แต่กระบวนการหยุดชะงักลงเนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หันไปให้ความสำคัญกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ปัจจุบัน ยูเครนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงถาวรก่อนเริ่มเจรจา ขณะที่รัสเซียยืนกรานว่าต้องบรรลุข้อตกลงสันติภาพก่อนจึงจะหยุดสู้รบ ทำให้ยูเครนออกมาตำหนิว่ารัสเซียขาดความจริงใจในการยุติสงคราม


