กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจรักษาความปลอดภัย ยื่นหนังสือถึง พรรคกล้าธรรม เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลา (OT) ฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 เมษายน 2569 นี้ โดยระบุว่าอาจสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้าง
ประเด็นหลักของกฎกระทรวงฉบับใหม่
กฎกระทรวงฉบับนี้กำหนดให้ผู้ว่าจ้างต้องจ่ายค่าตอบแทนสำหรับการทำงานที่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน ดังนี้:
- ค่าล่วงเวลาในวันทำงาน: ไม่น้อยกว่า 1.25 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง
- ค่าล่วงเวลาในวันหยุด: ไม่น้อยกว่า 2.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง
ผลกระทบที่ผู้ประกอบการกังวล
นายปฏิเวศน์ อิสเรศโยธิน ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการ ระบุว่าในภาวะเศรษฐกิจถดถอยและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันและค่าครองชีพ การปรับขึ้นค่า OT จะส่งผลกระทบเป็นโดมิโน ดังนี้:
- ต้นทุนธุรกิจพุ่งสูง: ผู้ว่าจ้างไม่สามารถแบกรับค่าบริการที่เพิ่มขึ้นได้ และภาครัฐไม่สามารถปรับงบประมาณตามสัญญาได้ทัน
- เสี่ยงเลิกจ้าง: หากธุรกิจดำเนินต่อไม่ไหว อาจนำไปสู่การปิดกิจการและทำให้มี ผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น
- รายได้พนักงานลดลง: หากบริษัทจำกัดชั่วโมงทำงานไว้ที่ 8 ชั่วโมงเพื่อเลี่ยงค่า OT จะทำให้ รปภ. มีรายได้ลดลง ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ
- มาตรฐานความปลอดภัยลดลง: ผู้ว่าจ้างอาจหันไปจ้างแรงงานเองโดยไม่ผ่านบริษัท ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมาย
ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข
ทางกลุ่มผู้ประกอบการเสนอให้รัฐบาลพิจารณา 2 แนวทาง คือ เลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย ออกไปในระยะเวลาที่เหมาะสม หรือ ออกมาตรการเยียวยา เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวได้
ด้านนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ และนายอัครา พรหมเผ่า สส.พรรคกล้าธรรม ระบุว่าจะนำเรื่องนี้ไปประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกที่ยุติธรรมสำหรับทั้งฝ่ายผู้ประกอบการและแรงงานต่อไป


