
⦁…ประเทศไทยเราเข้าสู่ “วิกฤตในทุกมิติ” ในทาง “เศรษฐกิจ” ไม่ต้องพูดถึง ผลจากสงคราม “สหรัฐ-อิหร่าน” ที่ส่งสู่หายนะทางพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น “น้ำมัน-ก๊าซ” ที่ส่งผลต่อ “ค่าไฟฟ้า” เลยไปถึง “ปุ๋ย” ก่อปัญหาราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น สร้างความเดือดร้อนในทุกด้าน ตั้งแต่สถานะของประเทศที่ไม่เพียงไม่สามารถจัดเก็บรายได้ได้ตามเป้าประสงค์ ยังต้องหาเงินมาเพื่อเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนให้พออยู่กันได้ จนถึง “ปากท้องของประชาชน” รายวันที่หาได้ไม่พอกับที่ต้องจ่าย ความจำเป็นที่ต้อง “ประหยัด” ส่งผลต่อ “กำลังซื้อถดถอย” สะเทือนต่อการทำมาหากินในทุกสาขาอาชีพ วนเป็น “งูกินหาง” เป็น “ลำธารเศรษฐกิจที่แห้งเหือดลงเรื่อยๆ”
⦁…ในทางการเมือง ยิ่งเผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจ ยิ่งชัดเจนว่า เรามี “รัฐบาลหน่อมแน้ม” มี “นายกรัฐมนตรี” ที่มองไม่เห็น “วิสัยทัศน์ ความรู้ความสามารถ” ที่จะเผชิญวิกฤตได้อย่างเป็นความหวัง อย่าว่าแต่การวางแผนอย่างเป็นระบบด้วย “มาตรการที่สะท้อนถึงความคิดที่ชาญฉลาด” แม้แต่การแสดงออกพื้นฐานง่ายๆ ด้วยคำพูด หรือการกระทำ ยังชวนให้ต้อง “สั่นหัวระอา” เพราะไม่รู้ว่าทำไปทำไม “ซื้อรถอีวีมาขับโชว์ ขับรถตรวจปั๊มให้ผู้ว่าฯไปรอต้อนรับ” แถลงอ้างว่า “เป็นรัฐบาลรักษาการกฎหมายไม่ให้อำนาจไว้” วกมา “โทษประชาชน” เลอะเทอะไปเรื่อย เป็น “วิกฤตการเมือง” ที่เกิดความเชื่อกันไปทั่วว่า “รัฐบาลน่าจะอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน”
⦁…ในทาง “สังคม” แทบไม่ต้องพูดถึงรายละเอียดในแต่ละครัวเรือน เอาแค่เรื่องใหญ่กระทบต่อชีวิตของประชาชนค่อนข้างรุนแรง อย่าง “ฝุ่น PM2.5” ที่ครอบคลุมทั่วทุกจังหวัดภาคเหนือ จนกลายเป็น “พื้นที่มลพิษอันดับ 1 ของโลก” เติมด้วย “สารพิษในแม่น้ำที่เกิดจากเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน” ถึง “คุณภาพชีวิตที่ลดลงของผู้คนที่เป็นผลจากปัญหาเศรษฐกิจ” ซึ่งคาดเดากันว่าจะมีปัญหาตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องอาชญากรรมและยาเสพติด ที่ทุกวันนี้ “รัฐบาลที่ต้องปวดเศียรเวียนเกล้า” กับปัญหาอื่น ไม่มีเวลาที่จะมาใส่ใจ “สังคมสูงอายุสมบูรณ์แบบ” ที่คนแก่พึ่งพาตัวเองไม่ได้ถูกทิ้งอยู่ทั่วไปหมด
⦁…เพียงความเชื่อที่ว่า “วิกฤตรอบด้านที่รุมเร้า” จะทำให้ “รัฐบาลอยู่ไม่ได้” นั้น เป็นการมองจากมุมที่เอา “แนวโน้มแบบในอดีตมาตัดสิน” ขณะที่ “ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว” แม้จะหนักหนาสาหัสไปทุกเรื่อง แต่เงื่อนไขที่ทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ต้องตื่นตัวเพื่อ “รักษาเก้าอี้” นั้นไม่มี ประชาชนไม่มีพลังพอที่จะรวมตัวต่อต้านระดับสร้างความเปลี่ยนแปลง-กองทัพไม่ขยับเพื่อกดดันเหมือนที่ทำกับรัฐบาลพรรคอื่น-ชนชั้นสูงยังมองไม่เห็นตัวที่จะมาแทน สรุปว่า “รัฐบาลนี้ยังอยู่ต่อยาวไปได้สบายๆ” แม้ว่าจะชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า ประเทศชาติจะเคลื่อนสู่ความเป็น “รัฐล้มเหลว”
⦁…ท่ามกลางความมืดทะมึนของ “การมองเห็นโอกาสเดินพ้นจากสารพัดวิกฤต” ยังมีแสงแห่งความหวังอยู่บ้างที่ “พรรคเพื่อไทย” ภายใต้การนำของ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ที่มี “แพทองธาร ชินวัตร” อำนวยการ ได้ดูแลเบ็ดเสร็จในงานด้าน “การศึกษาทั้งระบบ แรงงาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเกษตร” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตคนไทยเรา ด้วยสมัย “พรรคไทยรักไทย” พิสูจน์แล้วว่า “เป็นพรรคที่มีความสามารถสร้างผลงานเพื่อพัฒนาประเทศและดูแลชีวิตประชาชน” ได้อย่างชาญฉลาด แม้คราวนี้ได้เข้าจัดการเรื่องที่เป็นรากฐานการพัฒนาอีกครั้ง หากไม่มี “อุปสรรค” สามารถทำตาม “นโยบาย” ได้เต็มที่ คนรุ่นหลังย่อมหวังได้ใน “อนาคตที่ดีงาม”
⦁…แม้คนส่วนใหญ่จะรู้จะเห็นกันอยู่เต็มอกว่า “นโยบาย แผนงานและโครงการ” ที่จะสามารถนำพาประเทศพัฒนาไปได้ ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วคือที่ “พรรคประชาชนเสนอไว้” พร้อมๆ กันนั้น ความมุ่งมั่นมีชัดตั้งแต่สมัย “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ต่อด้วย “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” มาถึง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ทีมงานจาก “อนาคตใหม่-ก้าวไกล-ประชาชน” แสดงถึงจุดยืนที่เปี่ยมอุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่ถึงวันนี้ที่กำลังจะเข้าสู่ยุคของ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” ความหวังที่ดีงามเช่นนั้น ยัง “งงเป็นไก่ตาแตก” หาหนทางเข้าไปมีบทบาทในการ “บริหารจัดการประเทศ” ให้เป็นอย่างที่ควรจะเป็นไม่ได้ และดูเหมือนจะ “ไม่มีทางตลอดไป”
⦁…สถานการณ์ที่ขับเคลื่อนมาถึงจุดนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยเริ่มจับตา สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชื่อเสียงที่จะสะสมไว้ของ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” และ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” สำหรับ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” เชื่อกันว่า “การยืนในหลักของนักการทูตอย่างมั่นคง” จะผ่านทุกสิ่งทุกอย่างได้
ชโลทร
เปิดโครงการ – จักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 62 โดยมี วิชชุดา ไตรธรรม, สุบิน เนตรสว่าง, สมยศ กระจ่างแจ้ง, อดุลย์ ดาราธรรม, ดนัย จันทร์เจ้าฉาย, จ่าเอกพิรพร อุลิตผล, ปุณณิภัก ชื่นสุวรรณ, อมรรัตน์ โพธิ์เพชร, อรวรรณ เกตุแก้ว ร่วมงาน ณ เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเร็วๆ นี้
เปิดงาน – ศ.พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี และคุณหญิง ณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล นายกก่อตั้ง เปิดงานฉลองการก่อตั้ง 25 ปีสมาคมธุรกิจไทยรุ่นใหม่ และพิธีรับมอบคณะกรรมการ สมัยที่ 13
ให้แก่ สกล จินดาโชตสิริ โดยมี ซุน เหยียนเทา, ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล, ชิม ชินวิริยกุล, วสันต์ เต็มศิริพงศ์ ร่วมงาน ณ รร.แกรนด์ ไฮแอท เอาราวัณ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้
ตลาดนัดเรียนรู้ – สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ตลาดนัดเรียนรู้ คู่เกษตรธรรมชาติ By สกร. & MOA & สสส.” โดยมี เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ร่วมด้วย ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) เมื่อเร็วๆ นี้
รับซัมเมอร์ – อิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน ROBINSON SUMMER FEST ต้อนรับซัมเมอร์ในคอนเซ็ปต์ ศาสตร์ช้อปคลายร้อน โดยมี อรวรรณ ทิพย์สุวรรณพร,
นพดล พลายระหาญ, ญาณพัฒน์ โพธิ์ถาวร, พฤกษ์ พานิช ร่วมงาน ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ชลบุรี เมื่อเร็วๆ นี้
ลดโลกร้อน – ศตกมล วรกุล ผอ.อาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ร่วมกับ นรเทพ ชูพูล ผอ.เขตปทุมวัน จัดกิจกรรม ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2026) พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้า พนักงาน และลูกค้าที่มาใช้บริการ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ณ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เมื่อเร็วๆ นี้
บางกอกไพรด์ – อรรณว์ ชุมาพร ปธ.บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด จับมือกรุงเทพมหานคร พร้อมพันธมิตรภาคประชาสังคม ภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมแถลงข่าวจัดงาน “บางกอกไพรด์ เฟสติวัล, วันสมรสเท่าเทียม และ วาเลนไทน์ วาเลนฐาน มรดกแห่งรักเหนือกาลเวลา” โดยมี ศานนท์ หวังสร้างบุญ, รศ.ชุมพร มูรพันธุ์, สราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต ร่วมงาน ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#เรยงคนมาเปนขาว


