Dan Taylor ผู้บริหารด้านโฆษณาของ Google ยืนยัน “แอป Gemini” จะไม่โชว์โฆษณา หรือแนะนำสินค้าให้กับผู้ใช้งาน พร้อมเปิดกลยุทธ์ของ Google Ads ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทกับการค้นหาของผู้บริโภคมากขึ้น โดยชี้ว่า AI จะทำให้แพลตฟอร์มเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคและนำเสนอโฆษณาได้ตรงจุดมากขึ้น แม้ในยามสตรีมมิ่ง ไถฟีด ฯลฯ ก็ตาม
การให้คำยืนยันของ Dan Taylor รองประธานด้าน Global Ads จาก Google เกี่ยวกับ Gemini มีขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมกันนี้ ทางผู้บริหาร Google ยังได้เปิดอินไซท์ด้วยว่า ในปี 2025 มีการค้นหาเกิดขึ้นบน Google มากกว่า 5 ล้านล้านครั้ง โดยสิ่งที่ผู้ใช้งานค้นหาเป็นลักษณะ Multimodal (การถามคำถามที่คล้ายบทสนทนาตามธรรมชาติ แทนการป้อนเป็นคีย์เวิร์ดแบบในอดีต)
นอกจากนี้ Dan ยังระบุด้วยว่า การค้นหาด้วย Google Lens ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมีการค้นหาในลักษณะดังกล่าวมากกว่า 2.5 หมื่นล้านครั้งต่อเดือน และ 1 ใน 5 ของการค้นหาด้วย Google Lens เป็นการค้นหาในเชิงพาณิชย์
เปิดภาพรวม AI Overviews
ผู้บริหาร Google ยังได้กล่าวถึง AI Overviews ซึ่งเป็นส่วนที่เพิ่มเข้ามาใน Google Search สำหรับแสดงข้อมูลสรุปที่ AI สร้างขึ้นพร้อมลิงก์ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า ในปี 2024 Google ได้เริ่มแสดงโฆษณาที่ด้านบน ด้านล่าง และภายใน AI Overviews
- สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โฆษณาใน AI Overviews พร้อมให้บริการแล้วในภาษาอังกฤษ ทั้งบนอุปกรณ์เคลื่อนที่และเดสก์ท็อป ในประเทศออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์
- ปัจจุบัน AI Overviews มีผู้ใช้งานมากกว่า 2 พันล้านคนต่อเดือน ในกว่า 200 ประเทศและเขตแดน และรองรับ 40 ภาษา
อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดตามมาคือ คำค้นหาโดยเฉลี่ยยาวกว่าคำค้นหาแบบดั้งเดิมถึง 3 เท่า ซึ่ง Dan มองว่า Gemini ช่วยให้ระบบเข้าใจความตั้งใจของผู้ใช้จากคำค้นหาที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น และสามารถแสดงโฆษณาที่สอดคล้องกับความสนใจส่วนบุคคลและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในช่วงเวลาที่ต้องการ
“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Google ได้ทำการปรับปรุงความสามารถในการทำความเข้าใจคำค้นหาของผู้ใช้ด้วย Gemini ในอัตราเฉลี่ยเกือบเดือนละครั้ง เมื่อโมเดล Gemini ได้รับการพัฒนาและสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณภาพของโฆษณาก็ดีขึ้นด้วยอย่างต่อเนื่อง และทำให้ Google สามารถลดอัตราการแสดงโฆษณาที่ไม่เกี่ยวข้องลงได้โดยเฉลี่ยถึง 40%”
ผู้บริหาร Google Ads ยังได้กล่าวด้วยว่า ในปัจจุบัน ผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ต่าง ๆ บนมือถือมากกว่า 130 ครั้งต่อวัน ทำให้เส้นทางการซื้อของผู้บริโภคแบบดั้งเดิมถูกแทนที่ด้วยการค้นหา สตรีมมิง เลื่อนดู และการช้อปปิ้ง ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้แคมเปญที่ทำงานด้วยระบบ AI ของ Google ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถปรากฏตัวในช่วงเวลาดังกล่าวได้ดีขึ้นนั่นเอง
โฆษณาที่ผลิตโดย Gemini เพิ่มขึ้น 3 เท่า
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงในวงการโฆษณาก็คือชิ้นงานที่เผยแพร่ โดยในปี 2025 มีชิ้นงานโฆษณาที่สร้างด้วย Gemini โดยผู้ลงโฆษณาเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ขณะที่ในปัจจุบัน การสร้างรูปภาพและวิดีโอใน Google Ads Studio ขับเคลื่อนโดย Nano Banana Pro และ Veo 3 เป็นหลัก
ในจุดนี้ ผู้บริหาร Google Ads เผยว่า AI Agent คือก้าวต่อไปของวงการโฆษณาและคอมเมิร์ซ และในปีที่ผ่านมา Google ได้เปิดตัวที่ปรึกษาด้าน Google Ads (Ads Advisor) และที่ปรึกษาด้าน Analytics (Analytics Advisor) ซึ่งเป็น AI Agent ที่ทำงานอยู่ภายในผลิตภัณฑ์สำหรับ Google Ads และ Google Analytics โดยพร้อมให้บริการแก่ผู้ลงโฆษณาที่ใช้ภาษาอังกฤษทุกราย
Agentic Commerce ต้องปลอดภัย-ไม่ยุ่งยาก
Google ยังตั้งเป้าสำหรับ Agentic Commerce ไว้ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการช้อปปิ้ง และการทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมในการวางรากฐานที่จำเป็นเพื่อทำให้ Agentic Commerce มีความราบรื่นและปลอดภัย โดยสิ่งที่เกิดขึ้นคือ Google ได้เปิดตัว Universal Commerce Protocol (UCP) เพื่อกำหนดมาตรฐานสำหรับวิธีที่ธุรกิจใช้ AI Agent ตลอดเส้นทางการช้อปปิ้ง และได้นำร่องการใช้งานแล้วในสหรัฐอเมริกา ซึ่ง UPC ช่วยให้นักช็อปสามารถซื้อสินค้าจากมาร์เก็ตเพลสที่ร่วมรายการได้โดยตรงผ่าน AI Mode ใน Google Search และแอป Gemini
นอกจากนี้ Google ยังกำลังพัฒนานวัตกรรมการชำระเงินผ่าน AI Agent ในสหรัฐอเมริกา เพื่อทำให้การช็อปปิ้งง่ายยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภค โดยทำให้ AI สามารถสั่งซื้อสินค้าแทนผู้บริโภคได้ทันทีที่ราคาของสินค้าที่ติดตามไว้ลดลงมาถึงระดับงบประมาณที่ตั้งไว้ (และเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้บริโภคให้ดำเนินการ)
“การมี Gemini ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์เว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณา แคตตาล็อกสินค้า และเข้าใจผลิตภัณฑ์และบริการที่พวกเขาเสนออย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เข้าใจจากคีย์เวิร์ดที่พวกเขาซื้อ หรือโฆษณาที่พวกเขามีอยู่ภายในบริษัทเท่านั้น และนำไปสู่การจับคู่ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น ซึ่งเราทำมาแล้ว 25 ปี Gemini เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพความสามารถของเราในการทำสิ่งนั้นให้ดียิ่งขึ้นไปอีก” Dan Taylor กล่าวปิดท้าย
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ผบรหาร #Google #ยนยน #Gemini #จะไมโชวโฆษณาในแอป #ยอมรบ #Agentic #Commerce #ทาทาย


