
ส่งออก ก.พ. ขยายตัวแผ่ว เหลือ 9.9% ทอง-สินค้าทุนดันนำเข้าโตแรง พณ.คาด มี.ค.-เม.ย.เจอพิษสู้รบตะวันออกกลาง เล็งปรับคาดการณ์เพิ่มจากติดลบ 1%
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ( 912,567 ล้านบาท) ขยายตัว 9.9% และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 11% การนำเข้า มีมูลค่า 32,273.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,013,733 ล้านบาท) ขยายตัว 31.8% โดยขาดดุล 2,833.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (101,166 ล้านบาท) ส่งผลให้ 2 เดือนแรกปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 61,012.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,893,311 ล้านบาท) ขยายตัว 17% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 15.8% การนำเข้า 2 เดือนแรก มีมูลค่า 67,149.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,013,733 ล้านบาท) ขยายตัว 30.5% และไทยขาดดุสะสม 6,137.1 ล้านเหรียญสหรัฐ (217,866 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์ ไทยได้ดุลสหรัฐ 4971 ล้านเหรียญสหรัฐ สะสม 2 เดือน รวม 9745 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไทยขาดดุลการค้าจีน เดือนกุมภาพันธ์ 6974 ล้านเหรียญสหรัฐ สะสม 2 เดือน 14,198 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ และ 2 เดือนแรกได้แรงขับเคลื่อนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า การกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระยะสอง ความต้องการด้านสินค้าเกษตรและอาหาร เช่น ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด สับปะรดสด ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป เป็นต้น รวมถึงการนำเข้าทองคำเพื่อการแปรรูปที่ขยายสูงกว่า 136% ขณะที่ตลาดส่งออกมuการขยายต่อเนื่องและเป็นบวกส่วนใหญ่ ทั้งสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น ยุโรป อาเซียน แอฟริกา รวมถึงตะวันออกกลาง สำหรับการนำเข้าขยายตัวสูง 31.8% ผลจากนำเข้ากลุ่มทุน วัตถุดิบเพื่อการผลิตเพื่อส่งออก ทองคำเพื่อการแปรรูป
น.ส.ณัฐิยากล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในเดือนมีนาคมเป็นต้นไป คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก หลังจากที่สหรัฐปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วันก่อนจะครบในเดือนกรกฎาคม สำหรับการเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 มีกรอบดำเนินการถึงกลางปี ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิตและการขนส่ง กระทบกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า เป็นความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด และได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ ผลักดันการส่งออกอาหารท่ามกลางวิกฤต พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง
“เดือนมีนาคมมูลค่าอาจต่ำกว่า 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไม่อาจประเมินได้ชัดว่าจะเหลือ 2.7-2.8 หมื่นล้านเหรียญหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังผันผวนตลอดเวลาว่าจะสู้รบรุนแรงหรือยืดเยื้อนานแค่ไหน ซึ่งก็ลุ้นในช่วงรอยต่อ 150 วันของการใช้ภาษีนำเข้าชั่วคราวของสหรัฐจะเป็นตัวเร่ง แต่ก็ยังติดขัดในเรื่องการขนส่ง ค่าระวางเรือ และต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยสนค.และกระทรวงพาณิชย์กำลังประเมินสถานการณ์เป็นรายเดือน ซึ่งในเดือนเมษายนจะมีการทบทวนตัวเลขคาดการณ์ส่งออกอีกครั้ง จากที่กระทรวงพาณิชย์ทำสมมุติฐานคาดการณ์ไว้ 3 ช่วง คือสถานการณ์ดีสุดส่งออกไทยปีนี้จะบวกได้ 1% หรือมีมูลค่าเฉลี่ย 2.83 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ระดับฐานที่มีโอกาสมากสุดคือลบ 1% หรือมูลค่าเฉลี่ย 2.75 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และ ระดับแย่สุดติดลบ 3% หรือมูลค่าเฉลี่ย 2.68 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ที่ต้องติดตามเตรียมรับมือมากสุดน่าจะในเดือนเมษายนเป็นต้นไป จะเป็นสะสมของปัญหาจากสู่รบในตะวันออกกลางจนกระทบต่อราคาน้ำมัน ขาดแคลนวัตถุดิบ และต้นทุนขนส่งสูงขึ้น” น.ส.ณัฐิยากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ส่งออกได้ประสานให้ทูตพาณิชย์ช่วยดูแลประสานงานกรณีขนส่งที่ยังติดระบบการขนถึงท่าในประเทศนำเข้าให้เร่งเจรจาขนย้ายสินค้า หากสินค้าใดไม่อาจส่งมอบได้ ภาคเอกชนจะใช้วิธีการกลับมาไทย เพื่อลดภาระต้นทุนสินค้าคงค้างในเรือที่จะทำให้เกิดต้นทุนสูงกว่าปกติ 2-3 เท่า ขณะที่สัญญาณส่งออกไทยในเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัวลดลงจากเดือนมกราคมขยายตัวได้ 24.4% และมีมูลค่าเกิน 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงโตแค่ 9.9% และมูลค่าไม่ถึง 3 หมื่นเหรียญสหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์ จึงมีโอกาสที่มีนาคมและเมษายนจะต่ำลงอีก
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#สงออกก.พ.69 #โตแผว #ขยายแค #พาณชยคาดม.ค.เม.ย.เจอพษสรบตะวนออกกลางซำเตมอก


