กางตำราชี้ทางรอด “ธุรกิจครอบครัวไทย” ตลท. จ่อปลดล็อค Dual-Class Shares หนุนกงสีเข้าตลาดหุ้น

0
0
ทางรอดธุรกิจกงสี
ทางรอดธุรกิจกงสี

คำกล่าวที่ว่า “รุ่นปู่สร้าง รุ่นลูกขยาย รุ่นหลานทำลาย” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นปัญหาที่ธุรกิจครอบครัวทั่วโลกต้องเผชิญ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการเปลี่ยนผ่านอำนาจที่ขาดกฎกติกาที่ชัดเจน จนนำไปสู่ศึกสายเลือดและการสูญเสียอำนาจการควบคุม

บทเรียนจากแบรนด์ระดับโลก: จุดเป็นจุดตายของกงสี

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้วิเคราะห์เคสธุรกิจระดับโลกเพื่อเป็นบทเรียนให้ผู้ประกอบการไทย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มชัดเจน:

  • กลุ่มที่ประสบความสำเร็จ: เช่น Hoshi Ryokan, Ford, Toyota, Mars, Hermès และ Patek Philippe ซึ่งมีโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถสืบทอดกิจการได้ยาวนานนับศตวรรษ
  • กลุ่มที่ล้มเหลวในการส่งต่อ: เช่น Gucci, LVMH และ Samsung (ในบริบทการส่งต่ออำนาจ) ซึ่งประสบปัญหาการสูญเสียอำนาจควบคุมหรือถูกฮุบกิจการ

กรณีศึกษาที่น่าสนใจ

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลท. ได้ยกตัวอย่าง 2 กรณีที่สะท้อนปัญหาสำคัญ:

  • Guinness: ความผิดพลาดจากการปล่อยมือเร็วเกินไป ให้มืออาชีพบริหาร 100% โดยลูกหลานไม่กำกับดูแล จนสุดท้ายถูก Takeover
  • The Wall Street Journal: ปัญหาจากผู้นำที่ไม่ยอมปล่อยวางและเกิดศึกสายเลือด จนทำให้โครงสร้างเปราะบางและถูกซื้อกิจการในที่สุด

ทางออกด้วยสูตร 6C และ Dual-Class Shares

จุดจบของธุรกิจที่ล่มสลายมักเกิดจาก “การขาดการกำกับดูแลกิจการที่ดี” ไม่มีโครงสร้างที่ชัดเจน และมีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเป็นปัญหาที่ธุรกิจครอบครัวไทยหลายแห่งกำลังเผชิญ

เพื่อแก้ปัญหานี้ ตลท. กำลังผลักดันกฎหมาย “Dual Class of Share” (หุ้นที่มีสิทธิออกเสียงแตกต่างกัน) เพื่อทลายกำแพงความกลัวเรื่องการเสียอำนาจบริหาร โดยมีจุดเด่นคือ:

  • ผู้ก่อตั้งสามารถระดมทุนขยายกิจการได้
  • แม้จำนวนหุ้นจะลดลง แต่ “สิทธิในการออกเสียง” ยังคงเหนือกว่านักลงทุนทั่วไป
  • ครอบครัวยังคงสามารถกำหนดทิศทางของบริษัทได้เช่นเดิม

หากมาตรการนี้สำเร็จ จะช่วยดึงดูดกองทุนต่างชาติและเพิ่มจำนวนบริษัทจดทะเบียนในไทยได้มหาศาล ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่