
สภาผู้บริโภค แจงคำแนะนำ มีเงินสำรอง 3-6 เดือน รองรับเหตุฉุกเฉิน หวังลดความเสี่ยงเหตุไม่คาดคิด ขออย่าตื่นตระหนก-กดเงินสดมาถือไว้ เข้าใจดีเจอปัญหาค่าครองชีพ พร้อมเดินหน้าคุ้มครองสิทธิ
จากกรณีนางชูเนตร ศรีเสาวชาติ อนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาผู้บริโภค แสดงความห่วงใยผู้บริโภคจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงผันผวน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในระดับสูง พร้อมมีข้อแนะนำวางแผนการเงินอย่างรัดกุม รวมทั้งเตรียมออมเงินในภาวะฉุกเฉิน โดยค่อยๆ สร้างเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อช่วยรักษาสภาพคล่องในครัวเรือนและรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การเจ็บป่วยหรือรายได้มีปัญหา ส่วนระยะยาวอาจตั้งเป้าประมาณ 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย หากสามารถทำได้นั้น
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม สภาองค์กรของผู้บริโภค หรือสภาผู้บริโภค ชี้แจงกรณีคำแนะนำให้มีเงินสำรอง 3-6 เดือน เป็นแนวทางระยะยาวเพื่อรับมือเหตุไม่คาดคิดและรักษาสภาพคล่องในครัวเรือน หากยังไม่พร้อมก็เชื่อว่าประชาชนจะใช้จ่ายอย่างระมัดระวังตามกำลังอยู่แล้ว ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และไม่จำเป็นต้องถอนเงินสดมาติดตัว เพราะยังสามารถใช้พร้อมเพย์โอนเงินและชำระค่าสินค้า-บริการได้ตามปกติ
พร้อมกันนี้ สภาผู้บริโภคเข้าใจดีว่าประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญค่าครองชีพสูงและมีภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทำให้การมีเงินสำรองไม่ใช่เรื่องง่ายในสถานการณ์ปัจจุบัน
คำแนะนำเรื่องการมีเงินสำรอง 3-6 เดือน เป็นเพียงแนวทางด้านการวางแผนการเงินที่ใช้กันทั่วไป เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกคนจะต้องทำได้ทันที
ขณะเดียวกัน สภาผู้บริโภคตระหนักดีว่าการแก้ปัญหาค่าครองชีพไม่สามารถให้ประชาชนรับภาระเพียงลำพัง จึงเดินหน้าผลักดันมาตรการเชิงนโยบายเพื่อควบคุมค่าครองชีพ และคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#สภาผบรโภค #แจงคำแนะนำ #มเงนสำรอง #เดอน #เผอฉกเฉน #เชอถาคนยงไมพรอม #ใชจายระวงอยแลว


