มาแรง! ซาอุฯเตือน น้ำมันพุ่งเกิน 180 ดอลล์ หากศึกอิหร่านลากยาวถึง เม.ย.

0
0
Ir3 5
Ir3 5

ซาอุฯเตือน น้ำมันพุ่งเกิน 180 ดอลล์ หากศึกอิหร่านลากยาวถึง เม.ย.

วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า เจ้าหน้าที่ด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบียคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งเกิน 180 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากวิกฤตด้านพลังงานที่มีต้นเหตุจากการหยุดชะงักของอุปทานที่เกิดจากสงครามของสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ยืดเยื้อไปจนถึงปลายเดือนเมษายนนี้

การคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงกว่า 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งยิ่งกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ หลังเกิดการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่านโดยอิสราเอล ทำให้อิหร่านโจมตีตอบโต้ไปยังเป้าหมายต่างๆ รวมถึงโรงแปรรูปก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลกในกาตาร์ รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบียและคูเวต

การซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้ามีความผันผวน โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐปิดลดลงเล็กน้อย 0.19% ที่ 96.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 108.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.18% แม้ระหว่างวันราคาจะพุ่งทะลุ 119 ดอลลาร์ เป็นครั้งที่ 2 ในเดือนมีนาคม ก่อนจะลดลงหลังรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินการเพื่อพยายามขยายอุปทาน และหลังจากการออกมาแสดงความเห็นของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่ระบุว่าเขาจะไม่โจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่านอีก แม้จะยังไม่แน่นอนว่าคำพูดของผู้นำอิสราเอลเชื่อถือได้แค่ไหนก็ตามที

ด้านตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง โดยในวอลล์สตรีท ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดลบ โดยก่อนหน้านี้ ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 ร่วงลงมากกว่า 10% จากที่เคยปิดในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 22 มกราคมปีนี้ ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 200 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคมปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญานว่าตลาดเริ่มอ่อนแรงและมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับตลาดขาลงมากขึ้น

ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 203.72 จุด หรือ 0.44% ปิดที่ 46,021.43 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 18.21 จุด หรือ 0.27% ปิดที่ 6,606.49 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 61.73 จุด หรือ 0.28% ปิดที่ 22,090.69 จุด ขณะที่ดัชนี MSCI ของหุ้นทั่วโลกลดลง 0.88% ด้านดัชนี STOXX 600 ของยุโรปลดลง 2.39% ซึ่งเป็นการร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม และปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน

ค่าสหความสัมพันธ์รายวันในช่วง 20 วันของดัชนี S&P 500 กับราคาน้ำมันเบรนท์และเวสต์เท็กซัสอยู่ในระดับ “ติดลบมากที่สุด” นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2004 ซึ่งหมายถึงราคาน้ำมันกับตลาดหุ้นเคลื่อนไหวสวนทางกันมากที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี

ไมเคิล อาโรน หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ State Street Investment Management กล่าวว่า ตลาดตอนนี้มีลักษณะเป็นสองด้านชัดเจน คือเมื่อราคาน้ำมันขึ้น เงินเฟ้อและคาดการณ์เงินเฟ้อก็ขึ้นตามไปด้วย ตลาดก็จะเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) แต่ถ้ามีปัจจัยช่วยให้ราคาน้ำมันนิ่งได้ ตลาดก็มีโอกาสฟื้นตัวเล็กน้อย

“สิ่งนี้บ่งชี้ว่านักลงทุนยังเชื่อว่าสงครามครั้งนี้เป็นสงครามระยะสั้นที่น่าจะมีทางออกภายในไม่กี่เดือน และหากมีปัจจัยใดที่หักล้างมุมมองนี้ ตลาดก็จะเผชิญแรงกดดันและเกิดความท้าทายขึ้นทันที” อาโรนกล่าว

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางของประเทศใหญ่หลายประเทศเลือกคงอัตราดอกเบี้ยไว้ เพื่อรอดูผลกระทบจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น

ธนาคารกลางอังกฤษมีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ย และกล่าวว่าพวกเขาพร้อมจะดำเนินการเพื่อป้องกันและรับมือความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลาง เช่นเดียวกับธนาคารกลางยุโรปก็ยังคงอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน โดยเตือนว่าสงครามอิหร่านกำลังทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไม่แน่นอนมากขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางสหรัฐต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับสงครามในแถลงการณ์นโยบายก่อนหน้านี้ โดยยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม

ด้านราคาทองคำสปอตเพิ่มขึ้น 0.8% มาอยู่ที่ 4,686.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#ซาอฯเตอน #นำมนพงเกน #ดอลล #หากศกอหรานลากยาวถง #เม.ย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่