ไม่ดูไม่ได้แล้ว ทรู ยันเหตุเคเบิลใต้น้ำตะวันออกกลาง ไม่กระทบบริการอินเทอร์เน็ต พร้อมตั้งวอร์รูมเฝ้าระวัง 24 ชม

    0
    0
    1254 1
    1254 1

    ทรู ยันเหตุเคเบิลใต้น้ำตะวันออกกลาง ไม่กระทบบริการอินเทอร์เน็ต พร้อมตั้งวอร์รูมเฝ้าระวัง 24 ชม.

    เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทีมงานของทรูได้ติดตามสถานการณ์เคเบิลใต้น้ำในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และมีการเตรียมความพร้อมบริหารจัดการโครงข่ายรวมทั้งตั้งวอร์รูมดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

    สำหรับโครงข่ายการให้บริการอินเทอร์เน็ตของของทรูนั้นมีการกระจายเส้นทางการเชื่อมต่อในหลายระดับ ไม่ได้พึ่งพาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว มีเส้นทางสำรองรองรับ และสามารถบริหารจัดการเส้นทางการรับส่งข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่นตามสถานการณ์

    ขณะเดียวกัน ยังเชื่อมต่อกับพันธมิตรโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระดับโลก ซึ่งได้ยืนยันถึงความพร้อมของระบบและศักยภาพที่จะรองรับการใช้งาน ทั้งในด้านแบนด์วิดท์และเส้นทางการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ด้วยความพร้อมในทุกมิติลูกค้าจึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะยังคงใช้งานบริการอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีคุณภาพต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ ทรูมีความพร้อมของโครงข่ายการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่พร้อมสร้างความมั่นใจในการใช้บริการได้  ดังนี้

    โครงข่ายเคเบิลอิสระจากพื้นที่เสี่ยง

    โครงข่ายการเชื่อมต่อระหว่างประเทศของทรู รองรับด้วยระบบเคเบิลใต้น้ำ SJC2 (Southeast Asia–Japan Cable 2) ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างสิงคโปร์และญี่ปุ่น โดยมีเส้นทางที่แยกออกจากภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน และยังคงให้บริการได้ตามปกติอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับผลกระทบ

    โครงข่ายมีเส้นทางสำรองหลากหลาย (Extensive Network Redundancy)

    ทรูบริหารจัดการโครงข่ายให้มีความยืดหยุ่นและมีความหลากหลายของเส้นทางสำรอง โดยมีความร่วมมือกับพันธมิตรโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระดับโลก ทั้งด้านการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย (transit) และการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างผู้ให้บริการ (peering) ในศูนย์อินเทอร์เน็ตหลัก เช่น สิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งช่วยรองรับเส้นทางการรับส่งข้อมูลที่หลากหลายระหว่างภูมิภาคทั้งเอเชีย ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก และสามารถปรับเส้นทางการใช้งานไปยังเส้นทางสำรองได้โดยอัตโนมัติ  ทำให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด

    พันธมิตรระดับโลกที่แข็งแกร่ง พร้อมศักยภาพรองรับการใช้งานได้อย่างเพียงพอ

    บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ของทรูเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างพันธมิตรผู้ให้บริการ (peering) มากกว่า 30 ราย และเชื่อมต่อพันธมิตรระหว่างเครือข่าย (transit) อีก 9 ราย ซึ่งล้วนเป็นผู้ให้บริการระดับ Tier 1 ที่มีโครงข่ายครอบคลุมกว้างขวางทั่วโลก ช่วยให้สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งได้รับการยืนยันจากเหล่าพันธมิตรระดับโลกของเราถึงศักยภาพด้านแบนด์วิดท์ที่เพียงพอ พร้อมโครงข่ายที่มีเส้นทางเชื่อมต่อหลากหลาย ทำให้มั่นใจได้ว่าแม้เกิดเหตุความเสียหายของเคเบิลใต้น้ำในภูมิภาคตะวันออกกลาง ก็จะไม่กระทบต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของบริการ

    ยืนยันศักยภาพโครงข่ายจากเหตุการณ์จริงในอดีต

    จากเหตุการณ์ในเดือนกันยายน 2568 ที่ระบบเคเบิลใต้น้ำหลายเส้นในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ได้แก่ SMW4, IMEWE (India–Middle East–Western Europe), FALCON และ EIG (Europe India Gateway) เกิดการขัดข้องในวงกว้าง แม้เหตุการณ์จะมีผลกระทบในระดับภูมิภาค แต่บริการของทรูสามารถให้บริการได้ตามปกติ  ไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งยืนยันให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพของการออกแบบโครงข่ายและระบบเส้นทางสำรองที่รองรับได้อย่างมีประสิทธิผล

    การเชื่อมต่อไปยังพื้นที่เสี่ยงยุโรปและตะวันออกกลางมีปริมาณไม่มาก

    ปัจจุบัน ปริมาณทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตของทรูที่เชื่อมต่อไปยุโรปและตะวันออกกลางมีสัดส่วนไม่ถึง 5%  จึงทำให้ทั้งโอกาสที่จะเกิดผลกระทบยิ่งอยู่ในขอบเขตที่จำกัด

    ทีมงานเฝ้าระวังดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง

    ทีมเน็ตเวิร์กเฝ้าติดตามสถานการณ์และประสิทธิภาพโครงข่ายทั่วโลกอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง   เพื่อรักษาเสถียรภาพและคุณภาพของบริการ พร้อมตอบสนองได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเหตุฉุกเฉิน

    ทั้งนี้ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ด้วยโครงข่ายที่มีความยืดหยุ่นและเชื่อถือได้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานบริการได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจในทุกสถานการณ์


    ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

    #ทร #ยนเหตเคเบลใตนำตะวนออกกลาง #ไมกระทบบรการอนเทอรเนต #พรอมตงวอรรมเฝาระวง #ชม

    ทิ้งคำตอบไว้

    กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
    กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่