หลังผ่านพ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลายคนอาจสนุกกับการกินเลี้ยงและดื่มสังสรรค์อย่างเต็มที่ ทั้งอาหารทอด ของมัน หรือการดื่มแอลกอฮอล์และกินดึกก่อนนอน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้กำลังสร้างภาระหนักให้กับระบบทางเดินอาหารโดยที่คุณไม่รู้ตัว
สัญญาณเตือนที่ห้ามมองข้าม
ในช่วงแรกอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ท้องอืด แน่นท้อง หรือเรอบ่อย แต่หากปล่อยไว้เรื้อรังอาจนำไปสู่โรคที่รุนแรงขึ้นได้ ดังนี้:
- โรคกรดไหลย้อน (GERD): แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว
- กระเพาะอาหารอักเสบและแผลในกระเพาะ: เกิดจากการระคายเคืองจากอาหารรสจัดและแอลกอฮอล์ จนอาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
- ลำไส้แปรปรวน: ปวดท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูกสลับกัน จากความเครียดและพฤติกรรมการกิน
- ตับอ่อนอักเสบ: ความเสี่ยงสำคัญจากการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ซึ่งมีอาการปวดท้องรุนแรง
กลไกการทำงานของร่างกายเมื่อกินหนัก
ปกติกระเพาะอาหารจะใช้เวลาประมาณ 2–4 ชั่วโมงในการย่อยอาหาร แต่หากรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงหรือปริมาณมากเกินไป กระเพาะจะต้องทำงานหนักขึ้นและใช้เวลาย่อยนานกว่าปกติ ส่งผลให้การบีบตัวของลำไส้เล็กเพื่อดูดซึมสารอาหารเกิดความผิดปกติได้
วิธีดูแลระบบทางเดินอาหารให้แข็งแรง
คุณสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ง่ายๆ ด้วยการปรับพฤติกรรมดังนี้:
- รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและเคี้ยวให้ละเอียด
- หลีกเลี่ยงการกินมื้อใหญ่เกินไป ลดอาหารมันและรสจัด
- จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
- เน้นทานผักผลไม้ที่มีใยอาหารสูง
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหาร
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?
หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยทันที:
- ปวดท้องเรื้อรัง หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระสีดำ
- อาการกรดไหลย้อนที่ไม่ดีขึ้นแม้จะทานยาแล้ว
ข้อมูลโดย: พญ. ณัฐธิดา ศรีบัวทอง อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2


