คอกการเมือง

“รัชดา” เมินโต้ “ศิริกัญญา” ปมค้านคนละครึ่งพลัส ยันรัฐบาลเตรียมคลอดแพ็คเกจช่วยค่าไฟ-ปุ๋ย

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์มาตรการ 'คนละครึ่งพลัส' ว่าไม่ใช่เวลาของการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ควรเป็นเวลาของการเยียวยาค่าครองชีพประชาชนเมินโต้ฝ่ายค้าน ย้ำดูแลประชาชนเป็นหลักโดยโฆษกรัฐบาลระบุว่า ไม่ขอตอบโต้ เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญและพิจารณาเรื่องการดูแลค่าครองชีพของประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาได้เริ่มดำเนินโครงการ 'ไทยช่วยไทย' ไปบ้างแล้ว และจะมีมาตรการอื่นๆ ตามออกมาเป็นระยะ จึงขอให้ประชาชนและฝ่ายค้านติดตามอย่างใกล้ชิดจ่อคลอดแพ็คเกจช่วยค่าไฟ-ปุ๋ยสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในครั้งหน้า น.ส.รัชดา เปิดเผยว่ารัฐบาลจะทยอยออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบแพ็คเกจ ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้:มาตรการด้านค่าครองชีพ และโครงการคนละครึ่งการดูแลค่าไฟฟ้า สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อยมาตรการช่วยเหลือเรื่องปุ๋ย เพื่อลดภาระเกษตรกรทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแน่นอน

“นายกฯ อนุทิน” ลงพื้นที่สุโขทัย สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน พร้อมช่วยเติมดีเซลให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เดินทางลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ ณ จังหวัดสุโขทัย โดยทันทีที่ถึงท่าอากาศยานสุโขทัย นายกรัฐมนตรีได้ถือโอกาส สุ่มตรวจสถานการณ์ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ แบบไม่มีการแจ้งล่วงหน้าโมเมนต์ประทับใจ ยกหัวจ่ายเติมน้ำมันให้ประชาชนนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังปั๊มน้ำมันบริเวณแยกโตโยต้า อ.เมือง จ.สุโขทัย และได้พบกับประชาชนรายหนึ่งที่กำลังเติมน้ำมันดีเซลจำนวน 500 บาท โดยนายอนุทินได้ทักทายอย่างเป็นกันเองและกล่าวว่า “เติม 500 บาทหรอ เดี๋ยวเติมให้นะ” จากนั้นได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการ ยกหัวจ่ายเติมน้ำมันดีเซลให้ด้วยตัวเองสำรวจความต้องการผู้ใช้รถในพื้นที่นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เดินสำรวจภายในปั๊มและสอบถามข้อมูลจากพนักงาน ซึ่งได้รับคำตอบว่า น้ำมันดีเซลเป็นประเภทที่ขายดีที่สุด พร้อมกันนี้ยังได้สอบถามถึงการมีจำหน่ายน้ำมันเบนซินและ E20 เพื่อติดตามความพร้อมในการให้บริการประชาชนในพื้นที่

“ลุงป้อม” ตามเทรนด์ Gen Z ชิมเมนูฮิต-ใกล้ชิดคนรุ่นใหม่ บรรยากาศสุดคึกคัก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ใช้ช่วงเวลาวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2569 ลงพื้นที่ติดตามบรรยากาศที่โครงการ วัน แบงค็อก ถนนวิทยุ กทม. ซึ่งสร้างความฮือฮาเมื่อมีกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ (Gen Z) เข้ามาทักทาย พูดคุย และขอถ่ายภาพร่วมกันอย่างใกล้ชิดและอบอุ่นเปิดประสบการณ์ชิมเมนูฮิตตามเทรนด์ไฮไลต์สำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการที่ พล.อ.ประวิตร ได้ทดลองชิมอาหารยอดนิยมตามคำแนะนำของกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ได้ลองทานอาหารตามเทรนด์คนรุ่นใหม่ โดยมีเมนูต่างๆ ดังนี้:ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อข้าวกะเพราเนื้อสับไข่ดาวนมตุ๋นและปังปิ้งความรู้สึกของ "ลุงป้อม"พล.อ.ประวิตร เปิดเผยว่า รู้สึกประหลาดใจและสนุกที่เห็นเด็กๆ รู้จักและกล้าเข้ามาพูดคุยทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมทั้งขอบคุณที่แนะนำร้านอาหารอร่อยให้ได้ทดลองชิม ซึ่งบรรยากาศในครั้งนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มและสีสันตลอดการเยี่ยมชม

“เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่ติดตามเหตุไฟไหม้อุทัยธานี หลังเจ้าของบ้านเผาใบไม้จนลุกลาม

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งมะขามหวาน ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เพื่อติดตามเหตุการณ์อัคคีภัยที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่สามารถควบคุมสถานการณ์และระงับเหตุได้อย่างทันท่วงทีต้นเหตุจากความประมาทเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 โดยมีสาเหตุมาจากเจ้าของบ้านลักลอบเผาเศษใบไม้บริเวณโรงรถ แต่เนื่องจากมีกระแสลมพัดแรง ทำให้ไฟลุกลามขึ้นไปติดใบไม้บนหลังคา และลามต่อไปยังฟางแห้งในทุ่งนาบริเวณข้างบ้านความเสียหายและการระงับเหตุหลังได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดี ทีมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากหลายหน่วยงานในพื้นที่ได้รุดเข้าระงับเหตุจนเพลิงสงบ โดยสำรวจพบความเสียหายดังนี้:รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คันหลังคาสังกะสี บางส่วนมาตรการตักเตือนและคำแนะนำทางอำเภอหนองฉางได้ทำการตักเตือนเจ้าของบ้านที่กระทำการโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมคาดโทษหากมีการกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งทางเจ้าของบ้านได้ยอมรับผิดและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นควันไฟ อุบัติเหตุ หรือภัยพิบัติต่างๆ สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายกฯ อนุทิน ยันไทยยังไม่เปิดด่านชายแดนจันทบุรี-ตราด ชี้ยังไม่ถึงเวลาและไม่มีการคุยทางการทูต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันชัดเจนว่าประเทศไทยยังไม่มีการเปิดด่านชายแดนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ตามที่มีกระแสข่าวว่าประเทศกัมพูชาเรียกร้องให้มีการเปิดด่านดังกล่าวย้ำชัด ยังไม่ถึงเวลาเปิดด่านนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการนัดพูดคุยหรือได้รับรายงานใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ และย้ำว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดด่านชายแดนในขณะนี้ขั้นตอนการฟื้นความสัมพันธ์เมื่อถูกถามถึงการประสานงานผ่านช่องทางทางการทูต นายอนุทินระบุว่าปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการในส่วนนี้ มีเพียงเจ้าหน้าที่เฝ้าสถานทูตเท่านั้น โดยหากจะมีการดำเนินการใดๆ จะต้องเป็นไปตามขั้นตอน ดังนี้:เริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้กลับมาดีก่อนดำเนินการตามขั้นตอนทางการทูตอย่างเป็นระบบพิจารณาเรื่องการเปิดด่านในลำดับถัดไปทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีทิ้งท้ายว่า ในขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยไปถึงจุดที่จะมีการเปิดด่านแต่อย่างใด

นายกฯ อนุทิน มั่นใจน้ำมันเพียงพอรองรับสงกรานต์ วอนประชาชนใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า

นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ติดตามสถานการณ์น้ำมันช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ยืนยันปริมาณน้ำมันเพียงพอรองรับการเดินทางของประชาชนทั่วประเทศ ไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดแคลนเช็กสต็อกน้ำมัน มั่นใจไร้ปัญหาขาดแคลนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่สำรวจสถานีบริการน้ำมันในจังหวัดสุโขทัย พร้อมพูดคุยกับผู้ประกอบการและประชาชน พบว่าภาพรวมการให้บริการอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ไม่มีสัญญาณการขาดแคลนน้ำมัน หรือปัญหาการรอคิวที่ยาวผิดปกติมาตรการรองรับจากภาครัฐรัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาในตลาดโลก โดยมีแนวทางดำเนินงานดังนี้:บริหารจัดการสต็อก: จัดหาน้ำมันสำรองและกำกับดูแลการกระจายเชื้อเพลิงให้ทั่วถึงควบคุมราคา: ดูแลโครงสร้างราคาเพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเฝ้าระวังการกักตุน: กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้องกันการกักตุนน้ำมันหรือชะลอการขนส่งวอนใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าแม้จะมีน้ำมันเพียงพอ แต่ทางนายกรัฐมนตรีได้ฝากขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนตัวและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว

นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ชายแดนใต้ 17 เม.ย. นี้ ย้ำสร้างความเชื่อมั่น ขู่ฟันข้าราชการเกียร์ว่างสั่งย้ายทันที

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 17 เมษายนนี้ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ และให้แนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนย้ำความมั่นคง ต้องไม่มีการทำร้ายคนไทยนายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัญหาการสู้รบและการลอบสังหารทำร้ายคนไทยด้วยกันเองจะต้องหมดไป พร้อมกำชับให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เร่งรัดติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด โดยเน้นย้ำว่ากำลังและอาวุธที่มีต้องใช้จัดการกับผู้ที่ไม่หวังดีต่อประเทศเท่านั้นคำเตือนถึงข้าราชการ: ห้ามเกียร์ว่าง!นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ประกาศกร้าวถึงข้าราชการระดับสูง (ซี 10-11) และผู้บัญชาการหน่วยงานต่างๆ ว่าต้องตอบสนองนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ หากพบว่าใครทำงานล่าช้าหรือ "เกียร์ว่าง" ไม่ขับเคลื่อนงานให้ก้าวหน้า จะใช้อำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรีดำเนินการสั่งย้ายทันทีเป้าหมายการลงพื้นที่: รับฟังสถานการณ์จริงและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนมาตรการเด็ดขาด: พร้อมสั่งย้ายข้าราชการที่ไม่สนองนโยบายรัฐบาลการประเมินผล: นายกฯ จะเป็นผู้ประเมินผลงานด้วยตนเองโดยไม่ต้องใช้ KPIส่วนกรณีการให้กำลังใจ สส.นราธิวาส ที่ถูกคนร้ายยิงถล่มรถนั้น นายอนุทินชี้แจงว่าได้ให้กำลังใจเสมอ...

รมว.สธ. ห่วงประชาชนเดินทางกลับจากสงกรานต์ เตือนอากาศร้อนจัดทำให้อ่อนเพลีย เสี่ยงอุบัติเหตุ

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แสดงความห่วงใยประชาชนที่กำลังเดินทางกลับจากภูมิลำเนาหรือการท่องเที่ยวในช่วงท้ายของเทศกาลสงกรานต์ 2569 ซึ่งส่งผลให้มีปริมาณรถหนาแน่นในทุกเส้นทางสาเหตุหลักอุบัติเหตุและปัจจัยเสี่ยงจากข้อมูลของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พบว่า การขับรถเร็วและการดื่มแล้วขับ ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ร้อนจัด ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ขับขี่เกิดอาการอ่อนเพลียได้ง่ายขณะเดินทางข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางพักผ่อนให้เพียงพอ: ควรนอนหลับให้เต็มที่ก่อนออกเดินทางงดปัจจัยเสี่ยง: ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ และระวังยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วง เช่น ยาแก้แพ้ หรือยาคลายกล้ามเนื้อปฏิบัติตามกฎจราจร: ไม่ขับรถเร็วเกินกำหนด สวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัย และใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กหยุดพักเมื่อล้า: หากรู้สึกง่วงให้จอดพักทันที หรือผลัดเปลี่ยนคนขับเมื่อเดินทางระยะไกลเตรียมพร้อมระบบการแพทย์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้สถานบริการทางการแพทย์ตามเส้นทางหลัก เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร ยา เวชภัณฑ์ และระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อรองรับเหตุไม่คาดคิดตลอด 24 ชั่วโมงหากพบผู้บาดเจ็บหรือมีเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วน 1669

อภิสิทธิ์ ฉะรัฐบาลแก้ปมพลังงาน-ของแพงไม่ตรงจุด ติงนายกฯ ติดบริหารแบบเอกชน เตือนอย่ามั่นใจอำนาจเกินไป

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล โดยชี้ว่ามีการรับมือกับวิกฤติพลังงานและปัญหาสินค้าราคาแพงที่ล่าช้าและไม่ตรงจุด พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนแนะใช้ 'ภาษีลาภลอย' แก้ปมราคาพลังงานนายอภิสิทธิ์ระบุว่า การปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันโดยไม่มีมาตรการรองรับ ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสูญเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่เงินช่วยเหลือ 2 พันล้านบาทนั้นน้อยเกินไป จึงเสนอให้รัฐบาลดำเนินการดังนี้:ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน และนำกลไก 'ภาษีลาภลอย' (Windfall Tax) มาใช้เก็บกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลทบทวนสูตรการรับซื้อไฟฟ้า ที่ผูกกับราคาก๊าซโลก ซึ่งทำให้เอกชนได้กำไรสูงขึ้นแม้ต้นทุนจริงอาจไม่ได้เพิ่มตามเร่งผลักดัน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ เพื่อดึงงบจากโครงการจำเป็นน้อยมาช่วยประชาชนและลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันติงนายกฯ บริหารประเทศเหมือนบริหารบริษัทในส่วนของการบริหารงาน นายอภิสิทธิ์มองว่านายกรัฐมนตรีอาจยังติดรูปแบบการบริหารงานภาคเอกชนที่เน้นกำไรสูงสุดและแบ่งงานให้แต่ละฝ่ายจัดการโดยไม่ลงมาหาข้อยุติเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างกระทรวง เช่น กรณีของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน พร้อมแนะให้ผู้นำประเทศสื่อสารทิศทางนโยบายให้ชัดเจนมากกว่าการตอบโต้ทางการเมืองเตือนรมว.คลัง อย่าใช้มาตรการหว่านแหสำหรับด้านเศรษฐกิจ ได้ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า วิกฤติครั้งนี้คือ Cost-push inflation (เงินเฟ้อจากต้นทุน) ซึ่งต่างจากปี 2540...

นายกฯ เร่งเดินหน้า ‘คนละครึ่งพลัส’ ให้เงินมากกว่าเดิม พร้อมสั่งเฝ้าระวังวิกฤตตะวันออกกลางกระทบราคาพลังงาน

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเร่งผลักดันโครงการ 'คนละครึ่งพลัส' หรือนโยบายไทยช่วยไทย ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่ารูปแบบการช่วยเหลือจะ 'พลัส' หรือให้สิทธิประโยชน์มากกว่าครั้งที่ผ่านมา มาตรการลดค่าครองชีพเพื่อประชาชน นอกเหนือจากโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว รัฐบาลยังมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนในด้านอื่นๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ดังนี้: ค่าไฟฟ้า: ช่วยเหลือ 200 หน่วยแรก โดยให้ราคาไม่เกินหน่วยละ 3 บาทสำหรับทุกกลุ่ม ส่วนที่เกินจะคิดราคาตามขั้นบันได สินค้าราคาถูก: ผลักดันโครงการสินค้าไทยช่วยไทย โดยใช้พื้นที่ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เป็นจุดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด เกาะติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรีย้ำว่าต้อง ติดตามอย่างใกล้ชิดและบริหารจัดการพลังงานอย่างเข้มงวด เนื่องจากสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แม้ปัจจุบันไทยจะไม่ขาดแคลนพลังงานแต่ได้รับผลกระทบในเรื่องของราคา ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม ทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มมากขึ้นและช่วยให้วิกฤติคลี่คลายลง การทูตและการช่วยเหลือคนไทย ในส่วนของการดำเนินงานต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ได้เดินทางไปยังประเทศโอมาน...

Latest News

เอกนิติ หารือผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจและการค้า

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ในโอกาสเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเข้าร่วมการประชุม IMF/ World Bank Spring Meetings 2026หารือผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR)เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นายเอกนิติ ได้เข้าพบปะหารือกับ...
- Advertisement -spot_img