นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกโรงเตือนสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เลิกกระตุ้นการใช้จ่าย หันมาเพิ่ม ‘ผลิตภาพ’
นายพลัฏฐ์ระบุว่า ที่ผ่านมาภาครัฐมักใช้นโยบาย Demand driven หรือการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นการบริโภค ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเพียงระยะสั้นและไม่ยั่งยืน อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออ่อนๆ และทำให้ค่าครองชีพในประเทศสูงขึ้นจนกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว โดยพบว่านักท่องเที่ยวจีนและญี่ปุ่นเริ่มกังวลเรื่องราคาสินค้าในไทยที่แพงขึ้น
ทางออกที่ยั่งยืนคือการปรับเปลี่ยนไปสู่แนวทาง Supply side โดยเน้นการเพิ่ม “ผลิตภาพ (Productivity)” ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิตและบริการ เพื่อลดต้นทุนและควบคุมราคาสินค้าในระยะยาว
ถอดบทเรียน ‘จีน’ โมเดลความสำเร็จ
นายพลัฏฐ์ได้ยกตัวอย่างประเทศจีนที่สามารถเพิ่มรายได้ประชาชนควบคู่ไปกับการรักษาระดับราคาสินค้าให้ต่ำลงได้ ผ่านกลยุทธ์ดังนี้:
- ภาคเกษตร: นำเทคโนโลยีมาใช้ลดแรงงาน เพิ่มปริมาณการผลิต และพัฒนาเกษตรอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ
- ภาคอุตสาหกรรม: ให้ความสำคัญกับ Productivity & Efficiency พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการผลิตจำนวนมากในราคาประหยัด (Economies of scale)
- ภาคบริการ: เช่น ค่าแท็กซี่ที่ถูกกว่าไทย เนื่องจากการนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานราคาถูกมาใช้ พร้อมการแข่งขันที่สูงทำให้บริการรวดเร็ว
ข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลและ BOI
สุดท้ายนี้ นายพลัฏฐ์เน้นย้ำให้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจและ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้มุ่งเน้นการยกระดับผลิตภาพของประเทศ เพื่อเป็นเกราะป้องกันวิกฤตเงินเฟ้อและบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพของประชาชนอย่างแท้จริง


