สวี่ เจียอิ้น หรือ ฮุย คา ยัน อดีตมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่สุดในเอเชียและผู้ก่อตั้ง ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์จีน ยอมรับสารภาพผิดต่อศาลประชาชนกลางเมืองเซินเจิ้น ในข้อหาฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ และติดสินบน
เกิดอะไรขึ้นในศาล
การพิจารณาคดีต่อหน้าสาธารณชนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13-14 เมษายน นายสวี่แสดงความสำนึกผิดต่อการกระทำ โดยนำเงินจองล่วงหน้าจากผู้ซื้อบ้านหลายล้านดอลลาร์ไปใช้หมุนเวียนในโครงการใหม่ แทนการก่อสร้าง ส่งผลให้มีอสังหาฯ ค้างค้างนับร้อยแห่งทั่วจีน
วิกฤตเอเวอร์แกรนด์
เอเวอร์แกรนด์ เคยเป็นบริษัทอสังหาฯ ใหญ่ที่สุดในจีน มีโครงการกว่า 1,300 แห่งใน 280 เมือง มูลค่าตลาดเกิน 50,000 ล้านดอลลาร์ แต่สะสมหนี้สูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ ถูกเรียกว่าเป็นบริษัทอสังหาฯ หนี้มากที่สุดในโลก
วิกฤตปะทุปี 2021 หลังรัฐบาลจีนบังคับใช้กฎเข้มควบคุมหนี้ภาคอสังหาฯ ทำให้บริษัทขาดสภาพคล่อง ผิดนัดชำระหนี้ ก่อนถูกถอดถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเดือนสิงหาคม 2025 โดยมูลค่าหุ้นดิ่งกว่า 99%
ข้อหาหลักที่เผชิญ
- รับฝากเงินจากสาธารณะโดยผิดกฎหมายและฉ้อโกงระดมทุน
- ออกหลักทรัพย์โดยมิชอบและเปิดเผยข้อมูลเท็จ
- ตกแต่งบัญชีรายได้สูงเกินจริงถึง 78,000 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ ปี 2024 นายสวี่ถูกปรับเงินและห้ามยุ่งเกี่ยวกับตลาดทุนตลอดชีวิต นายสวี่ถูกควบคุมตัวตั้งแต่ปี 2023
ผลกระทบใหญ่หลวง
การล่มสลายของเอเวอร์แกรนด์จุดชนวนตลาดอสังหาฯ จีนซบเซาต่อเนื่องเกือบ 3 ปี สั่นคลอนความเชื่อมั่นผู้บริโภคและธนาคาร เนื่องจากภาคอสังหาฯ เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อน GDP จีน
ศาลเซินเจิ้นจะประกาศคำพิพากษาและบทลงโทษต่อนายสวี่และบริษัทในเครือในภายหลัง กรณีนี้ถูกจับตาจากนักลงทุนโลก ในฐานะบททดสอบการปราบทุจริตและจัดการวิกฤตเศรษฐกิจจีน


