
อิหร่านเมินเดตไลน์ 48 ชม. ฮึ่มวางทุ่นบึ้มอ่าวเปอร์เซีย ถล่มโรงผลิตน้ำจืด
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์โดยรวมยังยกระดับความตึงเครียดขึ้น โดยประเทศคู่ขัดแย้งหลักและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง และมีโจมตีกลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (จีซีซี) แต่ประเทศส่วนใหญ่ยังสามารถสกัดกั้นไว้ได้ อีกทั้งยังมีการโจมตีพื้นที่ใกล้กับศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ในเมืองดีโมนา (Dimona) และ เมืองอาราด (Arad) ของประเทศอิสราเอล ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยภายหลังเหตุการณ์นั้น ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการลดระดับความตึงเครียด และการปกป้องพลเรือน
รองโฆษก กต. กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด โดยเมื่อวันที่ 22 มีนาคม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้มีการเปิดช่องแคบดังกล่าวภายใน 48 ชั่วโมง และล่าสุด มีคำเตือนจากประเทศอิหร่านถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบสารสนเทศด้วย และเนื่องจากสถานการณ์โดยรวมขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง กต.จึงขอย้ำอีกครั้งว่า ขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด อีกทั้งขอให้ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อแก่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ว่า ล่าสุดอิหร่านเตือนว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำทั่วอ่าวเปอร์เซีย หากนายทรัมป์ดำเนินการตามคำขู่ที่จะโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่าน ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาถึงสัปดาห์ที่ 4 กำลังคุกคามทั้งชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วทั้งภูมิภาค
คำขู่โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านดังกล่าว ถือเป็นการยกระดับการทำสงครามไปเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลกระทบกับประชาชนโดยตรง และยังทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักครั้งใหญ่ในภูมิภาค ที่พึ่งพาการผลิตน้ำกินน้ำใช้จากน้ำทะเลเป็นอย่างมาก
ด้านอิหร่านระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการส่งออกน้ำมันและสินค้าอื่นๆ จะถูกปิดอย่างสมบูรณ์ทันที หากสหรัฐดำเนินการตามคำขู่ของนายทรัมป์ โดยสื่อทางการอิหร่านรายงานว่า นายอิบราฮิม ซอลฟากอรี โฆษกกองทัพอิหร่าน กล่าวว่า หากโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิงและพลังงานของอิหร่านถูกโจมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งหมด รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ และโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลของสหรัฐ และระบอบการปกครองในภูมิภาคจะตกเป็นเป้าหมาย
ขณะที่การโจมตีด้านไฟฟ้าอาจส่งผลกระทบต่ออิหร่าน แต่ก็อาจเป็นหายนะสำหรับประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งใช้พลังงานต่อหัวมากกว่าอิหร่านถึงประมาณ 5 เท่า ไฟฟ้าทำให้เมืองทะเลทรายที่สวยงามของพวกเขาสามารถอยู่อาศัยได้ ส่วนหนึ่งโดยการขับเคลื่อนโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลซึ่งผลิตน้ำได้ร้อยละ 100 ของปริมาณน้ำที่ใช้ในบาห์เรนและกาตาร์ โรงงานเหล่านี้ใช้น้ำทะเลเพื่อตอบสนองความต้องการน้ำดื่มมากกว่าร้อยละ 80 ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และ ร้อยละ 50 ของปริมาณน้ำในซาอุดีอาระเบีย
นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ย้ำจุดยืนเดิมโดยโพสต์บน X ว่า โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและโรงงานพลังงานในตะวันออกกลางอาจถูกทำลายอย่างถาวร หากโรงไฟฟ้าของอิหร่านถูกโจมตี
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) กล่าวว่า หากการโจมตีเกิดขึ้น หมายความว่าเส้นทางเดินเรือที่ปกติแล้วใช้ขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว 1 ใน 5 ของโลก ซึ่งผ่านชายฝั่งทางใต้ของอิหร่านจะยังคงถูกปิด
ล่าสุด สภาความมั่นคงของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ขู่ประเทศฝ่ายศัตรูว่า จะวางทุ่นระเบิดปิดกั้นอ่าวเปอร์เซีย หากอิหร่านถูกโจมตีในพื้นที่ชายฝั่งและเกาะต่างๆ หลังสหรัฐกำลังพิจารณาแผนที่จะยึดครอง หรือปิดกั้นเกาะคาร์กของอิหร่าน ซึ่งเป็นฮับการส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน เพื่อบีบให้อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
แถลงการณ์ระบุว่า หากพื้นที่ชายฝั่งหรือเกาะของอิหร่านถูกโจมตี อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการวางทุ่นระเบิดในเส้นทางทั้งหมดในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้อ่าวเปอร์เซียทั้งหมดจะถูกปิดกั้นเหมือนกับช่องแคบฮอร์มุซไปอีกนาน
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#อหรานพรอมตอบโต #ฮมวางทนบมปดอาวเปอรเซย #ถลมโรงผลตนำจด


