
กขค.ขยายผล คลี่ปมมะพร้าวน้ำหอมราคาต่ำ พบสัญญาณฮั้ว-กดราคารับซื้อ
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กล่างว่า วันที่ 28-29 มีนาคมที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เพื่อตรวจสอบเชิงรุกกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมส่งออกบางราย กระทำการอันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 หลายมาตรา
การลงพื้นที่ครั้งนี้ นำโดย พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ที่ปรึกษาด้านการสืบสวนสอบสวน พร้อมพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการหลายแห่งใน อ.ดำเนินสะดวก เพื่อดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ได้สอบถามข้อมูล บันทึกถ้อยคำพยาน และรวบรวมเอกสารหลักฐานจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว ผู้ประกอบการโรงงานแปรรูป และผู้รับซื้อเพื่อส่งออก
ผศ.ดร.วิษณุกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ปฏิบัติงานครั้งนี้พบข้อมูลและพยานหลักฐานเบื้องต้นที่มีนัยสำคัญ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นที่หนึ่ง การฮั้วราคารับซื้อและการแบ่งโควต้าการส่งออก โดยมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบธุรกิจรับซื้อและส่งออกมะพร้าวรายใหญ่จำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่มีกลุ่มทุนต่างชาติเป็นผู้ถือครองหรือมีอิทธิพลในการควบคุม มีพฤติกรรมนัดหมายและตกลงกำหนดราคารับซื้อมะพร้าวหน้าโรงงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่มีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสรรโควต้าตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการส่งออกระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าว อันเป็นการจำกัดการแข่งขันในตลาดโดยไม่ชอบธรรม พฤติกรรมเหล่านี้อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม มาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560
ประเด็นที่สอง การใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบและการกดราคารับซื้อจากเกษตรกร โดยมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ดังกล่าวมีอำนาจเหนือตลาดในระดับสูง ทั้งด้านการควบคุมปริมาณตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการส่งออกและการเข้าถึงช่องทางตลาดปลายทาง ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวซึ่งไม่มีอำนาจต่อรองต้องจำหน่ายผลผลิตในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตมาเป็นเวลานาน ขณะที่ราคาจำหน่ายปลีกในตลาดปลายทางยังคงอยู่ในระดับสูง ส่วนต่างระหว่างราคาหน้าสวนกับราคาปลายทางที่ห่างกันอย่างผิดสังเกตนี้บ่งชี้ถึงความไม่โปร่งใสในกลไกราคาตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจเป็นความผิดตามมาตรา 50 และมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560
ประเด็นที่สาม การปลอมปนและสำแดงเท็จในผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว นอกจากประเด็นด้านการแข่งขันแล้ว ยังพบข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตและส่งออกน้ำมะพร้าวที่มีการผสมสารอื่น แต่สำแดงว่าเป็นน้ำมะพร้าวแท้ 100% ซึ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสินค้าเกษตรไทยในตลาดต่างประเทศโดยรวม และยังบิดเบือนกลไกราคามะพร้าวในประเทศอีกด้วย
ขณะนี้สำนักงาน กขค.อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลและพยานหลักฐานที่รวบรวมได้จากการลงพื้นที่ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ สำนักงาน กขค.ยืนยันเจตนารมณ์ในการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเข้มแข็ง เพื่อปกป้องเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต ตลอดจนส่งเสริมให้ตลาดมะพร้าวน้ำหอมมีการแข่งขันที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุปทาน
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#กขค.บกราชบร #คลปมมะพราวนำหอม #ชชดนายทนตางชาตอทธพลลน #ฮวราคาอำนาจเหนอตลาด


