ไม่ดูไม่ได้แล้ว สงครามสหรัฐ-อิหร่าน ป่วนหุ้นไทย หวั่นยืดเยื้อเป็นปี ฉุดศก.วูบนาน แนะรัฐบาลงัด 7 มาตรการสู้

0
0
A303
A303

สงครามสหรัฐ-อิหร่าน ป่วนหุ้นไทย หวั่นยืดเยื้อเป็นปี ฉุดเศรษฐกิจวูบนาน แนะรัฐบาลงัด 7 มาตรการสู้

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายภราดร เตียรณปราโมทย์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์สงครามตะวันออกลางระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน มีแนวโน้มยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือน หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้เลื่อนเส้นตายในการสั่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน เป็นวันที่ 6 เมษายนนี้ ถือเป็นการขยายเวลาครั้งที่ 2 พร้อมคาดว่าปฏิบัติการทางทหารจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกยังคงผันผวน รวมถึงเศรษฐกิจโลก กรณีสงครามซัดเต็มแรง องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) คาดเงินเฟ้อเฉลี่ยของกลุ่ม G-20 ในปีนี้จะพุ่งเป็น 4.0% (เดิม 2.8%) และคาดเงินเฟ้อสหรัฐพุ่ง 4.2% (เดิม 3.0%) พร้อมกับมองว่าแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยของประเทศต่างๆ จะเข้มงวดมากขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตลอดช่วงปี 2569-2570 จึงแนะนำให้กำเงินสด 30-50% ดักเก็บหุ้นแข็งแกร่งสู้สงครามลากยาว

นายภราดรกล่าวว่า สถานการณ์น้ำมันในประเทศ วิกฤตน้ำมันแพงตอนนี้ รัฐบาลงัด 7 มาตรการสู้ แต่ขยับได้ยากกว่าที่คิด โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากความปั่นป่วนในตลาดพลังงานยืดเยื้อนานกว่า 1 ปี คาดการณ์ว่าอาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย-แปซิฟิกลดลงมากถึง 1.3% ในช่วงปี 2569-2570 และอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้น 3.2% ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ และเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ในอนาคตอันใกล้ โดยราคาน้ำมันในแถบอาเซียนปรับขึ้นอย่างร้อนแรง เริ่มจากสิงคโปร์ ที่ล้วนแล้วแต่เพิ่มขึ้นจากฐานเดิมกว่า 30% ซึ่งกระทบค่าครองชีพภายในประเทศเต็มๆ

นายภราดรกล่าวว่า เมื่อน้ำมันแพง ข้าวของก็เตรียมขึ้นราคา รัฐบาลจึงต้องรีบคลอด 7 มาตรการเร่งด่วนมาช่วยพยุงประชาชนและภาคธุรกิจ โดยสรุปเบื้องต้น ดังนี้ 1.ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ยอมลดรายได้ของรัฐ เพื่อกดราคาน้ำมันหน้าปั๊มลง 2.เติมเงินบัตรคนจน เพิ่มเงินให้ผู้มีรายได้น้อยเอาไปช่วยจ่ายค่าแก๊สหุงต้มหรือค่าเดินทาง 3.ชดเชยช่วยเหลือผู้รับเหมาก่อสร้างของรัฐ ไม่ให้ทิ้งงานเพราะต้นทุนพุ่ง 4.ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (SOFT LOAN) ให้เงินหมุนเวียนกับธุรกิจที่กำลังแย่ 5.โอนเงินช่วยค่าเดินทาง จ่ายผ่านพร้อมเพย์ให้กลุ่มเป้าหมาย อาทิ แท็กซี่ หรือวินมอเตอร์ไซค์ 6.จัดหาปุ๋ยราคาถูก ช่วยเกษตรกรที่โดนต้นทุนปุ๋ยแพง (เพราะปุ๋ยหลายชนิดมาจากปิโตรเคมี) และ 7.ดันน้ำมัน B20 หนุนให้รถบรรทุกใช้น้ำมันดีเซล B20 ในราคาที่ถูกกว่าปกติ

นายภราดรกล่าวว่า การที่รัฐบาลใช้มาตรการข้อ 1 คือ การลดภาษีน้ำมัน เพื่อช่วยประชาชน แปลว่ารัฐบาลกำลังยอมเสียรายได้ของประเทศไปบางส่วน สังเกตได้จากรายได้รัฐบาลในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.-ม.ค.) อยู่ที่ 1.03 ล้านล้านบาท มาจากกรมสรรพากร (63.60%) ซึ่งก็มาจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีบริษัท และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามด้วยกรมสรรพสามิต (18.42%) จากสินค้าเฉพาะกลุ่ม อาทิ เหล้า บุหรี่ รถยนต์ และน้ำมัน ทำให้รัฐบาลปัจจุบันตัดสินใจได้ยากลำบาก เพราะหากไม่ลดภาษี คนก็อยู่ไม่ได้ ข้าวของจะแพงขึ้น แต่พอลดภาษี รัฐก็จะมีเงินไปพัฒนาประเทศหรือทำสวัสดิการด้านอื่นๆ น้อยลง

“กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน โดยจะกำหนดทั้งอัตราการลด และระยะเวลาให้เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบข้อกฎหมาย หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติ มาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มปรับลดลงทันที สอดคล้องกับภาษีที่ปรับลดลงจากระดับปัจจุบันที่จัดเก็บอยู่ประมาณ 5-6 บาทต่อลิตร โดยรายละเอียดเชิงนโยบายยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะประเด็นขนาดของการลดภาษีว่าจะปรับลดเต็มจำนวนทั้งก้อน หรือเป็นเพียงการลดบางส่วนเพื่อช่วยพยุงราคา จึงยังเป็นประเด็นที่ต้องรอข้อสรุปที่ชัดเจนของนโยบาย” นายภราดรกล่าว


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#สงครามสหรฐอหราน #ปวนหนไทย #หวนยดเยอเปนป #ฉดศก.วบนาน #แนะรฐบาลงด #มาตรการส

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่