มาแรง! เจษฎ์ หวั่นเกิดวิกฤตพลังงาน จี้ รบ.เร่งแก้ข้อครหา ความโปร่งใสโครงสร้างราคาน้ำมัน ผลประโยชน์ทับซ้อน 

0
0
E0B980E0B888E0B8A9E0B88EE0B98C1
E0B980E0B888E0B8A9E0B88EE0B98C1

เจษฎ์ หวั่นเกิดวิกฤตพลังงาน จี้ รบ.เร่งแก้ข้อครหา ความโปร่งใสโครงสร้างราคาน้ำมัน ผลประโยชน์ทับซ้อน 

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายเจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์พลังงานของไทยในปัจจุบัน ว่า ประเทศจะยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤต แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตการณ์ได้ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ข้อครหาเรื่อง ความโปร่งใสเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมัน และผลประโยชน์ทับซ้อน การลอยตัวค่าน้ำมัน อาจจะเป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องทำ แต่ต้องบอกให้ประชาชนทราบ หลายเรื่องท่านอาจจะมองเป็นธุรกิจ สิ่งที่เป็นต้นทุน หรือสิ่งที่เป็นกลไกในการดำเนินธุรกิจ อาจไม่จำเป็นต้องบอกประชาชน แต่สาธารณูปโภคหลัก เช่น น้ำมัน ที่จำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิต ต่างกับสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น

นายเจษฎ์ กล่าวว่า วันนี้ปัญหาอาจไม่ใช่การสื่อสาร แต่คือความจริงไม่ได้ถูกนำเสนอ หรือความน่าเชื่อถือไม่มี เช่น ราคาน้ำมันปรับขึ้น 6 บาท รัฐจำเป็นต้องชี้แจงโครงสร้างให้ชัดเจนว่ามาจากส่วนใดบ้าง เช่น เป็นการสะท้อนราคาตลาดโลก 4.50 บาท หรือเป็นการเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเพื่อรักษาสถียรภาพในอนาคต หากประชาชนไม่ทราบถึงต้นทุนที่แท้จริง ย่อมเกิดความรู้สึกเชิงลบและมองว่าถูกขูดรีดเอาเปรียบ เช่น ทำไมตรึงราคา15 วัน ได้ ก็ต้องบอกว่าเอาเงินมาจากไหน ถ้าเงินเหล่านั้นไม่ได้ยั่งยืน สุดท้ายก็ต้องมีการเก็บสะสมเอาไว้เพื่อชดเชย ต้องบอกกันว่าถ้าเกิดรักษาสถียรภาพรักษาราคาไว้ตลอด ท้ายที่สุดเงินก็จะหมด

นายเจษฎ์ กล่าวว่า การชี้แจงสัดส่วนการใช้น้ำมันภายในประเทศเทียบกับการนำเข้า โดยเฉพาะความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ด้านพลังงานของไทย รวมถึงความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ล้วนเป็นปัจจัยคุกคามที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ส่วนการใช้รถไฟฟ้า ใช้แผงโซลาร์ เป็นระยะกลางที่ส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทดแทนการใช้น้ำมัน

โดยรัฐบาลต้องเข้ามาช่วยพัฒนาไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ท้ายที่สุดในระยะยาว ต้องมองภาพให้เห็นว่าประชาชนจะต้องรู้เรื่องพลังงาน ซึ่งสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจจะไม่จบเร็ว แม้กระทั่งสถานการณ์ข้างบ้าน อย่างไทยกับกัมพูชา ยังต้องคอยติดตามคอยเฝ้าระวัง จะต้องมีการจัดการอย่างไร เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะกลายมาเป็นภัยคุกคามได้ต่อไป ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันเท่านั้น

นายเจษฎ์ กล่าวว่า มองว่าที่ผ่านมารัฐบาลทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ประเด็นที่เปราะบางที่สุดคือความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หากปล่อยให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการประกอบธุรกิจพลังงาน เข้ามามีบทบาทในการบริหารราชการแผ่นดิน จะทำให้เกิดข้อกังขาว่าเป็นการทำเพื่อส่วนรวม หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตน หากประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจ อาจนำไปสู่การเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในที่สุด และต้องคิดไปเบื้องหน้าว่าสถานการณ์นี้อาจคงอยู่อีกนานและแย่ลง ถ้าไม่เตรียมการไม่บริหารให้ดี ไม่จัดการให้ได้ อาจจะเข้าสู่ภาวะวิกฤตจริง


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#เจษฎ #หวนเกดวกฤตพลงงาน #จ #รบ.เรงแกขอครหา #ความโปรงใสโครงสรางราคานำมน #ผลประโยชนทบซอน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่