อัปเดตล่าสุด อีซูซุ ปรับกลยุทธ์รับมือสงคราม ชูจุดแข็งรถประหยัดน้ำมัน ฝาก รบ.ช่วย 3 ปัจจัยหลัก

0
0
1176595 0
1176595 0

อีซูซุ ปรับกลยุทธ์รับมือสงคราม ชูจุดแข็งรถประหยัดน้ำมัน ฝาก รบ.ช่วย 3 ปัจจัยหลัก

ผู้บริหาร บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด นำโดย นายฮาตะ กรรมการผู้จัดการ, ปนัดดา เจณณวาสิน ประธานที่ปรึกษา, นายมิชิมาสะ โคโนะ รองกรรมการผู้จัดการ และนายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ เปิดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่บูธอีซูซุ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่อิมแพค ชาลเลนเจอร์ เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา

ประเด็นแรกจากสถานการณ์น้ำมันนี้ ส่งผลต่อยอดขายของ Isuzu ในงานมอเตอร์โชว์อย่างไร นายฮาตะ ตอบว่า ตอนนี้ภาพรวมยังประเมินได้ยาก ยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อก็จะยิ่งส่งผลเสีย และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร เราก็อยากจะให้คลี่คลายโดยเร็ว สถานการณ์นี้ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วนในต่างจังหวัดเริ่มชะลอการตัดสินใจซื้อรถออกไปก่อน เนื่องจากมีความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำมันขาดแคลน แต่หากมองในแง่ดี ในภาวะที่น้ำมันมีความไม่แน่นอนเช่นนี้ จุดแข็งของอีซูซุ คือ “รถที่ประหยัดน้ำมัน” ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดให้กับลูกค้า

ส่วนคำถามว่าจากเหตุการณ์นี้ อีซูซุเลยเปิดตัวรถ D-Max EV เลยใช่หรือไม่ นายฮาตะ กล่าวว่า เรื่องการเปิดตัวรถปิกอัพไฟฟ้าของอีซูซุ ในช่วงที่เกิดสงครามตะวันออกกลางพอดีนั้น ถือเป็นเรื่องบังเอิญ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์สงคราม หรือราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่เป็นไปตามแผนงานที่บริษัทวางไว้

ส่วนกรณีสงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ตลาดรถยนต์ไทยอย่างไรบ้าง การที่น้ำมันมีราคาแพงและขาดแคลนเรื่อยๆ ทำให้ความต้องการรถ EV มีมากขึ้นอย่างไร นายฮาตะ กล่าวว่า เรื่องสงครามนั้น ไม่ได้ส่งผลต่อการผลิตในไทย แต่มีผลกระทบด้านการขาย ลูกค้าอาจชะลอการตัดสินใจซื้อตามที่ได้อธิบายไว้ ส่วนเรื่องความต้องการรถ EV จะมากขึ้นหรือไม่นั้น ณ ตอนนี้ อาจจะไม่ใช่คำตอบที่จะสรุปได้โดยง่าย เพราะสถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันกระทบทั้งน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน ขณะเดียวกันราคาไฟฟ้าก็สูงขึ้นด้วย ต้องพิจารณาหลายๆ ปัจจัยประกอบ อีกทั้งประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ก็ได้มีการรณรงค์ให้ประหยัดพลังงาน ปัญหาพลังงานนี้จึงเป็นเรื่องที่กระทบกับวงการพลังงานทั้งหมดทั่วโลก

ส่วนเรื่องปัญหาการขนส่งที่ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อการผลิตของอีซูซุหรือไม่ นายฮาตะ ตอบว่า ด้านการผลิตไม่ได้ส่งผลกระทบกับอีซูซุ แต่ในส่วนการส่งออกนั้น อาจจะได้รับผลกระทบอยู่บ้าง โดยจากปัญหาเรื่องสงครามตะวันออกกลาง อีซูซุมีการปรับกลยุทธ์อย่างไรนั้น จากปัญหาเรื่องน้ำมันที่ราคาแพงมากขึ้นและขาดแคลน ลูกค้าจึงมองหารถที่ประหยัดน้ำมัน ซึ่งสิ่งนี้เป็นจุดขายของเรา อีซูซุเป็นรถที่ประหยัดน้ำมัน มีสมรรถนะสูงและมีบริการหลังการขายที่ดีให้กับลูกค้าด้วย เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในภาวะที่น้ำมันขาดแคลน

ทั้งนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดส่งออกของอีซูซุอย่างไร สัดส่วนการส่งออกเป็นอย่างไร นายฮาตะ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขผลกระทบที่ชัดเจนได้ เพราะไม่ทราบว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อแค่ไหน รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ล้วนมีผลต่อการประเมินตัวเลขของเรา ดังนั้นจึงยังไม่สามารถประเมินได้ตอนนี้ อย่างไรก็ตามเราได้เตรียมความพร้อมเสมอที่จะส่งออกไปยังดินแดนตะวันออกกลาง เพราะตลาดตะวันออกกลางเป็นตลาดสำคัญสำหรับเรา

นายฮาตะ กล่าวถึงสถานการณ์ตลาดโดยรวม และตลาดรถปิกอัพในปี 2569 โดยคาดการณ์ตลาดรถยนต์โดยรวมและรถปิกอัพไว้คือ ตลาดรถยนต์รวมในไทยประมาณ 640,000 คัน ตลาดรถปิกอัพรวมทุกยี่ห้อประมาณ 151,000 คัน และยอดจำหน่ายของอีซูซุ รวมทุกประเภท 77,500 คัน (เป็นรถปิกอัพประมาณ 54,000 คัน) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ก่อนเกิดเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจต้องมีการปรับตัวเลขใหม่อีกครั้งตามสถานการณ์จริง

จากตัวเลขที่ประเมินตลาดไว้ 640,000 คัน หากพิจารณาถึงปัจจัยภาวะสงครามอีซูซุคาดการณ์ไว้อย่างไร และอยากให้รัฐบาลช่วยดำเนินการอย่างไรบ้างเพื่อทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยดีขึ้น นายฮาตะ ตอบว่าปัจจัยหลักๆ มี 3 เรื่องคือ

1.เรื่องไฟแนนซ์: การพิจารณาสินเชื่อที่ผ่านมามีความเข้มงวดมาก เราคาดหวังว่าถ้า บริษัทไฟแนนซ์เริ่มผ่อนคลายมาตรการลง ก็อาจจะทำให้สถานการณ์ตลาดปิกอัพดีขึ้นได้

2.การส่งออกและภาคการเกษตร: โดยปีที่แล้วมีปัญหาเนื่องจากการตอบโต้ภาษีของทรัมป์ หลังจากที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว อุตสาหกรรมนี้ก็น่าจะดีขึ้น เราก็ต้องดูปัจจัยนี้ประกอบด้วย

3.นโยบายรัฐบาล: ความคาดหวังต่อนโยบายของรัฐบาล หลังจากการเลือกตั้งได้จบลง ก็อยากให้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง ดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ดีขึ้น ให้ความสำคัญกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าที่เป็นอยู่

“อย่างไรก็ตาม เราได้คาดการณ์ว่าครึ่งหลังของเศรษฐกิจปีนี้น่าจะดีขึ้น แต่เกิดปัญหาสงครามตะวันออกกลางขึ้นก่อน ซึ่งไม่รู้จะส่งผลอย่างไรตามมา เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง”

ผู้บริหารอีซูซุ กล่าวถึงแผนกลยุทธ์ของอีซูซุจะมีรุ่นรถมากกว่ารถปิกอัพ D-Max และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X หรือไม่ เหมือนที่โตโยต้ามีรุ่น Land Cruiser FJ ว่า จริงอยู่ที่ตอนนี้ตลาดรถปิกอัพหดตัว แต่เรายังเชื่อมั่นว่ารถปิกอัพยังตอบโจทย์การใช้งานลูกค้าคนไทยส่วนใหญ่อยู่ ถ้าสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลง และเรายังเชื่อมั่นใน MU-X อยู่ เพราะตลาดรถ PPV มีความต้องการสูงมากขึ้น และเราเพิ่งได้แนะนำรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X 4WD ในเครื่องยนต์ 2.2 ไป เป็นการเพิ่ม Lineup ให้มากขึ้น เราก็คาดหวังว่าจะทำให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนกลยุทธ์ในการปรับแผนตลาดรถปิกอัพของอีซูซุที่ยอดลดลง 2 ปี เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงจำนวนการผลิต แต่กลยุทธ์ของเราคือการเน้นสร้างความ เชื่อมั่นในแบรนด์ ให้ลูกค้าไว้วางใจเลือกใช้รถที่ประหยัดน้ำมัน เน้นมาตรฐานการดูแลรักษารถ และให้การบริการหลังการขายที่ดี และตอกย้ำว่าอีซูซุเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยและสังคมไทย ทุกสถานการณ์ต่อไป ตามแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy” รวมถึงหากมีการผ่อนคลาย
ด้านความเข้มงวดของมาตรการไฟแนนซ์ เราก็คาดหวังว่าตลาดรถปิกอัพก็น่าจะดีขึ้นตาม

ด้านยอดขายของอีซูซุมีโอกาสจะกลับไปแตะที่ 170,000 คัน อีกไหม และมีแผนจะนำรถปิกอัพขนาด 1 ตัน ไปขายที่ญี่ปุ่นเหมือนที่โตโยต้ากับมิตซูบิชิทำไหม ผู้บริหารอีซูซุ ระบุว่า ยอดขายที่เคยถึง 160,000-170,000 คันในอดีตนั้น เนื่องจากมีมาตรการพิเศษช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลหลายอย่างประกอบกัน เช่น โครงการรถคันแรก ถ้ามาตรการด้านไฟแนนซ์ผ่อนคลาย ตลาดฟื้นตัวอย่างเดิม เราคงไปถึงจุดนั้นได้ แต่คงต้องอาศัยปัจจัยพิเศษและมาตรการเหล่านั้นมาช่วยสนับสนุนอย่างครบถ้วน

“ส่วนเรื่องการนำรถปิกอัพไปขายที่ญี่ปุ่นนั้น ตรีเพชรไม่สามารถให้ความเห็นได้ เพราะเรารับผิดชอบตลาดในประเทศไทย ตลาดนั้นเป็นอำนาจในการตัดสินใจของ บริษัท อีซูซุมอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น อาจจะต้องปรึกษากับเขา แต่เรามั่นใจว่ารถปิกอัพจากประเทศไทยเป็นรถที่ดีมาก หากสถานการณ์ในญี่ปุ่นมีความต้องการรถปิกอัพ เราก็พร้อมจะขายอย่างแน่นอน”


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#อซซ #ปรบกลยทธรบมอสงคราม #ชจดแขงรถประหยดนำมน #ฝาก #รบ.ชวย #ปจจยหลก

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่