ไม่ดูไม่ได้แล้ว ‘พัฒนา’เดินหน้าสาธารณสุขดิจิทัล เร่งเทเลเมดิซีน-หนุน‘หมอพร้อม’ใช้ฟรีเน็ต

    0
    0
    555 11
    555 11

    เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงแนวทางยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศ โดยเน้นการขับเคลื่อนสู่ “สาธารณสุขดิจิทัล” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางยา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการ ลดความเหลื่อมล้ำ และเตรียมความพร้อมรองรับวิกฤตในอนาคต โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะการลดภาระการเดินทางและความแออัดในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาได้เร่งผลักดันการให้บริการเทเลเมดิซีนในทุกระดับ ตั้งแต่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ไปจนถึงโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งปัจจุบันหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงมีความพร้อมรองรับการให้บริการรูปแบบดังกล่าวแล้ว ประชาชนสามารถรับคำปรึกษาทางการแพทย์ ติดตามอาการ หรือรับบริการบางประเภทผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ลดทั้งค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเข้ารับบริการ

    นายพัฒนา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพดิจิทัลอย่างเท่าเทียม โดยอยู่ระหว่างดำเนินการให้ประชาชนสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม” ได้โดยไม่เสียค่าอินเทอร์เน็ตในบางเครือข่าย ตอนนี้ที่มีการลงนามร่วมกันแล้วคือ ทรู และจะมีความร่วมมือกับเอไอเอสในอนาคต และมีแนวโน้มขยายความร่วมมือเพิ่มเติมในระยะถัดไป ทั้งนี้ การทำให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่มีข้อจำกัด จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มการใช้บริการเทเลเมดิซีน ช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน และเพิ่มความคล่องตัวของระบบบริการสุขภาพในภาพรวม

    นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ในส่วนของความมั่นคงทางยา เป็นหนึ่งในภารกิจหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริบทที่โลกเผชิญกับความผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยาและเวชภัณฑ์ แม้ว่าการนำเข้ายาจากต่างประเทศอาจมีต้นทุนที่ต่ำกว่าในบางช่วงเวลา แต่ในภาวะวิกฤต การพึ่งพาการนำเข้าเพียงอย่างเดียวอาจสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านสาธารณสุขของประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงเดินหน้าผลักดันการผลิตยาและวัตถุดิบสำคัญทางยา (API) ภายในประเทศอย่างจริงจัง

    “สถานการณ์ที่ผ่านมาเป็นเครื่องย้ำชัดว่า ประเทศจำเป็นต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยเฉพาะด้านยาและเวชภัณฑ์ เราจึงตั้งเป้าหมายให้เห็นความคืบหน้าการผลิตในประเทศภายใน 4 ปี” นายพัฒนา กล่าวและว่า ในระยะสั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการสต็อกยาและเวชภัณฑ์อย่างเข้มข้น โดยปัจจุบันมีปริมาณสำรองเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3-4 เดือน พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการตรึงราคายา โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ในสต็อกเดิม ซึ่งมีต้นทุนก่อนเกิดวิกฤต เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

    นายพัฒนา กล่าวว่า การพัฒนาระบบเทเลเมดิซีนควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางยา เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้มีความทันสมัย ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตในอนาคต เราต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน ประเทศต้องมีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองด้านยาและเวชภัณฑ์ เพื่อให้ระบบสาธารณสุขมีเสถียรภาพและยั่งยืน


    ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

    #พฒนาเดนหนาสาธารณสขดจทล #เรงเทเลเมดซนหนนหมอพรอมใชฟรเนต

    ทิ้งคำตอบไว้

    กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
    กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่