นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความยินดีหลังจาก Moody’s ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก “เชิงลบ” เปลี่ยนเป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) โดยยังคงอันดับความน่าเชื่อถือไว้ที่ระดับ Baa1 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายของรัฐบาล
ปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การปรับมุมมองในครั้งนี้มีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ดังนี้:
- เสถียรภาพทางการเมือง: ความต่อเนื่องของนโยบายช่วยลดความไม่แน่นอนและเอื้อต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจระยะยาว
- การลงทุนภาคเอกชน: เริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรการ Thailand Fast Pass เป็นตัวขับเคลื่อนการจ้างงาน
- ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง: แม้หนี้ภาครัฐจะเพิ่มขึ้นจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และมีเงินสำรองระหว่างประเทศเพียงพอ
คืนบัลลังก์ Top 25 ดัชนีความเชื่อมั่นลงทุน (FDICI)
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังกลับเข้าสู่ 25 อันดับแรกของโลก ในดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศประจำปี 2569 (The 2026 Kearney FDI Confidence Index: FDICI) อีกครั้ง หลังจากหายไป 2 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์การดึงดูดการลงทุนที่ชัดเจนของรัฐบาล
อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ดึงดูดนักลงทุน
รัฐบาลได้ขยายสิทธิประโยชน์ผ่าน BOI เพื่อมุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่:
- Data Center
- ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
- พลังงานสะอาด
การฟื้นตัวทั้งในด้านอันดับความน่าเชื่อถือและดัชนี FDI ในครั้งนี้ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า จะเดินหน้าดูแลผลกระทบทางเศรษฐกิจของประชาชนควบคู่ไปกับการวางรากฐานเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว


