เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 20 เมษายน 2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศไทย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แสดงวิสัยทัศน์นโยบายการต่างประเทศ โดยระบุว่า เข้ามารับตำแหน่งในช่วงปัญหากัมพูชา และเคยคิดว่าจะเกษียณ แต่กลับมารับตำแหน่งอีก พร้อมรองนายกฯ
โลกกำลังวุ่นวายไร้ระเบียบ การทูตไทยในอดีตอาจไม่เชิงรุกพอ เนื่องจากความไม่นิ่งของการเมือง รัฐบาลเปลี่ยน เศรษฐกิจไม่ดี แต่รัฐบาลปัจจุบันมีเสถียรภาพจากเสียงสภามั่นคง เป็นโอกาสผลักดันการทูตเชิงรุก
หลักการทูตเชิงรุก 4 ประการ
- มียุทธศาสตร์ ไม่แก้ปัญหาวันต่อวัน แต่กำหนดทิศทางเป้าหมายชัดเจน
- รวดเร็วทันท่วงที เช่น ตั้งวอร์รูมติดตามวิกฤตตะวันออกกลาง ดูแลคนไทย 24 ชม.
- เอกภาพ นโยบายและการทำงานข้ามกระทรวง เช่น ไทย-กัมพูชา ทีมไทยแลนด์
- สื่อสารโปร่งใส ในยุคประชาธิปไตย บอกประชาชนว่างานทูตช่วยอย่างไร
ความท้าทายเร่งด่วน
ไทย-กัมพูชา: หยุดยิงแล้ว แต่ต้องก้าวข้ามขัดแย้ง อยู่ร่วมกันเป็นเพื่อนบ้าน แม้กัมพูชายังไม่พร้อมคุยจริงจัง
วิกฤตตะวันออกกลาง: ไทยวางตัวพอดี ไม่เยอะหรือน้อยเกิน ไม่เห็นด้วยกับสงคราม ยึดกฎหมายระหว่างประเทศ ระวังผลประโยชน์ โดยยังมีเรือสินค้าของไทยติดช่องแคบฮอร์มุซ 6 ลำ เป็นปุ๋ย ปิโตรเลียม และก๊าซ เน้นดูแลคนไทยและผลประโยชน์ชาติ
การทูตคือผลประโยชน์และความมั่นคงหลายมิติ ชายแดนปลอดภัย ความเชื่อมโยงเพื่อนบ้าน การแข่งขันมหาอำนาจไม่เลือกข้าง แต่รักษาจุดยืน เสริมสันติภาพอาเซียน
การทูตเศรษฐกิจ และความมั่นคงมนุษย์ เช่น โรคระบาด ภัยพิบัติ อาชญากรรมข้ามชาติ ออนไลน์สแกม ต้องสัมผัสประชาชนได้
ไทยต้องมีอิมแพ็คเวทีโลก สร้างระเบียบใหม่ให้ประเทศเล็กมีสิทธิ์ การทูต 2.0 ครอบคลุมการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ภาคประชาชน ทีมไทยแลนด์ไปไกลกว่าประเทศไทย


