ไม่ดูไม่ได้แล้ว เด็กเลี้ยงแกะ มนุษย์หมาป่า และเทพธิดา (หรือแม่มด) พยากรณ์

    0
    4

    เราทุกคนคงคุ้นเคยกันดีกับนิทานอีสปสุดคลาสสิกเรื่อง “เด็กเลี้ยงแกะ” ที่เป็นเรื่องของเด็กชายขี้เบื่อที่ชาวบ้านใช้ให้ไปเลี้ยงแกะบนภูเขาแล้วไม่มีอะไรทำ เลยตะโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านว่า “ช่วยด้วยเจ้าข้า… หมาป่าจะมากินแกะ”

    เมื่อผู้คนแตกตื่นวิ่งหน้าตั้งมาช่วยเหลือ เขาก็หัวร่องอหาย ชาวบ้านก่นด่า บ้างก็ตบกบาลให้ แล้วกลับไปหมู่บ้านอย่างหัวเสีย สั่งว่า “อย่าให้มีครั้งที่สองนะ” แต่เจ้าเด็กเลี้ยงแกะก็หาได้หยุดความบันเทิงของเขาไม่ ชาวบ้านก็กลับมาหัวเสียซ้ำรอยเดิม พร้อมสั่งว่า “อย่าให้มีครั้งที่สามเด็ดขาด” แน่นอนว่าเรื่องของเราก็ต้องมีครั้งที่สาม เพื่อจะปิดมุขว่า “ครั้งที่สี่นี่ไม่ควร”

    เพราะครั้งที่สี่นี่ ดันมีหมาป่าตัวเป็นๆ โผล่ออกมาจริงๆ ทีนี้ล่ะไม่ว่าเขาจะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจนสุดเสียงสักแค่ไหน กลับไม่มีชาวบ้านคนใดเชื่อหรือยื่นมือเข้ามาช่วยอีกต่อไป เพราะต่างเอือมระอากับคำโกหกพกลม นิทานเรื่องนี้มักถูกหยิบยกมาใช้เปรียบเปรยถึงผลกรรมของการสร้างเรื่องเท็จจนสูญเสียความน่าเชื่อถือ

    เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ส.ส.ไอซ์-รักชนก ศรีนอก ได้บรรยายที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร โดยในช่วงหนึ่งของการบรรยายบนเวที ได้มีการนำเสนอสไลด์ข้อมูลเปรียบเทียบราคาการจัดซื้ออุปกรณ์จราจร และตั้งข้อสังเกตว่ากรุงเทพมหานคร ภายใต้การนำของ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีการจัดซื้อกรวยจราจรในราคาที่สูงกว่าของกรมทางหลวง โดยกรวยวางบนถนนที่ กทม.จัดซื้อจำนวน 7,200 อัน มีราคาชิ้นละ 1,800 บาท รวมเป็นเงิน 12.9 ล้านบาท ในขณะที่กรวยนี้กรมทางหลวงจัดซื้อที่ 800 บาท โดยราคาในท้องตลาดตกอันละเพียง 225 บาทซึ่งเป็นความพยายาม “ตั้งข้อสังเกต” ว่าเป็นการจัดซื้อที่ไม่โปร่งใสหรือส่อว่าเป็นการทุจริตภายใต้การนำของ “ผู้ว่าฯกทม.ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” หรือไม่

    จนกระทั่งมีการชี้แจงจากสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ของกรุงเทพมหานครว่า เป็นการเปรียบเทียบอุปกรณ์ผิดประเภท เนื่องจาก ส.ส.ไอซ์นำข้อมูลราคาของ “หลักล้มลุก” (เสาตั้งตรงสีส้มที่ต้องเจาะยึดติดพื้นพร้อมค่าติดตั้ง) ไปเปรียบเทียบกับราคาของ “กรวยจราจร” แบบปกติ ที่เราคุ้นเคยเห็นกันชินตาบนท้องถนน

    ซึ่งไอ้กรวยแบบนั้น ทาง กทม.ก็จัดซื้ออยู่เหมือนกัน โดยซื้อได้ในราคาชิ้นละ 341 บาท จากราคากลาง 515 บาทซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่าหลายหน่วยงาน รวมถึงหน่วยงานที่ ส.ส.ไอซ์อ้างว่าซื้อได้ถูกกว่า กทม.ด้วย

    ผลจากการออกมาเปิดโปงที่สุดท้ายไม่ต่างจากการปรักปรำก็ส่งผลให้ถูกทัวร์ลงกันไป จนเจ้าตัวถึงกับออกมาโพสต์แสดงความไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโดนทัวร์ลงเพราะไปบรรยายเรื่องงบประมาณที่ไม่โปร่งใส การซื้อของแพงไม่สมเหตุสมผลด้วย ซึ่งถ้ายังพอจะมีความสามารถในการประเมินและทบทวนตนเองอยู่บ้างก็น่าจะยอมรับว่า งานนี้ตัวเองบกพร่องจริงๆ ที่นำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมาใช้ในการกล่าวหาคนอื่น

    คอการเมืองที่ความจำไม่ได้สั้นเกินไปคงจำได้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ส.ส.ไอซ์และ “พรรคประชาชน” หันเป้าหมายมาเล็งเพ่งโทษใส่ กทม. ที่นำโดยผู้ว่าฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แล้วสุดท้ายก็จบลงไม่ต่างจากเรื่องเสาเรื่องกรวยนี้

    พฤติกรรมการ “เล่นการเมือง” ในลักษณะนี้ บางครั้งบางทีนิทานเรื่อง “เด็กเลี้ยงแกะ” ที่เล่าไว้ตอนต้นนั้นก็อาจจะยังไม่ใช่ภาพเปรียบเทียบที่ตรงเสียทีเดียวนักแต่พาให้คิดไปถึงบอร์ดเกมสวมบทบาทจับโกหกยอดฮิตที่ชื่อว่า “มนุษย์หมาป่า” (Werewolf) ซึ่งเป็นเกมแนว “จิตวิทยา” ที่แก่นแกนการเล่นคือการต่อสู้กันด้วย “วาทศิลป์” และ “ความหวาดระแวง” ระหว่างกัน โดยผู้เล่นจะถูกแบ่งเป็นสองฝ่ายหลัก คือ “ฝ่ายชาวบ้าน” ผู้ต้องการหาคนร้าย และ “ฝ่ายหมาป่า” ที่สวมหน้ากากเป็นคนดีแฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันเสียมากกว่า

    ถ้าเอาเรื่อง “เด็กเลี้ยงแกะ” มาแต่งใหม่เป็นนิทานโดยอาศัยระบบจากบอร์ดเกม “มนุษย์หมาป่า” ก็จะได้นิทานเรื่องใหม่ “แม่มดพยากรณ์กับหมาป่า” ซึ่งมีเรื่องราวดังต่อไปนี้

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งมีชาวบ้านอยู่อาศัยกันจำนวนมาก แต่ในบรรดาผู้อาศัยในหมู่บ้านนี้ มี “มนุษย์หมาป่า” แฝงตัวมาอาศัยอยู่ด้วย โดยชาวบ้านไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นมนุษย์หมาป่า แต่มนุษย์หมาป่านั้นจะรู้กันเอง

    หากในหมู่ชาวบ้าน ก็ยังมี “แม่มดพยากรณ์” (Seer) ผู้มีพลังพิเศษที่สามารถตรวจดูโดยญาณได้ว่า ใครเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือเป็นมนุษย์หมาป่าแฝงตัวมา

    แต่ละคืนยามที่ชาวบ้านทั่วไปหลับใหล “มนุษย์หมาป่า” จะตื่นขึ้นมา และพวกมันจะร่ายอาคมไว้ไม่ให้ชาวบ้านหรือแม่มดพยากรณ์ตื่นขึ้นมาในระหว่างที่มันออกล่าจับเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายกินไปหนึ่งคน แล้วกลับไปนอน ส่วนแม่มดพยากรณ์ตื่นขึ้นมาในยามที่หมาป่าหลับใหลแต่ชาวบ้านยังไม่ตื่น ใช้พลังวิเศษของตนส่องผู้ต้องสงสัยในหมู่บ้านที่กำลังนอนหลับอยู่เพื่อตรวจสอบว่า นั่นคือชาวบ้านหรือหมาป่า แต่พลังนี้ใช้ได้เพียงคืนละหนึ่งครั้งเท่านั้น อนึ่ง นิทานเรื่องนี้ไม่เหมือนกติกาในบอร์ดเกมจริงตรงที่ว่า หมาป่าไม่อาจไปจับตัวแม่มดพยากรณ์มากินได้ ดังนั้น จึงมีเพียงแม่มดพยากรณ์กับผู้ที่ถูกชี้ตัวเท่านั้นที่จะรู้ความจริงว่าตนเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือเป็นหมาป่าตามคำพยากรณ์

    รุ่งเช้าหากมีใครในหมู่บ้านถูกหมาป่าจับกิน ชาวบ้านจะรวมตัวประชุมกัน แล้วลงมติว่า สงสัยว่าใครเป็นมนุษย์หมาป่า แล้วนำมาแขวนคอกลางลานหมู่บ้าน ซึ่งหากเป็นมนุษย์หมาป่าก็จะคืนร่างตรงนั้น

    ครั้งแรกๆ ที่แม่มดพยากรณ์รู้ชัดว่าใครเป็นหมาป่าก็ปรากฏตัวออกมาชี้เป้า และเมื่อชาวบ้านนำตัวไปแขวนคอ ก็พบว่าร่างนั้นกลายเป็นมนุษย์หมาป่าจริงๆ หลังจากนั้นแม่มดพยากรณ์จึงเป็นที่นับถือเยี่ยงเทพธิดาประจำหมู่บ้าน ไม่มีใครเรียกเธอว่าแม่มดอีก แต่เรียกว่าเทพธิดาพยากรณ์แทน

    อย่างไรก็ตาม เราได้กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่า พลังอำนาจของแม่มดหรือเทพธิดาพยากรณ์นั้นมีจำกัดประการหนึ่ง กล่าวคือสามารถใช้พลังจิตของตนตรวจสอบได้อย่างชัดเจนว่า ใครคือ “มนุษย์หมาป่า” ตัวจริง ได้เพียงคืนละครั้ง ทั้งหมู่บ้านแห่งนี้ก็ใหญ่โตมีประชากรหลายร้อยหลังคาเรือน โดยมีมนุษย์หมาป่าเพียงยี่สิบกว่าตนเท่านั้นที่แฝงตัวปะปนอยู่

    แต่เรื่องจะเป็นอย่างไร ถ้าแม่มดหรือเทพธิดาพยากรณ์เริ่มหา “มนุษย์หมาป่า” ไม่พบติดต่อกันเป็นเวลานานด้วยข้อจำกัดเช่นนั้น และนานวันไปยังไม่สามารถหาพบมนุษย์หมาป่ารายใหม่ได้ โดยที่ชาวบ้านถูกกินหายไปทุกคืน ความสำคัญของเทพธิดาหรือแม่มดพยากรณ์ก็จะค่อยๆ ลดลง

    จะเป็นอย่างไรถ้าเทพธิดาหรือแม่มดพยากรณ์ผู้นั้นกลัวที่จะเสียความสำคัญนั้น และเลือกที่จะรักษาสถานะความเป็นผู้ช่วยกู้ของหมู่บ้านและสตรีศักดิ์สิทธิ์ของเธอต่อไป ด้วยการ “ชี้เป้า” ชาวบ้านสักคน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ (หรือหากใช้พลังตรวจสอบก็ย่อมรู้ดี) ว่าเขาคือผู้บริสุทธิ์ แต่กลับสาดโคลนใส่ว่าเป็น “มนุษย์หมาป่า”

    ในครั้งหรือสองครั้งแรก เทพธิดาหรือแม่มดพยากรณ์ก็อาจจะยังพอพูดได้ว่าพลังของเธอมีโอกาสคลาดเคลื่อน เธอแค่อยากให้ชาวบ้านปลอดภัย ไม่ได้มีเจตนาร้าย อย่ากระนั้นเลย แทนที่จะแขวนคอ เราใช้วิธีขับออกไปนอกหมู่บ้านแทนจะดีหรือไม่ ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดหากประหารผิดคน ซึ่งถ้าผิดจริงหากเป็นคนก็มีโอกาสรอดชีวิต ถ้าเป็นหมาป่าก็แค่กลับเข้าป่าไป แต่ประโยชน์ในอีกทางหนึ่ง ก็จะได้ไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยว่าการชี้เป้าของเธอถูกหรือผิด

    รวมถึงเรื่องมันอาจจะแย่ไปกว่านั้นได้อีก ถ้าแม่มดพยากรณ์คนนั้นใช้วิธีดังกล่าวเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เช่นจัดการกับผู้มีญาณวิเศษที่อาจจะพัฒนามาเป็นแม่มดพยากรณ์แย่งความศรัทธาของชาวบ้านไปจากเธอ เลยชี้ว่าเป็นมนุษย์หมาป่าไปเสียเลย หรือใช้โดยลุแก่อำนาจเพราะความบาดหมางหรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

    หรือแม้แต่หากเมื่อไรที่แม่มดพยากรณ์นั้นตกลงบางอย่างกับมนุษย์หมาป่าได้แล้ว เลือกที่จะไม่ชี้ตัวมนุษย์หมาป่าบางตนให้ถูกลงโทษ แลกกับดีลหรือผลประโยชน์บางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า

    นิทานเรื่องนี้จึงมีตอนจบที่น่ากลัวกว่าเรื่องเด็กเลี้ยงแกะหลายเท่านัก

    ต้องยอมรับว่า จุดเด่นของ “พรรคส้ม” ตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ จนถึงพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนในปัจจุบัน คือความสามารถเปิดโปงปัญหาการทุจริตรวมถึงความไม่โปร่งใสในหลายเรื่องได้ บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เรื้อรังมานานที่เหมือนทุกคนก็รู้กันดีแต่ไม่มีใครเอาจริงเอาจังในการตรวจสอบ รวมถึงล่าสุด การแสดงบทบาทในการตรวจสอบการทำงานหลายอย่างของสำนักงานประกันสังคมที่มีการลงทุนหรือการใช้จ่ายเงินไปในทางที่ดูไม่ค่อยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ประกันตนเท่าไรนัก ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องให้เครดิตต่อพรรคประชาชนและ ส.ส.ไอซ์เช่นกัน

    การออกมาโจมตีผู้ว่าชัชชาติฯอย่างผิดปกติและไม่มีมูลในช่วงใกล้หมดวาระ โดยที่ประเมินจากความพอใจของประชาชนชาว กทม. ส่วนใหญ่คงพอเห็นได้ว่าหากเขาลงสมัครต่อก็น่าจะได้รับเลือกนั้น วิญญูชนย่อมมองว่าเป็นเจตนาเล็งเห็นผล

    อย่าลืมว่า “พรรคส้ม” นั้นเปิดตัวขึ้นมาในฐานะของ “ความหวัง” ของผู้ที่อยากเห็นประเทศไทยหรือท้องถิ่นที่ดีขึ้น แต่แนวทางในการหาเสียงของพรรคในระยะหลังๆ เริ่มไม่เป็นไปในทางนั้นสักเท่าไร

    มันคงจะดีถ้าพรรคจะเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ของพรรคออกมาแล้วนำเสนอแบบจัดเต็มว่า ผู้สมัครของพรรคนั้นเก่งหรือดีมีประสิทธิภาพกว่าผู้ว่าฯชัชชาติอย่างไร แทนที่จะใช้ความพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของเขาอย่างไม่มีมูลแบบเด็กเลี้ยงแกะหรือแม่มดพยากรณ์ชี้เป้ามั่วซั่วที่เล่าไว้ในนิทาน

    การชี้เป้าว่ามีมนุษย์หมาป่าอยู่ตรงโน้นตรงนี้ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่มีหรือไม่ใช่ ต่อไปถ้ามันบ่อยหรือแบบชาวบ้านเขาดูออกว่าการชี้เป้านั้นเป็นไปด้วยเจตนาร้าย คุณก็อาจจะกลายเป็นแม่มดที่อันตรายและควรถูกจัดวางไว้ในฝั่งเดียวกับมนุษย์หมาป่าซึ่งเป็นภัยคุกคามดั้งเดิม

    ซึ่งชะตากรรมของแม่มดในนิทาน ส่วนใหญ่ก็มักจะจบลงไม่สวยสักเท่าไรเสียด้วย


    ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

    #เดกเลยงแกะ #มนษยหมาปา #และเทพธดา #หรอแมมด #พยากรณ

    ทิ้งคำตอบไว้

    กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
    กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่