นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 เพื่อเร่งผลักดันให้ประเทศไทยปรับตัวทันต่อวิกฤตโลก
ชี้ไทยพึ่งพาฟอสซิลเกินไป กระทบค่าครองชีพประชาชน
นายศุภโชติระบุว่า ความผันผวนของสถานการณ์โลกและวิกฤตพลังงานสะท้อนว่าไทยพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศมากเกินไป ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมี “กติกาการค้าโลกใหม่” เช่น มาตรการภาษีคาร์บอน (CBAM) ของยุโรป ที่หากไทยไม่ปรับตัว จะทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันและเสียโอกาสในการลงทุนอย่างรุนแรง
เตือนภาวะโลกรวนทำเกษตรกรไทยเสียหายหนัก
ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เกิดขึ้นจริงผ่านน้ำท่วมและภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น โดยรายงานจาก UNDP ระบุว่าอาจส่งผลกระทบต่อ เกษตรกรไทยกว่า 12 ล้านคน และอาจสร้างความเสียหายสูงถึง 8 หมื่นล้านบาทต่อปีในอีก 20 ปีข้างหน้า
ฉะแผนรัฐย้อนแย้ง เป้าหมายมีแต่แผนปฏิบัติงานไม่มี
แม้ไทยจะปรับเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2593 แต่ศุภโชติชี้ว่าแผนปฏิบัติงานจริงกลับไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย โดยมีประเด็นปัญหาสำคัญดังนี้:
- ภาคพลังงาน: เป้าหมายระดับประเทศต้องการพลังงานสะอาด 60% ในปี 2583 แต่แผนกระทรวงพลังงานกลับตั้งไว้เพียง 50% และยังพึ่งพาฟอสซิลสูง
- ภาคอุตสาหกรรม: ขาดโรดแมปที่ชัดเจน ทำให้เอกชนต้องแบกรับความเสี่ยงและต้นทุนในการปรับตัวเพียงลำพัง
- ภาคเกษตรและขนส่ง: ขาดเครื่องมือช่วยเกษตรกรรับมือภัยพิบัติ และโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จ EV ยังไม่เพียงพอ
- ด้านการเงิน: รัฐบาลยังไม่มีแผนการลงทุนหรือเครื่องมือทางการเงินที่จูงใจให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นรูปธรรม
เร่งสร้างแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว (LT-LEDS) ดึงดูดลงทุนสีเขียว
การเสนอตั้ง กมธ. ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกลไกเชื่อมโยงและอุดรอยรั่วของแผนงานเดิม เพื่อให้ประเทศไทยมี แผนยุทธศาสตร์ระยะยาว (LT-LEDS) ที่ชัดเจนและบูรณาการทั้งระบบ พร้อมประกาศให้โลกเห็นว่าไทยมีความพร้อมสำหรับการลงทุนใน “โลกสีเขียว” และนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างยั่งยืน


