เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ซึ่งตรงกับวันสิ่งแวดล้อมสากล ประชาชนชาวเชียงรายและเชียงใหม่กว่า 1,500 คน รวมตัวกัน ณ เชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนเร่งแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน จากการทำ เหมืองแร่เถื่อน ในพื้นที่ตอนใต้ของรัฐฉาน ประเทศเมียนมา
วิกฤตน้ำพิษ! พบสารหนู-ปรอท เกินมาตรฐาน
เครือข่ายประชาชนปกป้องลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง เปิดเผยว่า ประชาชนในพื้นที่กำลังเผชิญปัญหาโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำ ซึ่งไหลมาจากรัฐฉาน โดยพบความผิดปกติของสีน้ำที่ขุ่นข้นแม้ในฤดูแล้ง จนนำไปสู่การตรวจสอบของ กรมควบคุมมลพิษ ซึ่งผลการตรวจคุณภาพน้ำ 3 ครั้ง พบสารปนเปื้อนดังนี้:
- แม่น้ำกก: พบโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานทุกครั้งที่ตรวจ
- แม่น้ำสาย: พบสารหนูและสารตะกั่วปนเปื้อนสูงจนน่าตกใจ
- แม่น้ำโขง: พบการปนเปื้อนที่สร้างความกังวลแก่ประชาชนในพื้นที่
เปิดหลักฐานเหมืองเถื่อน 40 จุด จ่อชายแดนไทย
จากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม พบหลักฐานการเปิดหน้าดินทำเหมืองแร่เถื่อน รวมถึง แร่แรร์เอิร์ท อย่างน้อย 40 จุด โดยบางแห่งตั้งอยู่ห่างจากพรมแดนไทยเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นฝีมือของนักธุรกิจชาวจีนที่เข้ามาลงทุนภายใต้เขตอิทธิพลของกองกำลังว้า (UWSA) โดยขาดมาตรฐานสากล
ผลกระทบที่รุนแรงต่อชีวิตและเศรษฐกิจ
วิกฤตครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้ทางการต้องแนะนำให้ประชาชน งดสัมผัสน้ำโดยตรง และงดบริโภคสัตว์น้ำ ส่งผลให้ชาวประมงขาดรายได้ เกษตรกรขาดความมั่นใจในการปลูกข้าว และประชาชนต้องใช้น้ำประปาด้วยความหวาดระแวง รวมถึงความกังวลว่าหากเกิดน้ำท่วมในฤดูฝน จะเกิดภาวะ “น้ำพิษ-โคลนพิษ” หลากเข้าท่วมบ้านเรือน
จี้ 2 ผู้นำเร่งหยุดหายนะสิ่งแวดล้อม
กลุ่มผู้ชุมนุมได้ส่งแถลงการณ์ถึง นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ให้เร่งหาช่องทางปิดเหมืองและฟื้นฟูระบบนิเวศ และส่งถึง ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ให้ยุติการลงทุนของบริษัทจีนที่ไร้ความรับผิดชอบ ซึ่งขัดต่อนโยบายสิ่งแวดล้อมของจีนเอง
ทั้งนี้ นายขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นผู้แทนรับเรื่องเพื่อนำเรียนนายกรัฐมนตรี โดยมีอธิบดีกรมควบคุมมลพิษและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายร่วมรับมอบหนังสือในครั้งนี้


