คอกการเมือง

“ภราดร” เผยคนละครึ่งพลัส และโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ยังไม่เข้า ครม. สัปดาห์นี้ ยันมีงบรองรับแน่นอน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการสำคัญของรัฐบาล โดยระบุว่าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” จะยังไม่ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์นี้สาเหตุที่ล่าช้าสำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส สาเหตุที่ยังไม่เข้า ครม. เนื่องจากยังไม่ได้มีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพราะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องติดภารกิจในต่างประเทศ ทำให้ต้องขยับการประชุมออกไป อย่างไรก็ตาม นายภราดรยืนยันว่า รัฐบาลสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้แน่นอน โดยอาจใช้การออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ หรือใช้งบกลางฉุกเฉินบางส่วนความคืบหน้าโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ในส่วนของโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ขณะนี้ทางกระทรวงการคลังกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียด จึงยังไม่มีการนำเข้าที่ประชุมในวันนี้มาตรการดูแลค่าไฟกลุ่มเปราะบางนอกจากนี้ ยังมีการเตรียมพิจารณา ปรับเกณฑ์บันไดค่าไฟฟ้าใหม่ เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟน้อย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากมาตรการเดิมจะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม

“เอกนัฏ” จ่อถก กบง. หั่นค่ากลั่นรอบ 2 ลง 2 บาท เริ่ม 24 เม.ย. นี้ มั่นใจอนาคตปรับลดได้อีก

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแผนการปรับลดราคาน้ำมัน โดยเตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในวันที่ 23 เมษายนนี้ เพื่อพิจารณาปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลง 2 บาทกำหนดการและผลบังคับใช้สำหรับการดำเนินการในครั้งนี้ ตั้งเป้าให้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มปรับลดลงในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน โดยเงินส่วนหนึ่งจะถูกนำไปชดเชยการขาดทุนของกองทุนน้ำมันเหตุผลการปรับลดและจุดยืนต่อเอกชนรมว.พลังงาน ระบุว่าการปรับลดครั้งนี้เป็นการประเมินจากสถานการณ์ตลาดโลกที่ผิดปกติ ซึ่งราคาหน้าโรงกลั่นที่อ้างอิงจากสิงคโปร์สูงเกินกว่าต้นทุนที่แท้จริง จึงจำเป็นต้องกำหนดอัตราที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการขาดทุน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ให้มีการกำไรเกินเหตุในช่วงวิกฤตแนวโน้มในอนาคตสำหรับทิศทางการปรับลดในระยะต่อไป นายเอกนัฏเชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะปรับลดลงได้มากกว่า 2 บาท เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันยังคงไม่ปกติและมีข้อกำหนดเรื่องการห้ามส่งออกน้ำมันที่กลั่นแล้วเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศสรุปผลงานที่ผ่านมา: ราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ รวม 4 ครั้ง ลดลงไปแล้วทั้งสิ้น 8.84 บาทกลไกที่ใช้: ใช้กลไกการตลาดและการปรับราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

“ไอซ์ ชลธาร” สส. พรรคประชาชน คว้าชัยคะแนนสูงสุด ได้รับเลือกเป็น กมธ.สิทธิมนุษยชน IPU เวทีโลก

นายชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ หรือ “ไอซ์ ชลธาร” สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน สร้างชื่อเสียงในระดับสากล หลังได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสมาชิกรัฐสภา แห่งสหภาพรัฐสภา (IPU) โดยได้รับคะแนนเสียงสูงสุดจากการโหวตของรัฐสภา 82 แห่งทั่วโลกก้าวสำคัญสู่การปกป้องสิทธิมนุษยชนระดับโลกการได้รับเลือกครั้งนี้เกิดขึ้นในการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 152 ณ นครอิสตันบูล โดยนายชลธารจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนจากกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งถือเป็นการสานต่ออุดมการณ์ที่ยึดมั่นมาตลอด 15 ปี ในการทำงานด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกฎหมายผู้ลี้ภัยบทบาทของคณะกรรมาธิการ IPU คืออะไร?คณะกรรมาธิการชุดนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2519 เพื่อเป็นกลไกหลักเพียงหนึ่งเดียวของโลกที่มุ่งเน้นการทำงานดังนี้:ตรวจสอบการละเมิดสิทธิ ของสมาชิกรัฐสภาทั่วโลกปกป้องผู้แทนราษฎร ที่ถูกคุกคาม ถูกจับกุมโดยพลการ หรือถูกทรมานเรียกร้องความรับผิดชอบ และสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐสภาเพื่อช่วยเหลือสมาชิกที่ตกอยู่ในอันตรายปกป้องผู้แทน เพื่อปกป้องประชาธิปไตยนายชลธาร ย้ำว่าการปกป้องสมาชิกรัฐสภาไม่ใช่เพียงการช่วยบุคคล แต่คือการ ปกป้องรากฐานของระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน...

“นิกร” รมว.พม. ลงพื้นที่ติดตามโครงการบ้านมั่นคง ริมคลองเปรมประชากร ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร เพื่อติดตามการดำเนินงานตามแผนแม่บทในการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นล่องเรือตรวจงาน 5.5 กิโลเมตร ผ่าน 10 ชุมชนรมว.พม. ได้ลงเรือล่องคลองเปรมประชากร เริ่มต้นจากท่าเรือวัดเสมียนนารี มุ่งหน้าไปยังชุมชนตลาดหลักสี่ ระยะทางรวม 5.5 กิโลเมตร เพื่อติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างบ้านและเขื่อนริมคลอง พร้อมทั้งพบปะพูดคุยและมอบถุงกำลังใจให้แก่กลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ คนพิการ และแม่เลี้ยงเดี่ยว เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่สมาชิกในชุมชนขับเคลื่อนแนวคิด “Housing For All” ลดความเหลื่อมล้ำนายนิกร ระบุว่า โครงการนี้ดำเนินงานภายใต้แนวทาง “บ้านมั่นคง” ที่เน้นให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการ เพื่อเปลี่ยนสถานะจากผู้รุกล้ำให้กลายเป็นผู้อยู่อาศัยที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บท...

“สีหศักดิ์” ประกาศวิสัยทัศน์การทูต 2.0 เน้นเชิงรุก-วางตัวพอดีวิกฤตตะวันออกกลาง

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 20 เมษายน 2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศไทย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แสดงวิสัยทัศน์นโยบายการต่างประเทศ โดยระบุว่า เข้ามารับตำแหน่งในช่วงปัญหากัมพูชา และเคยคิดว่าจะเกษียณ แต่กลับมารับตำแหน่งอีก พร้อมรองนายกฯโลกกำลังวุ่นวายไร้ระเบียบ การทูตไทยในอดีตอาจไม่เชิงรุกพอ เนื่องจากความไม่นิ่งของการเมือง รัฐบาลเปลี่ยน เศรษฐกิจไม่ดี แต่รัฐบาลปัจจุบันมีเสถียรภาพจากเสียงสภามั่นคง เป็นโอกาสผลักดันการทูตเชิงรุกหลักการทูตเชิงรุก 4 ประการมียุทธศาสตร์ ไม่แก้ปัญหาวันต่อวัน แต่กำหนดทิศทางเป้าหมายชัดเจนรวดเร็วทันท่วงที เช่น ตั้งวอร์รูมติดตามวิกฤตตะวันออกกลาง ดูแลคนไทย 24 ชม.เอกภาพ นโยบายและการทำงานข้ามกระทรวง เช่น ไทย-กัมพูชา ทีมไทยแลนด์สื่อสารโปร่งใส ในยุคประชาธิปไตย บอกประชาชนว่างานทูตช่วยอย่างไรความท้าทายเร่งด่วนไทย-กัมพูชา: หยุดยิงแล้ว...

6 พรรคการเมืองยังตกลงแบ่งเก้าอี้ประธานกรรมาธิการไม่ได้ เลื่อนสรุปอีกครั้ง 22 เม.ย.นี้

ความคืบหน้าการจัดสรรโควตาประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 35 คณะ ล่าสุดยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในรายคณะ โดยมีการนัดหารือเพื่อเคาะผลสรุปอีกครั้งในวันที่ 22 เมษายนนี้สรุปสัดส่วนโควตาประธาน กมธ. ของแต่ละพรรคจากการประชุมหัวหน้าพรรคการเมือง โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน ได้มีการแบ่งโควตาตามสัดส่วนจำนวน สส. ของแต่ละพรรค ดังนี้:พรรคภูมิใจไทย: 14 คณะพรรคประชาชน: 9 คณะพรรคเพื่อไทย: 5 คณะพรรคกล้าธรรม: 4 คณะพรรคประชาธิปัตย์: 2 คณะพรรคไทรวมพลัง: 1 คณะจุดชนวนความขัดแย้ง: กมธ.กฎหมายฯแม้จะทราบจำนวนโควตาที่แต่ละพรรคได้รับ แต่ปัญหาคือ "พรรคใดจะได้คณะไหน" ซึ่งยังไม่ลงตัว โดยเฉพาะ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ทั้งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ต่างยืนยันว่าต้องการเก้าอี้ประธานในคณะนี้ทางด้านนางมนพร เจริญศรี...

กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ ผนึกกำลังค้านโครงการแลนด์บริดจ์ ชี้ไม่คุ้มค่าลงทุน-หวั่นทำลายสิ่งแวดล้อม จี้รัฐบาลเปิดข้อมูลโปร่งใส

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส พร้อมด้วย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร และกลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ ได้ร่วมกันแถลงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) โดยระบุว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท แต่กลับขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนและการตรวจสอบที่ถี่ถ้วน เปิด 3 เหตุผลหลัก ทำไมต้องคัดค้านแลนด์บริดจ์ ทางกลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อกังวลสำคัญที่รัฐบาลควรพิจารณาดังนี้: ความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ: ผลการศึกษาจากสภาพัฒน์ฯ ระบุว่าลงทุนสูงแต่ผลตอบแทนต่ำ ปริมาณสินค้าอาจไม่มากพอ และไม่สะดวกเท่าการใช้ช่องแคบมะละกาที่มีระบบสนับสนุนครบถ้วนมานานกว่า 200 ปี ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน: โครงการอาจทำลายพื้นที่ป่า ระบบนิเวศชายฝั่ง และส่งผลกระทบโดยตรงต่ออาชีพประมงในพื้นที่ ซึ่งเป็นความเสียหายที่ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ ขาดความโปร่งใส: รัฐบาลไม่ได้นำโครงการนี้มาอภิปรายในรัฐสภา ไม่มีในคำแถลงนโยบาย และมีการปกปิดรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ไม่ให้ประชาชนเข้าถึง จี้รัฐทำ...

เพื่อไทยตั้งตารอ ‘ทักษิณ’ ได้พักโทษ 11 พ.ค. นี้ ย้ำชัดไม่ส่งผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.

พรรคเพื่อไทยแสดงความยินดีและตั้งตารอวันที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พ.ค. นี้ โดยระบุว่าต้องการให้กระบวนการทางกฎหมายเสร็จสิ้นครบถ้วน และคาดว่าในช่วงแรกนายทักษิณจะขอใช้เวลากับครอบครัวไม่วางแผนดึงตัวช่วยพรรค เน้นทำงานให้ประชาชนนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางพรรคยังไม่ได้มีการวางแผนดึงตัวนายทักษิณกลับมาช่วยงานพรรค เนื่องจากปัจจุบัน สส. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) สามารถขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชนได้อย่างเต็มที่ โดยขอให้รอติดตามสถานการณ์ต่อไปเตรียมประชุมใหญ่ 24 เม.ย. กางกลยุทธ์ดึงศรัทธาสำหรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ในวันที่ 24 เม.ย. นี้ จะมีการดำเนินการในเรื่องสำคัญ ดังนี้:การแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรค: เพื่อซ่อมเสริมตำแหน่งที่ว่างให้ครบองค์ประกอบเตรียมความพร้อมผู้สมัคร: จัดตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครเพื่อรองรับการเลือกตั้งซ่อมหรือเลือกตั้งใหม่แสดงวิสัยทัศน์: หัวหน้าพรรคจะสื่อสารทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินงาน เพื่อประสานงานระหว่างพรรค สส. และ ครม. ให้สอดประสานกันเพื่อการเติบโตในอนาคตยันไม่ส่งผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ...

เอกนิติ หารือผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจและการค้า

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ในโอกาสเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเข้าร่วมการประชุม IMF/ World Bank Spring Meetings 2026หารือผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR)เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นายเอกนิติ ได้เข้าพบปะหารือกับ Ambassador Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ซึ่งบรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าของทั้งสองประเทศประเด็นสำคัญในการหารือฝ่ายไทย: เน้นย้ำถึงความตั้งใจจริงในการร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจฝ่ายสหรัฐฯ: ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลไทย เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นการหารือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ ให้มีความยั่งยืนและมั่นคงต่อไปในอนาคต

นายกฯ อนุทิน ถึงนราธิวาส สวมกอดแม่ทัพภาค 4 สยบดราม่า ก่อนมอบนโยบายที่ ศอ.บต.

เมื่อเวลา 09.28 น. วันที่ 17 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนราธิวาส เพื่อปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บรรยากาศการต้อนรับสุดชื่นมื่นในการนี้มีคณะผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต.โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ภาพของนายกฯ ที่ได้ทักทายและสวมกอดกับแม่ทัพภาคที่ 4 อย่างเป็นกันเอง ซึ่งเป็นการสยบกระแสดรามาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ก่อนหน้านี้มอบนโยบายแก้ไขปัญหาใต้หลังจากนั้น นายกฯ และคณะได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยัง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อดำเนินภารกิจสำคัญ ดังนี้:มอบนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้...

Latest News

UN เตือนวิกฤต! คน 30 ล้านคนเสี่ยงยากจน-ขาดแคลนอาหาร แม้สงครามตะวันออกกลางยุติ

UN เตือนระทึก! โลกเผชิญวิกฤตความยากจนและอาหารขาดแคลน แม้สงครามยุติทันทีสหประชาชาติส่งสัญญาณเตือนถึงวิกฤตการณ์ระดับโลก โดยระบุว่า ประชาชนกว่า 30 ล้านคนทั่วโลก กำลังเสี่ยงถูกผลักเข้าสู่ภาวะยากจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้ก็ตาม นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าปัญหาการขาดแคลนอาหารจะพุ่งสูงขึ้นถึงจุดสูงสุดภายในไม่กี่เดือนข้างหน้าผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงนายอเล็กซานเดอร์ เดอ ครู จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และอดีตนายกรัฐมนตรีเบลเยียม เปิดเผยผ่านสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สถานการณ์ปัจจุบันส่งผลให้ GDP...
- Advertisement -spot_img