
การส่งเสริมวัฒนธรรมรักการอ่าน เป็นอีกหนึ่งงานสำคัญ ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ดำเนินการต่อเนื่อง ล่าสุด ประกาศยกย่อง 27 ผลงานชิ้นเอกของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เป็นวรรณกรรมแห่งชาติ นับเป็นการพิจารณาหนังสืออันทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์เพิ่มเติมหลังว่างเว้นมานานกว่า 10 ปี
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม สวธ.พิจารณายกย่องผลงานไปแล้วจำนวน 38 เรื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันมีหนังสือดีขึ้นแท่นวรรณกรรมแห่งชาติรวม 65 เรื่อง พร้อมจัดพิมพ์หนังสือชื่อ “วรรณกรรมแห่งชาติ : บรรณนิทัศน์” ทั้งในรูปแบบหนังสือเล่ม และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เพื่อสืบสาน สร้างสรรค์ ต่อยอดและเผยแพร่ผลงานชิ้นเอกของศิลปินแห่งชาติ เป็นโครงการสำคัญสร้างค่านิยมการอ่าน ยิ่งไปกว่านั้นสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ มีโอกาสอ่านหนังสือที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างงานเขียนหลากหลายประเภท
นักอ่านที่สนใจหนังสือดีของชาติทั้ง 65 เรื่อง ชวนไปงานหนังสือชาติ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กำหนดจะร่วมจัดนิทรรศการวรรณกรรมแห่งชาติและเผยแพร่หนังสือวรรณกรรมแห่งชาติบรรณนิทัศน์ พร้อมการเสวนาบนเวทีว่าด้วยวรรณกรรมแห่งชาติในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 54 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-6 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดี สวธ. กล่าวว่า โครงการวรรณกรรมแห่งชาติเกิดขึ้นปี 2557 โดยประกาศยกย่องผลงานวรรณกรรมชิ้นเอกของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ตั้งแต่ พ.ศ.2528-2555 จำนวน 38 คน ในปี 2569 ดำเนินโครงการอีกครั้งและพิจารณาคัดเลือกจากผลงานของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2545 เพิ่มเติม 1 คน และระหว่าง พ.ศ.2556-2567 จำนวน 26 คน เป็นวรรณกรรมแห่งชาติ 27 เรื่อง รวมผลงานที่ประกาศยกย่องเป็นวรรณกรรมแห่งชาติทั้งหมด 65 เรื่อง เพื่อเผยแพร่หนังสือทรงคุณค่าจึงจัดทำโครงการสืบศิลปะ สร้างศิลปิน กิจกรรมวรรณกรรมแห่งชาติ จัดพิมพ์หนังสือชื่อ “วรรณกรรมแห่งชาติ : บรรณนิทัศน์” ทั้งในรูปแบบหนังสือเล่ม และหนังสือ e-book มีบทบรรณนิทัศน์ของวรรณกรรมครบทุกเรื่อง จะกระตุ้นให้นักอ่าน เยาวชนและประชาชนสนใจอ่านวรรณกรรมแห่งชาติ หนังสือมรดกของชาติ
ด้าน นางชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ ประธานผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการกิจกรรมวรรณกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า แนวทางโครงการวรรณกรรมแห่งชาติพิจารณายกย่องจากเล่มที่ดีที่สุด เด่นที่สุด มีความหมาย และลึกซึ้งที่สุดของศิลปินแห่งชาติท่านนั้นๆ และสามารถตอบเหตุผลในการเลือกแก่สังคมได้ เอ่ยชื่อแล้ว รู้ทันที ถ้าพูดถึงอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช จะนึกถึงเรื่อง “สี่แผ่นดิน” มีเนื้อหาแสดงความเป็นแผ่นดินและคุณลักษณะสำคัญของบ้านเมือง ประกาศแล้วเป็นแบบอย่างให้กับนักเขียนรุ่นใหม่ หรืออาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เรื่อง “เพียงความเคลื่อนไหว” ไพวรินทร์ ขาวงาม เรื่อง “ม้าก้านกล้วย” อรสม สุทธิสาคร เรื่อง “สนิมดอกไม้ : ชีวิตจริงในมุมมืดของหญิงไทย” ผลงานสืบทอดขนบวรรณศิลป์ที่มีความงาม ความพิเศษ และมีคุณค่า ผู้อ่านจะเห็นแนวทางสร้างสรรค์ผ่านวรรณกรรมทั้ง 65 เล่ม ซึ่งมีความหมายมาก
นายตรีศิลป์ บุญขจร อดีตนายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า โครงการนี้มีคุณภาพมาก ผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการทำงานอย่างตั้งใจ ซึ่งคำว่า “แห่งชาติ” แสดงถึงมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ โดยกระทรวงวัฒนธรรม ช่วยส่งเสริมการอ่าน ครูอาจารย์ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วประเทศสามารถเลือกอ่านวรรณกรรมของศิลปินแห่งชาติ ที่สำคัญมีบรรณนิทัศน์สรุปและแนะนำวรรณกรรมเกิดแรงจูงใจให้อยากอ่าน คนรุ่นใหม่ชอบอ่านผ่าน e-book สะดวกและลดค่าใช้จ่ายการซื้อหนังสือ มีทั้งหนังสือเรื่องสั้น นวนิยายหลายแนว กวีนิพนธ์ สารคดี และวรรณกรรมสำหรับเยาวชน แน่นอนเรื่องคุณภาพ หลากรส หลากประเภทและกลวิธีการเขียน
“ศิลปินแห่งชาติภาคภูมิใจผลงานได้รับการยกย่องเป็นวรรณกรรมแห่งชาติ อีกทั้งสามารถใช้อ้างอิงได้ 65 เรื่อง ชวนอ่าน อย่างนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง “นายขนมต้ม” โดย คมทวน คันธนู แทนที่ท่านจะเลือกเรื่อง “นาฏกรรมบนลานกว้าง” ที่ได้รางวัลซีไรต์ ใช้ฉันทลักษณ์เก่าอย่างรุ่มรวย แต่ท่านเลือกเล่มนี้ เป็นเล่มที่รักที่สุด เป็นขนมต้มเวอร์ชั่นใหม่ ท่านเขียนบนปกว่า คนกล้านอกตำนาน ตนอยากเห็นการแปลวรรณกรรมแห่งชาติเป็นภาษาต่างประเทศเพื่อให้วรรณกรรมไทยเผยแพร่ไปไกล อย่างเรื่อง “ปีศาจ” โดยเสนีย์ เสาวพงศ์ แปลเป็นภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย การต่อยอดจากการยกย่องศิลปินแห่งชาติต่อเนื่องสู่วรรณกรรมแห่งชาติเกิดประโยชน์มาก ล้วนเป็นหนังสือหายาก ควรส่งเสริมให้แพร่หลาย บางท่านเสียชีวิตแล้ว หากทายาทให้ลิขสิทธิ์และจัดทำ e-book นี่คือความยั่งยืน ฐานข้อมูลวรรณกรรมไทยน้อยมาก หากใส่ข้อมูลจากโครงการนี้จะเกิด Big Data ของไทย สร้างองค์ความรู้ ความสำเร็จจะเกิดได้ถ้าร่วมมือกัน” นายตรีศิลป์กล่าว
การยกย่อง “วรรณกรรมแห่งชาติ” ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการคัดเลือกหนังสือดีขึ้นหิ้ง หากคือการส่งเสริมวัฒนธรรมรักการอ่าน ให้แพร่หลายและกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยหนังสือชั้นครูทั้ง 65 เรื่อง ที่ถูกถ่ายทอดใหม่ผ่านทั้งรูปเล่มและ e-book เพื่อสร้าง “นักอ่านรุ่นใหม่” เพิ่มมากขึ้น
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#รายงาน #65วรรณกรรมแหงชาต #สงเสรมวฒนธรรมรกการอาน


