
ชาวนาเครียดหนัก วิ่งหาดีเซล-ปุ๋ย แถมถูกกดราคาข้าว ขู่ลุกฮือบุกทำเนียบ
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า เกษตกรชาวนากำลังประสบปัญหาหนัก 3 เรื่อง คือเรื่องแรก การหาซื้อน้ำมันดีเซลเพื่อเติมในเครื่องจักรในการเพาะปลูกยุ่งยาก โดยเฉพาะการไม่สามารถนำภาชนะแกลลอนไปเติมน้ำมันดีเซลได้ หรือหากให้เติมในภาชนะได้ก็แค่ 300-700 บาท ทั้งนี้ เครื่องมือและรถไถต้องใช้ต่อครั้งเกินพันบาทขึ้นไป ตอนนี้หลายพื้นที่อยู่ระหว่างทยอยเก็บเกี่ยวข้าวเปลือก ถ้าเก็บไม่ทันจะเสียหายหนักขึ้น อยากให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางกระจายน้ำมันให้ทั่วประเทศเหมือนปกติ เข้มงวดลงโทษพ่อค้าน้ำมันที่กักตุนหรือบิดเบือนตลาดอย่างจริงจัง ควรปล่อยให้เติมได้ปกติ ใครไปก่อนได้เติมก่อน ไม่ใช่อ้างเรื่องโควต้ากับองค์กรหรือหน่วยราชการ ดีกว่าจะปล่อยให้ผลผลิตพืชไร่พืชสวนเสียหาย
นายปราโมทย์กล่าวว่า เรื่องต่อมา เริ่มกักตุนไม่ปล่อยขายปุ๋ย ตอนนี้อาจไม่เดือดร้อน แต่การปลูกข้าวและพืชบางชนิดรอบถัดไปเดือนพฤษภาคมนี้จะต้องใช้ปุ๋ยจำนวนมาก จะกลายเป็นวิกฤตต่อไป ตอนนี้ยังใช้ปุ๋ยน้อยแต่ราคาขยับไปมากแล้ว จากเดิมปุ๋ยยูเรียเคยกระสอบละ 800-900 บาท วันนี้ 900-1,100 บาทแล้ว หากคนไม่มั่นใจว่าเพียงพอ ราคาจะขยับไปเรื่อยๆ รัฐบาลต้องเร่งไปสกัดพ่อค้า แม้เป็นสินค้าควบคุมก็ควรใช้กฎหมายเอาผิดอย่างเคร่งครัด
นายปราโมทย์กล่าวต่อว่า และเรื่องที่สามคือ ราคาข้าวเปลือกเจ้า นาปรังปีนี้คาดมีผลผลิต 7-8 ล้านตัน ราคายังต่ำเฉลี่ย 6,500 บาทต่อตัน หากต้นทุนเพิ่มต่อเนื่อง อยากให้รัฐบาบใหม่กำหนดเพดานรับซื้อข้าวเปลือก 10,000 บาท(ความชื้นไม่เกิน 15%) และลดทอนราคาลงตามความชื้นที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ควรต่ำกว่า 7,000-8,000 บาทต่อตัน
“ผมได้สะท้อนปัญหาไปกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์แล้ว ตอนนี้ผมได้รับการร้องทุกข์จากชาวนากว่า 58 จังหวัดแล้ว ถึงการเข้าไม่ถึงน้ำมัน ปุ๋ย แถมราคารับซื้อจากโรงสียังต่ำ สมาชิกบ่นว่าเครียดมาก กำลังหารือจะประท้วงทั้งในระบบจังหวัด หากเร็วๆ นี้รัฐบาลใหม่ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้หรือทำให้คลี่คลายไม่ได้ ชาวนาทั่วประเทศอาจลุกฮือประท้วงครั้งใหญ่ บุกทำเนียบร้องถึงนายกรัฐมนตรี” นายปราโมทย์กล่าว
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ชาวนาเครยดหนก #วงหาดเซลปย #แถมถกกดราคาขาว #ขลกฮอบกทำเนยบ


