ข่าวต่างประเทศ

อินโดนีเซียยันชัด! ไม่เก็บค่าผ่านทางช่องแคบมะละกา ยึดกฎหมายระหว่างประเทศและเสรีภาพการเดินเรือ

รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า อินโดนีเซียจะไม่จัดเก็บค่าผ่านทาง จากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบมะละกา เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและส่งเสริมเสรีภาพในการเดินเรือยึดมั่นกฎหมายทะเล UNCLOSนายซูกิโอโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าอินโดนีเซียในฐานะรัฐหมู่เกาะ ให้ความสำคัญและเคารพ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่รับรองสถานะของประเทศ โดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่มีการบังคับใช้การเก็บค่าธรรมเนียมในช่องแคบที่อยู่ในอาณาเขตจุดยืนด้านการค้าและเสรีภาพนายซูกิโอโนเน้นย้ำว่า อินโดนีเซียสนับสนุนให้มีการเดินเรืออย่างอิสระและเป็นกลาง เพื่อประโยชน์ของประเทศคู่ค้าทั่วโลก โดยกล่าวว่า "อินโดนีเซียไม่อยู่ในจุดที่จะเก็บค่าผ่านทางได้"ที่มาของข้อเสนอและการตอบรับจากเพื่อนบ้านความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอแนวคิดการเก็บค่าธรรมเนียม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกรณีของอิหร่านที่เก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อผลักดันให้อินโดนีเซียเป็น "ผู้เล่นหลัก" ในเศรษฐกิจโลกตามนโยบายของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโตขณะเดียวกัน ทางด้านสิงคโปร์ โดย ดร. วิเวียน บาลากฤษนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ความเห็นว่า สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีกลไกความร่วมมือร่วมกันที่จะไม่เก็บค่าผ่านทาง เนื่องจากทุกประเทศพึ่งพาการค้า และการรักษาเส้นทางให้เปิดกว้างคือผลประโยชน์สูงสุดของทุกฝ่าย

ทรัมป์เดือด! สั่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงจมเรืออิหร่านทุกลำที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศคำสั่งเด็ดขาดให้กองทัพเรือสหรัฐฯ โจมตีและยิงทำลายเรือของอิหร่านทุกลำ ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กเพียงใด หากพบว่ามีการวางทุ่นระเบิดในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยย้ำว่าห้ามมีความลังเลในการปฏิบัติการครั้งนี้ย้ำกองทัพเรืออิหร่านย่อยยับทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่าเรือรบของอิหร่านจำนวน 159 ลำได้จมอยู่ก้นทะเลหมดแล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้เร่งปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซให้มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เพื่อให้เรือสามารถกลับมาสัญจรได้ตามปกติ ท่ามกลางภาวะความกดดันทางเศรษฐกิจโลกที่พุ่งสูงขึ้นข้อขัดแย้งและข้อมูลที่แตกต่างคำยืนยันจากสหรัฐฯ: ทรัมป์ และ พีท เฮกเซธ รมว.กลาโหม ระบุว่าเรือรบอิหร่านประมาณ 150 ลำถูกทำลายสิ้นซากแล้วรายงานจากสื่อ: สำนักข่าว CNN รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยังคงมีทรัพย์สินทางทหารและเรือขนาดเล็กหลงเหลืออยู่สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัน แต่ความตึงเครียดในพื้นที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ระทึก! รถไฟท้องถิ่นเดนมาร์กพุ่งชนประสานงา เจ็บระนาว 17 ราย สาหัส 4 ราย

เกิดอุบัติเหตุทางรางครั้งใหญ่ในประเทศเดนมาร์ก เมื่อรถไฟท้องถิ่น 2 ขบวนพุ่งชนประสานงากัน บริเวณทางข้ามทางรถไฟทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโคเปนเฮเกน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 17 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัสถึง 4 รายรายละเอียดเหตุการณ์เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06:30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 23 เมษายน บนเส้นทางเชื่อมระหว่างเมืองฮิลเลอเริด และเมืองคาเกรุป ในเขตเกาะเชลลันด์เหนือ โดยสภาพรถไฟทั้งสองขบวนพังยับเยิน เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังรถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์กู้ชีพเพื่อเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนสรุปความเสียหายและผู้บาดเจ็บผู้บาดเจ็บรวม: 17 รายอาการสาหัส: 4 ราย (ส่งโรงพยาบาลแห่งชาติในกรุงโคเปนเฮเกน)อาการปานกลาง/เล็กน้อย: 13 ราย (ส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง)วิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้นผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุอาจเกิดจากพนักงานขับรถไฟเคลื่อนรถล้ำสัญญาณไฟหยุด จนเข้าไปอยู่ในเส้นทางเดียวกันกับอีกขบวนหนึ่ง ประกอบกับเส้นทางสายกรีบสคอฟนี้ ยังไม่มีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัตโนมัติ ที่ทันสมัยขณะนี้ ทางการเดนมาร์กได้สั่งระงับการเดินรถในเส้นทางดังกล่าวชั่วคราว และเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยอีกในอนาคต

วิกฤตไฟป่าเมืองโอสึจิ ญี่ปุ่นลุกลามหนัก สั่งอพยพประชาชนวุ่น เสียหายหลายพันไร่

สถานการณ์ไฟป่าในเมืองโอสึจิ จังหวัดอิวาเตะ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่นยังคงทวีความรุนแรง โดยเพลิงได้ลุกลามเข้าสู่พื้นที่ป่าและอาคารบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทางการต้องประกาศสั่งอพยพประชาชนเป็นการด่วนสรุปความเสียหายล่าสุดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน โดยมีการเกิดไฟไหม้พร้อมกัน 2 จุดใหญ่ คือ ย่านโคซูจิ และ ย่านคิริคิริ ซึ่งมีรายละเอียดความเสียหายดังนี้:พื้นที่ป่าเสียหาย: รวมประมาณ 1,250 ไร่ (ย่านคิริคิริ 1,112 ไร่ และย่านโคซูจิ 144 ไร่)อาคารบ้านเรือน: ถูกไฟไหม้วอดเสียหาย 7 หลัง รวมถึงบ้านพักอาศัยการอพยพ: มีคำสั่งอพยพประชาชนรวม 1,884 คน จากประมาณ 900 ครัวเรือนปัจจัยเร่งและอุปสรรคในการดับไฟเทศบาลเมืองโอสึจิระบุว่า สภาพอากาศที่แห้งและกระแสลมแรง เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จนบางจุดเปลวไฟเข้าใกล้บ้านเรือนในระยะเพียง 100 เมตร...

อินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่าน ‘ช่องแคบมะละกา’ หวังสร้างรายได้มหาศาล แต่สิงคโปร์ย้ำต้องเดินเรือเสรี

รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซียเสนอแนวคิดสุดช็อก จัดเก็บค่าธรรมเนียมเรือสินค้าที่แล่นผ่าน "ช่องแคบมะละกา" หนึ่งในเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เพื่อเปลี่ยนสถานะประเทศจากรัฐริมขอบสู่การเป็น "ผู้เล่นหลัก" ในเศรษฐกิจโลกแรงบันดาลใจจากอิหร่านและยุทธศาสตร์รุกนายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ระบุว่าแนวคิดนี้สอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ที่ต้องการให้อินโดนีเซียใช้ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยยอมรับว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากแผนของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซรมว.คลังอินโดนีเซีย มองว่าหากประเทศชายฝั่งอย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ร่วมมือกันเก็บค่าธรรมเนียม จะสามารถสร้างรายได้มหาศาล อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าการดำเนินการจริงทำได้ยากเพราะต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่ายสิงคโปร์ค้านเด็ดขาด ยันต้องเป็น "สิทธิเสรีภาพ"ทางด้าน นายวิเวียน บาลากริชนัน รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ แสดงจุดยืนคัดค้านอย่างรุนแรง โดยเน้นย้ำประเด็นสำคัญดังนี้:เส้นทางเดินเรือต้องเปิดกว้าง: การสัญจรในช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์ต้องเป็นสิทธิเสรีภาพสำหรับทุกคน ไม่ใช่เอกสิทธิ์ที่ต้องจ่ายเงินซื้อคัดค้านการเก็บ "ค่าต๋ง": สิงคโปร์จะไม่สนับสนุนความพยายามใดๆ ในการจำกัดการเดินเรือหรือเรียกเก็บค่าผ่านทางกฎหมายสากลคุ้มครอง: สิทธิในการผ่านทาง (Right of transit...

ช็อก! เพนตากอนสั่งปลด ‘จอห์น ฟีแลน’ รมว.ทบวงทหารเรือสหรัฐฯ มีผลทันที ท่ามกลางวิกฤตสงครามอิหร่าน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ประกาศสั่งปลด 'จอห์น ฟีแลน' รัฐมนตรีว่าการทบวงการทหารเรือภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้พ้นจากตำแหน่งโดยมี 'ผลในทันที' โดยไม่มีการระบุเหตุผลที่แน่ชัดในการตัดสินใจครั้งนี้แต่งตั้งรักษาการ พร้อมปรับทิศทางกองทัพนายฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันการพ้นตำแหน่งดังกล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X พร้อมระบุว่าได้มอบหมายให้ นายฮุง เคา ปลัดกระทรวงทหารเรือและอดีตนายทหารผ่านศึกผู้มีประสบการณ์ 25 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการแทน ซึ่งนายเคาเป็นที่รู้จักจากการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายความหลากหลายในกองทัพ และผลักดันการสร้างกองทัพที่มีความดุดันวิเคราะห์ปมปลด: ความล่าช้าของกองเรือ 'ทรัมป์'แหล่งข่าววิเคราะห์ว่า สาเหตุการปลดครั้งนี้อาจมาจาก 2 ประเด็นหลัก คือ:ความล่าช้าของโครงการ Golden Fleet: ซึ่งเป็นโครงการต่อเรือรบหนักรุ่นใหม่ที่จะใช้ชื่อ 'ทรัมป์' ตามนโยบายของประธานาธิบดี แต่การดำเนินงานกลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรนโยบายล้างบางนายทหาร: ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างกองทัพครั้งใหญ่กระแสการกวาดล้างระดับสูงในเพนตากอนการปลดครั้งนี้ไม่ใช่กรณีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ นายพีท...

ช็อกโลก! ครม.ญี่ปุ่นไฟเขียวยกเลิกห้ามส่งออกอาวุธร้ายแรง พลิกประวัติศาสตร์นโยบายสันติหลังสงครามโลก

รัฐบาลญี่ปุ่นสร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ด้วยการอนุมัติ ยกเลิกข้อห้ามส่งออกอาวุธร้ายแรง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านความมั่นคงครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2เปิดทางส่งออกยุทโธปกรณ์หนักเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ มีมติให้ญี่ปุ่นสามารถส่งออกยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพร้ายแรงได้ ซึ่งรวมถึง:เครื่องบินขับไล่ขีปนาวุธเรือพิฆาตจากเดิมที่ญี่ปุ่นจำกัดการส่งออกอย่างเข้มงวดตามรัฐธรรมนูญสันติภาพ โดยอนุญาตเพียงอุปกรณ์ 5 ประเภทเท่านั้น ได้แก่ การกู้ภัย, การขนส่ง, การแจ้งเตือน, การเฝ้าระวัง และการกู้ทุ่นระเบิดเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจนายมิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ เสริมความมั่นคงของญี่ปุ่น และสร้างเสถียรภาพให้กับภูมิภาคและโลก ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงที่เพิ่มสูงขึ้นในเอเชีย รวมถึงต้องการขยายความร่วมมือทางทหารกับประเทศพันธมิตรเสียงคัดค้านและข้อกังวลอย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายคัดค้านว่า ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญสันติภาพ และอาจกลายเป็นชนวนที่เพิ่มความตึงเครียดระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว

จีน-กัมพูชา ประชุมความร่วมมือ 2+2 ครั้งแรก มุ่งกระชับสัมพันธ์การเมืองและความมั่นคง

จีนและกัมพูชา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดการประชุมกลไกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ “2+2” เป็นครั้งแรก เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นการหารือระดับสูงเพื่อเสถียรภาพภูมิภาคเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ผู้แทนระดับสูงจากทั้งสองประเทศได้ร่วมโต๊ะเจรจา โดยฝ่ายจีนนำโดย นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ นายต่ง จวิน รัฐมนตรีกลาโหม ขณะที่ฝ่ายกัมพูชานำโดย นายปรัก สุคนธ์ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ เตีย เซยฮา รัฐมนตรีกลาโหมสานต่อวิสัยทัศน์ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากข้อริเริ่มของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เคยเสนอไว้ระหว่างการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้:กระชับความสัมพันธ์ และยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านผลักดันกรอบความร่วมมือ ที่มีอยู่เดิมให้เกิดผลเป็นรูปธรรมแลกเปลี่ยนทัศนะ ด้านสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพภายในภูมิภาค

สหรัฐฯ ปฏิบัติการเด็ดขาด สกัดเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 3 ลำในน่านน้ำเอเชีย ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก

กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและบังคับเปลี่ยนทิศทางเรือบรรทุกน้ำมันติดธงอิหร่านอย่างน้อย 3 ลำ บริเวณน่านน้ำใกล้ประเทศอินเดีย มาเลเซีย และศรีลังกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปิดล้อมทางการค้าระหว่างประเทศต่ออิหร่านเปิดรายชื่อเรือที่ถูกสกัดกั้นจากการตรวจสอบข้อมูลดาวเทียมและแหล่งข่าวความมั่นคงทางทะเล พบเรือที่ถูกควบคุมตัวดังนี้:เรือดีพซี (Deep Sea): เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ พบสัญญาณล่าสุดนอกชายฝั่งมาเลเซียเรือเซวิน (Sevin): บรรทุกน้ำมันประมาณ 1 ล้านบาร์เรล (65% ของความจุ)เรือโดเรนา (Dorena): เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ บรรทุกน้ำมันดิบเต็มอัตรา 2 ล้านบาร์เรลกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่าเรือทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของเรือทำลายพานิชย์นาวีสหรัฐฯ ในมหาสมุทรอินเดียแล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า เรือเดอร์ยา (Derya) อาจเป็นอีกหนึ่งลำที่ถูกสกัดกั้น เนื่องจากไม่สามารถระบายน้ำมันในอินเดียได้ทันกำหนดเวลาชนวนเหตุและวิกฤตพลังงานโลกปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านที่ยืดเยื้อมากว่า 2 เดือน โดยอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยึดเรือขนส่งสินค้าบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ส่งผ่านพลังงานถึง 1 ใน...

วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติปัดมาตรการจำกัดอำนาจทำสงครามของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ เป็นครั้งที่ 5 ของปี

วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติปฏิเสธมาตรการที่มุ่งจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยถือเป็นครั้งที่ 5 แล้วในปีนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียดแม้จะมีมาตรการหยุดยิงรายละเอียดการลงมติเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 สมาชิกวุฒิสภาได้ลงมติ 46 ต่อ 51 เสียง เพื่อปฏิเสธมาตรการที่กำหนดให้รัฐบาลต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนดำเนินการทางทหารใดๆ ในอิหร่านที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตความเคลื่อนไหวของสมาชิกวุฒิสภาสว. จอห์น เฟตเตอร์แมน (เดโมแครต) ลงมติร่วมกับรีพับลิกันในการปฏิเสธมาตรการนี้สว. แรนด์ พอล (รีพับลิกัน) ลงคะแนนเห็นชอบร่วมกับฝั่งเดโมแครตสว. ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยพรรคเดโมแครต เตรียมผลักดันให้มีการลงมติเรื่องการจำกัดอำนาจทำสงครามเป็นประจำทุกสัปดาห์แนวโน้มในอนาคตสำหรับสมาชิกวุฒิสภาฝั่งรีพับลิกันบางส่วน เช่น สว. ธอม ทิลลิส และ สว. ลิซา เมอร์คาวสกี ระบุว่าอาจสนับสนุนการลงมติมอบอำนาจใช้กำลังทางทหาร...

Latest News

แนะนำ 5 เมนูอาหารเช้า Superfood รับเปิดเทอม 2569 บำรุงสมอง เพิ่มสมาธิ ทำง่ายใน 10 นาที

เพราะมื้อเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะเด็กวัยเรียนที่ต้องใช้พลังงานสมองตลอดทั้งวัน การปล่อยให้ลูกท้องว่างไม่เพียงแต่ทำให้ขาดสมาธิ แต่ยังส่งผลต่อพัฒนาการของสมองในระยะยาว เนื่องจากสมองต้องการน้ำตาลในเลือดที่คงที่และสารอาหารเฉพาะทางเพื่อใช้ในการรับส่งสัญญาณประสาทสารอาหารสำคัญที่สมองเด็กต้องการโอเมก้า 3: พบมากในปลาและไข่ ช่วยเรื่องความจำธาตุเหล็ก: ช่วยขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมองวิตามินบี: ช่วยการทำงานของระบบประสาทและลดความเครียด5 เมนู Superfood ทำง่าย ได้ประโยชน์ครบ1. ข้าวต้มปลาทูหรือปลาแซลมอนแหล่งโอเมก้า 3 ชั้นดี ย่อยง่าย ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ทันทีในตอนเช้า2....
- Advertisement -spot_img