เช็กสัญญาณเตือน! กินหนัก-ดื่มจัด ทำร้ายระบบทางเดินอาหาร เสี่ยงโรคเรื้อรังที่คุณอาจมองข้าม

0
0
กินหนัก ดื่มจัด อันตราย
กินหนัก ดื่มจัด อันตราย

หลังผ่านพ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลายคนอาจสนุกกับการกินเลี้ยงและดื่มสังสรรค์อย่างเต็มที่ ทั้งอาหารทอด ของมัน หรือการดื่มแอลกอฮอล์และกินดึกก่อนนอน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้กำลังสร้างภาระหนักให้กับระบบทางเดินอาหารโดยที่คุณไม่รู้ตัว

สัญญาณเตือนที่ห้ามมองข้าม

ในช่วงแรกอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ท้องอืด แน่นท้อง หรือเรอบ่อย แต่หากปล่อยไว้เรื้อรังอาจนำไปสู่โรคที่รุนแรงขึ้นได้ ดังนี้:

  • โรคกรดไหลย้อน (GERD): แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว
  • กระเพาะอาหารอักเสบและแผลในกระเพาะ: เกิดจากการระคายเคืองจากอาหารรสจัดและแอลกอฮอล์ จนอาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
  • ลำไส้แปรปรวน: ปวดท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูกสลับกัน จากความเครียดและพฤติกรรมการกิน
  • ตับอ่อนอักเสบ: ความเสี่ยงสำคัญจากการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ซึ่งมีอาการปวดท้องรุนแรง

กลไกการทำงานของร่างกายเมื่อกินหนัก

ปกติกระเพาะอาหารจะใช้เวลาประมาณ 2–4 ชั่วโมงในการย่อยอาหาร แต่หากรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงหรือปริมาณมากเกินไป กระเพาะจะต้องทำงานหนักขึ้นและใช้เวลาย่อยนานกว่าปกติ ส่งผลให้การบีบตัวของลำไส้เล็กเพื่อดูดซึมสารอาหารเกิดความผิดปกติได้

วิธีดูแลระบบทางเดินอาหารให้แข็งแรง

คุณสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ง่ายๆ ด้วยการปรับพฤติกรรมดังนี้:

  • รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและเคี้ยวให้ละเอียด
  • หลีกเลี่ยงการกินมื้อใหญ่เกินไป ลดอาหารมันและรสจัด
  • จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  • เน้นทานผักผลไม้ที่มีใยอาหารสูง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหาร

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?

หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยทันที:

  • ปวดท้องเรื้อรัง หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระสีดำ
  • อาการกรดไหลย้อนที่ไม่ดีขึ้นแม้จะทานยาแล้ว

ข้อมูลโดย: พญ. ณัฐธิดา ศรีบัวทอง อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่