กลายเป็นเรื่องราวที่สังคมเกาหลีใต้กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีของ ‘นึกกู’ (Neukgu) หมาป่าวัย 2 ปี จากสวนสัตว์โอเวิลด์ ในเมืองแทจอน ที่สร้างวีรกรรมขุดดินลอดรั้วแหกกรงหลบหนีออกไปสู่โลกภายนอก ซึ่งขณะนี้เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วแต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับตัวกลับมาได้
ระดมกำลังขั้นสูงสุด แต่ยังไร้ร่องรอย
ภารกิจค้นหาครั้งนี้ถูกยกระดับอย่างต่อเนื่อง โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 300 นาย ประกอบด้วยตำรวจ นักผจญเพลิง และทหาร พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ ทั้งโดรนและกล้องตรวจจับความร้อน แต่กลับพบอุปสรรคหลายอย่างที่ทำให้การจับกุมล้มเหลว:
- จังหวะพลาด: โดรนเคยตรวจพบสัญญาณความร้อนใกล้สวนสัตว์ แต่ตัวหมาป่าหายไปในช่วงที่เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่โดรน
- เบาะแสหลอก: มีคลิปวิดีโอหมาป่าวิ่งบนถนนห่างออกไป 2 กิโลเมตร แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกลับไม่พบตัว
- ข้อมูลเท็จ: มีการแชร์ภาพที่อ้างว่าเป็นนึกกูเดินในเมือง ซึ่งภายหลังพบว่าเป็น ภาพจาก AI ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาขยายพื้นที่ค้นหาโดยไม่จำเป็น
ความกังวลด้านสวัสดิภาพและบทเรียนจากอดีต
เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มสิทธิสัตว์ Animal Freedom Solidarity ที่วิจารณ์ว่าสะท้อนถึงความหละหลวมในการจัดการความปลอดภัยของสวนสัตว์ ขณะที่ผู้นำเกาหลีใต้ อี แจ มยอง ได้แสดงความหวังว่านึกกูจะถูกจับได้โดยไม่มีใครได้รับอันตราย เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยกรณีเสือพูมา ‘โพรงกี’ ที่ถูกยิงเสียชีวิตในปี 2018
หมาป่าที่โตมากับมนุษย์ จะรอดหรือไม่?
ผู้เชี่ยวชาญแสดงความห่วงใยว่า นึกกูเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟื้นฟูหมาป่าเกาหลีที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และเติบโตมาภายใต้การเลี้ยงดูของมนุษย์ อาจขาดทักษะการล่าและเอาชีวิตรอดในธรรมชาติ โดยมีรายงานว่าอาหารมื้อสุดท้ายก่อนหลบหนีคือไก่เพียง 2 ตัวเท่านั้น
ปัจจุบัน ทางสวนสัตว์โอเวิลด์ได้ปิดให้บริการชั่วคราว และพยายามใช้ เสียงหอนของหมาป่า เพื่อดึงดูดให้นึกกูยอมกลับคืนสู่กรงเลี้ยงอีกครั้ง


