
วิกฤต‘ออยล์ช็อก’
สะเทือนท่องเที่ยว‘สงกรานต์’
หมายเหตุ – ภาคการท่องเที่ยวประเมินแนวโน้มและสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 จากผลกระทบวิกฤตพลังงานโลกอันเนื่องมาจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ประเทศไทยต้องปรับราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด เมื่อวันที่ 27 มีนาคม
สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา
นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา
ยอดจองห้องพัก อ.หาดใหญ่ เริ่มถูกยกเลิกการจองช่วงสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง เพราะนักท่องเที่ยวเริ่มไม่มั่นใจสถานการณ์น้ำมัน รัฐบาลควรรีบออกแถลงมาตรการและรีบแจงว่าน้ำมันเบนซินไม่ขาด สามารถเข้ามาท่องเที่ยวในไทย โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนได้ ไม่กระทบการเดินทาง อย่ารอให้วิกฤตกว่านี้ อย่าให้เรื่องนี้ซ้ำเติมท่องเที่ยวหาดใหญ่จากน้ำท่วมต่อเลย
เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นเทศกาลแห่งความคาดหวังทางการท่องเที่ยวที่จะฟื้นเมืองหาดใหญ่อย่างเต็มรูปแบบหลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมปลายปี 2568 โดยเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ อ.หาดใหญ่ จัดงานต่อเนื่อง 4 วัน คือวันที่ 10-13 เมษายน จากปกติจัดระหว่าง 12-13 เมษายนเท่านั้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน และให้สามารถได้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องลาหยุดงาน เนื่องจากวันที่ 10 ตรงกับวันศุกร์ จะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียนิยมเดินทางเข้ามาเที่ยว อ.หาดใหญ่ อยู่แล้ว
สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือ สื่อสารให้ชัดเจนผ่านช่องทางตรง หรือทางการว่าเบนซินยังมีเพียงพอ หรือให้คำแนะนำการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างไร อาจให้เตรียมสำรองมาได้หรือไม่ ส่วนของธุรกิจโรงแรม หากนักท่องเที่ยวไม่มา แต่ต้นทุนสูงขึ้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ยกตัวอย่างมาเลเซีย อย่างน้อยรัฐต้องเลือกอุ้มให้ภาคขนส่งเพื่อไม่ให้ลามไปวงการอื่นๆ ขึ้นราคา ส่วนภาคประชาชนน้ำมันราคาสูงขึ้น แต่มีน้ำมันเติมประชาชนรับได้ แต่สินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างอื่นไม่ขึ้นราคาหากขึ้นค่าขนส่ง เป็นต้น แต่รัฐบาลไทยกลับไม่บอกให้ชัดเจนเรื่องการอุ้มกลุ่มเหล่านี้ หรือมาพูดตอนหลังแต่สินค้าขึ้นราคาไปแล้วก็ไม่มีผลอะไร
ละเอียด บุ้งศรีทอง
ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน)
สถานการณ์ปั๊มน้ำมันไม่มีน้ำมันให้เติมถือว่าน่ากลัวมาก ประสบปัญหาด้วยตนเองจากการขับรถตระเวนหาน้ำมัน ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง-2 ชั่วโมง ได้เห็นรถเข้าแถวยาวหลายกิโลเมตร ใช้เวลานานมาก ได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชน ที่สำคัญน้ำมันดีเซลหมดแทบทุกปั๊ม ตอนนี้ราคาน้ำมันขึ้นอีก ซึ่งกลไกในการบริหารจัดการแย่มาก เป็นระบบที่สร้างความปั่นป่วน โกลาหล ประชาชนไม่เข้าใจความไม่ชัดเจนและไม่มีการสื่อสารที่ดีพอ โดยเฉพาะราคาน้ำมันปรับขึ้นแบบไม่มีความสมเหตุสมผล ประเทศไทยควรมีการจัดการที่ดีกว่านี้ เพราะสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ไม่เคยเกิด แต่คนที่อยู่ในห่วงโซ่การบริหารจัดการของประเทศต้องทำได้ดีกว่านี้ เพราะการทำธุรกิจควรมีความถูกต้อง ชัดเจน และโปร่งใส การจะมีส่วนต่างตามกลไกระดับโลกก็ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจได้ แต่กลับมีแต่การตั้งคำถามจากประชาชน
ปัจจุบันที่มีปัญหาคือ กลไกการจัดการ คนมีอำนาจตัดสินใจขาดวุฒิภาวะ ไม่มีความเข้าใจจริงในการบริหารจัดการมากกว่า ในภาวะสงครามเช่นนี้ เมื่อทำงานไม่ได้อย่ามาเป็นรัฐมนตรี อย่ามาเป็น ส.ส.เลยดีกว่า จะต้องรู้ตัวแล้วว่าเมื่อทำไม่ได้ก็ไม่ควรเข้ามาตั้งแต่ต้น เราเคยผ่านวิกฤตรุนแรงมาแล้ว น้ำมันเคยสูง 40 บาทต่อลิตร โควิด-19 ยังผ่านมาได้ ปีนี้เจอสงครามที่ส่งผลกระทบต่อพลังงาน ต้นทุนการทำธุรกิจ การใช้ชีวิตจึงต้องเป็นไปในเชิงลึก อยู่ให้เป็น บริหารจัดการตนเองอย่างเข้าใจบริบท เพราะเป็นเรื่องที่เราคุมไม่ได้ สำหรับประเทศไทยระยะสั้น กระทบต้นทุนพลังงานโดยตรง รัฐบาลต้องประคองไปให้ได้ ต้องรีบกลับมามองในเชิงบวกแล้วเร่งแก้และรับมือ เพราะไทยเป็นประเทศเกษตร หากินกับการท่องเที่ยว ต้องหาคู่ค้าใหม่ ตลาดใหม่มาทดแทน ไม่อิงไปกับตลาดผู้ยิ่งใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา หรือมิดเดิลอีสต์
เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ถือว่ายากมาก ต้นเดือนมีนาคม การยกเลิกจองที่พักทำรายได้หายไป 20% เดือนเมษายนซึ่งเป็นเทศกาลที่มีชื่อของเรา หากเทียบกับปีที่แล้ว 65% ปีนี้คงได้ไม่เกิน 50% ยอดจองคงไม่เกิน 20% รอดูสถานการณ์สัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า แต่เท่าที่ดูจากวันที่ 12-17 เมษายนแล้วน่าจะเฉลี่ย 35-40% ยังไม่แน่ใจว่าจะถึงหรือไม่ เพราะตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ปรับราคาไปแล้ว 3,000 บาทต่อเที่ยว ส่วนคนไทยคงชะลอตัวเพราะไม่เชื่อมั่นว่าเดินทางแล้วจะมีน้ำมันเติมระหว่างทางหรือเปล่า ห่วงเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เชื่อว่า 20-30% คงจะเดินทางมาอยู่ แต่ขอรอดูสถานการณ์ใกล้ๆ อีกทีว่าจะสามารถเติมน้ำมันได้ที่ไหน จะขาดแคลนหรือไม่ ส่วนใหญ่คงยังขับรถมาเพราะค่าเครื่องบินปรับขึ้น แต่คงจะลดจำนวนวันและใช้จ่ายน้อยลง
นักท่องเที่ยวไทยคงยังสูงกว่าต่างประเทศ แต่ปีนี้เชื่อว่าลดลง 10-20% แน่นอน ปลายเดือนนี้จะมีการประชุมกรรมการบริหารโรงแรมไทย จะหารือกันว่าจะทำอย่างไร กรมการท่องเที่ยว พาณิชย์ พลังงาน กรมการค้า ควรต้องเข้าใจแรงกระแทกที่จะเป็นโดมิโนนี้ว่าไม่ธรรมดา การจะออกแคมเปญมาควรต้องสมเหตุสมผล มีตลาดเชิงรุกใหม่ๆ กลไกเป้าหมายที่ชัดเจน สิ่งที่รัฐบาลควรเข้าใจคือ บริบทเมืองแต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกัน หากใช้วิธีการเดิมๆ ไม่ฉีกแนว ไม่ปรับกลยุทธ์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวก็ลำบาก ตอนนี้ผู้ประกอบการเองก็พยายามพึ่งตนเองเพื่อดึงศักยภาพให้ขายได้
สมศักดิ์ เสือบุญทอง
นายกสมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรมจังหวัดตรัง
การจองที่พักและทัวร์ท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ของ จ.ตรัง น้อยลง มีการยกเลิกการเดินทาง ก่อนหน้านี้ลูกค้าบอกว่าหากเดินทางมาท่องเที่ยวแล้วกังวลว่าจะไม่มีน้ำมัน การเดินทางไม่สะดวกราบรื่น แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเดินทางมาแล้วต้องใช้น้ำมันแพงเกินไป จึงน่าจะหยุดเที่ยวก่อน โดยประเมินว่าขณะนี้มีการยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วราว 20-30% ดังนั้น สถานการณ์ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นในขณะนี้คาดว่าจะมีการยกเลิกเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะยกเลิกเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น ทั้งค่ากินอยู่ โดยเฉพาะค่าน้ำมัน
ราคาน้ำมันที่ขึ้นมาพรวดเดียวถึงลิตรละ 6 บาท ในฐานะผู้ประกอบการที่มีเรือท่องเที่ยวด้วยก็ตกใจ เพราะล่าสุดไปซื้อน้ำมันมาเพื่อเติมเรือท่องเที่ยว 6 ถัง ต้องจ่ายถึง 60,000 บาททีเดียว ทำให้สถานการณ์ของเรือท่องเที่ยวบริเวณท่าเรือหาดปากเมง อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นประตูการท่องเที่ยวทะเลอันดามันได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างมาก
ปกติเรือนำเที่ยวใช้น้ำมันวันละ 100 กว่าลิตร คิดเป็นต้นทุนน้ำมัน 4,000 กว่าบาทต่อวัน โดยต้องเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 บาทต่อวัน ขณะที่ตั๋วที่จำหน่ายไปแล้วล่วงหน้ายังเป็นราคาเดิม คือหัวละ 950 บาท ผู้ประกอบการหารือกันแล้วคงต้องปรับราคาค่าทัวร์ขึ้นหัวละ 100 บาท เป็นหัวละ 1,050 บาทในเดือนเมษายนนี้ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสงกรานต์วันที่ 13-15 เมษายน ส่วนเรือเช่าเหมาลำขณะนี้คงต้องปรับราคาขึ้นด้วย เช่น เช่าเหมาลำเรือสปีดโบ๊ต จากเดิมวันละ 14,000 บาทต่อลำ เป็นวันละ 15,000 บาทต่อลำ ส่วนเรือหางยาวเที่ยวทะเลตรังปรับขึ้นลำละ 500 บาท เรือรับส่งปรับขึ้นลำละ 300 บาท ส่วนค่ารถรับส่งยังอยู่ระหว่างการประเมินว่าจะปรับขึ้นเท่าไร
แม้ไม่อยากทำแต่เราจำเป็นต้องปรับขึ้นทั้งหมด ไม่เช่นนั้นเราก็อยู่ไม่ได้ เพราะราคาน้ำมันมันแพงเกินไป โดยได้ประกาศแจ้งล่วงหน้ากับบรรดาลูกค้าแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังช่วงสงกรานต์จะประเมินอีกครั้งว่าจะปรับค่าบริการลดลงได้หรือไม่ แต่ก็ขึ้นกับภาวะราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นจริงด้วย หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นอีกถึงลิตรละ 50 บาท คงต้องเรียกประชุมผู้ประกอบการทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อประเมินว่าจะปรับราคากันอย่างไรเพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยู่ได้ เรื่องนี้สร้างความลำบากใจให้เราอย่างมาก เพราะจะไม่ปรับขึ้นก็ไม่ได้ หรือปรับขึ้นเยอะก็ไม่ได้ แต่เมื่อน้ำมันแพงแบบนี้ ค่าใช้จ่ายต่างๆ วัตถุดิบต่างๆ ก็ปรับขึ้นตามมากันหมด
แม้สถานการณ์ในช่วงโควิดระบาดจะรุนแรงกว่าเพราะคนเดินทางไปไหนไม่ได้เลย แต่ค่าใช้จ่ายในช่วงโควิดไม่มี ดังนั้น ประเมินว่าจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นเดือนเมษายนนี้น้อยกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน อีกทั้งราคาตั๋วเครื่องบินก็แพง ตอนนี้มา จ.ตรัง ที่นั่งละ 4,000-5,000 บาทต่อเที่ยวบิน ดังนั้น คาดการณ์ไว้ว่านักท่องเที่ยวจะลดลงเบื้องต้นราว 30% ส่งผลให้ยอดเงินสะพัดในช่วงดังกล่าวลดลงตามไปด้วยอย่างแน่นอน
ส่วนการตั้งรับของผู้ประกอบการก็ต้องแก้ไปตามสถานการณ์ เดิมพลังงานจังหวัดถามว่ายังพอหาน้ำมันได้ไหม เราตอบว่ายังพอหาได้ แต่ก็มาช็อกกับราคาน้ำมันขึ้นทีเดียวลิตรละ 6 บาท ถือว่าตั้งรับไม่ทันเลย เพราะมันเยอะเกิน หากเติมใส่รถอาจยังไม่รู้สึกมาก แต่ถ้าซื้อน้ำมันใส่ถังไปเติมเรือ เมื่อก่อนถัง 200 ลิตร ราคา 6,000 กว่าบาท แต่ตอนนี้ต้องจ่ายเพิ่มเป็นถังละ 8,000 กว่าบาท แพงขึ้นถึง 2,000 บาท
วัชรี ปรัชญานุสรณ์
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.นครราชสีมา
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบด้านพลังงานไปทั่วโลก ทำให้เกิดวิกฤตน้ำมันขาดแคลน ประชาชนแห่ต่อคิวเติมน้ำมันสำรองจำนวนมาก ล่าสุด คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร ทุกคนที่ทราบข่าวต่างช็อก ทั้งผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไป ย่อมกระทบต่อค่าอาหาร ค่าขนส่ง ค่าครองชีพทุกอย่าง เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนพื้นฐานที่สำคัญ ทุกอย่างจะขยับตามกระทบไปหมด ผู้ประกอบการจะมีค่าต้นทุนคงที่ เป็นค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าไฟ และอื่นๆ พอน้ำมันปรับราคาแพงลิ่ว กำไรหรือรายได้ย่อมลดลง แล้วจะหารายได้เพิ่มในช่องทางไหน ต้องทำวิธีใดเพื่อพยุงกิจการให้อยู่รอดต่อได้ ต่างพากันนั่งกุมขมับ เครียดแบบปัจจุบันทันด่วน ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบเต็มๆ ลูกค้ามาเที่ยวลดลงเพราะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น แถมเจอสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ส่งผลให้น้ำมันหายาก ทุกคนต่างประหยัดเงินในกระเป๋า รัดเข็มขัด ยังต้องเจอวิกฤตน้ำมันแพงอีก ลูกค้าที่เคยวางแผนพักผ่อนช่วงซัมเมอร์ หรือกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์หลายคนเปลี่ยนใจยกเลิก เพราะรถต้องใช้น้ำมันในการเดินทาง ส่วนกรุ๊ปทัวร์ กรุ๊ปสัมมนา-ศึกษาดูงานหลายๆ กรุ๊ปถูกยกเลิกไปด้วย เพราะนโยบายประหยัดของภาครัฐ
ปกติเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของ จ.นครราชสีมา อยู่แล้ว จะมีลูกค้ากรุ๊ป หรือวอล์กอิน มาเที่ยว พักค้างโรงแรม รีสอร์ต บ้านพัก ไม่มาก ส่วนใหญ่ช่วงสงกรานต์คนจะมุ่งกลับภูมิลำเนาไปฉลองกับญาติพี่น้องมากกว่า ไม่ได้แวะเที่ยวแวะพักเหมือนช่วงไฮซีซั่นฤดูหนาว พอมีมาตรการประหยัดพลังงานกับวิกฤตน้ำมันแพง กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นกรุ๊ปขอยกเลิกจองที่พักไปประมาณ 50% แต่ยังมีความหวังว่าช่วงสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวมาหรือไม่ เพราะโคราชอยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯมากนัก การเดินทางสะดวกรวดเร็ว หลายคนอาจตัดสินใจมาพักที่ปากช่อง-เขาใหญ่ เพราะไม่ต้องเดินทางไกลมาก น่าจะช่วยพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
อยากให้จังหวัด หน่วยงานภาครัฐช่วยสนับสนุน ผลักดันงบประมาณจัดอีเวนต์ หรือกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว รัฐบาลเองอาจสนับสนุนค่าใช้จ่าย อุดหนุนให้คนมาเที่ยวกันมากขึ้น โดยเน้นการท่องเที่ยวในจังหวัดหรือพื้นที่ข้างเคียง ไม่ต้องเปลืองน้ำมัน ที่สำคัญภาครัฐไม่ควรสั่งโครงการหรือแผนจัดประชุมสัมมนา เพราะเงินหมุนเวียนจากรัฐเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในยามที่เอกชนชะลอตัว ลำพังภาคประชาชนหรือภาคเอกชนได้รับผล กระทบอย่างหนักอยู่แล้ว ทุกคน ทุกกิจการต้องประหยัดค่าใช้จ่าย ถ้าหน่วยงานภาครัฐขอยกเลิกอีก ทุกอย่างจะหยุดชะงักเป็นอัมพาตไปหมด
อยากให้รัฐบาลคิดถึงการหมุนเวียนของเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวด้วย อาจนำกลยุทธ์ “ไทยเที่ยวไทย” มาใช้ อุดหนุนค่าใช้จ่ายให้คนในจังหวัดออกมาเที่ยวกันเองในจังหวัดมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและลดต้นทุนการเดินทางไกล
อนุชา เทียนชัย
ผู้แทนประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มภาคตะวันออก
ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวของภาคตะวันออกจะสะท้อนให้เห็นแบบแยกส่วนเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน จากท่ามกลางวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ จ.ตราด และ จ.จันทบุรี ขณะนี้ผลกระทบได้เริ่มส่งผลชัดเจนในกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ (Group) โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบริษัทเอกชน ที่ต้องตอบสนองนโยบายภาครัฐที่ให้ชะลอการเดินทางหรือหยุดกิจกรรมสัมมนา ทำให้มีการยกเลิก เลื่อนการจองห้องพักในแหล่งท่องเที่ยวหลักอย่างเกาะช้าง จ.ตราด หาดเจ้าหลาวและแหลมเสด็จ จ.จันทบุรี ไปจำนวนมาก ต่างจากกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ หรือกลุ่มครอบครัว ที่นิยมเดินทางไปเกาะกูดและเกาะหมาก ซึ่งพบว่าได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและวางแผนการเดินทางในช่วงปิดเทอมไว้ล่วงหน้าแล้ว แม้ต้นทุนค่าน้ำมันจะเพิ่มขึ้น แต่กลุ่มนี้ยังคงตัดสินใจเดินทางตามเดิม
ส่วนสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เกาะช้าง ขณะนี้ยังมีจำนวนหนาตา เนื่องจากปัญหาตั๋วเครื่องบินขากลับมีราคาแพงและเที่ยวบินเต็ม ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเลือกพำนักต่อ แต่เริ่มมีพฤติกรรมใช้จ่ายประหยัดขึ้น หันไปเลือกใช้บริการร้านอาหารริมทางแทนร้านอาหารขนาดใหญ่ เนื่องจากไม่ได้เตรียมงบประมาณสำหรับการพำนักระยะยาวไว้ ซึ่งภาคเอกชนมองว่าวิกฤตน้ำมันครั้งนี้แม้จะเป็นความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจ แต่ยังมองเห็นทางออกที่ชัดเจนกว่ายุคโควิด-19 เชื่อว่าหากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศคลี่คลาย ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว
ในพื้นที่เกาะช้าง หมู่เกาะหมากและเกาะกูด ยังพบเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางยังไม่เดินทางกลับ เพราะการเดินทางต้องผ่านตะวันออกกลาง รวมทั้งราคาค่าโดยสารเครื่องบินที่สูงขึ้น ซึ่งทางสายการบินกำลังเปลี่ยนไฟลต์ ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังอยู่ท่องเที่ยวในเกาะช้างและเกาะกูด แม้จะใช้จ่ายลดลง แต่ก็ยังสร้างรายได้ให้แหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะสถานประกอบการระดับรองลงมานับว่าส่งผลดีไม่น้อย
สำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาคตะวันออกในเขต 9 และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดประเมินว่านักท่องเที่ยวจะยังคงเดินทางเข้าสู่ภาคตะวันออกอย่างหนาตา เนื่องจากเป็นเทศกาลสำคัญที่คนไทยยอมจ่ายเพื่อการพักผ่อน แม้จะมีปัจจัยเรื่องน้ำมันแพงมาบีบคั้น คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มชนชั้นกลางและแรงงานจะยังคงเดินทางมาเล่นน้ำสงกรานต์ และวันไหลตามประเพณีของภาคตะวันออก ซึ่งแต่ละจังหวัดมีระยะเวลาที่ต่อเนื่องและมีเอกลักษณ์ เช่น จันทบุรีจะเล่นกลางคืน เป็นเอกลักษณ์และมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดมาร่วมงานกันมาก แต่อาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปท่องเที่ยวในจุดที่ใกล้กรุงเทพฯมากขึ้น เช่น บางแสน หรือพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ขณะที่พื้นที่ จ.ตราด และจันทบุรี จะยังคงรักษาฐานลูกค้ากลุ่มครอบครัวที่เน้นความเป็นส่วนตัวและมีกำลังซื้อได้อยู่
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนเตรียมยื่นข้อเสนอต่อภาครัฐเพื่อขอความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยเน้นการลดต้นทุนการเดินทางให้ประชาชน เช่น ขยายเวลาเปิดใช้มอเตอร์เวย์ฟรีจากเดิม 3 วัน เป็น 5 วัน เพื่อร่นระยะเวลาเดินทางและลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิง รวมถึงขอให้พิจารณาบริหารจัดการน้ำมันสำรองที่มีอยู่ในสต๊อกออกมาใช้พยุงราคาในช่วงเทศกาลเพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชน
นอกจากนี้ เรียกร้องให้พยุงราคาค่าไฟเพื่อลดภาระซ้ำเติมผู้ประกอบการ เนื่องจากไฟฟ้าเป็นต้นทุนที่รัฐบริหารจัดการได้ง่ายกว่าน้ำมันที่ต้องอิงราคาตลาดโลก สื่อมวลชนด้วยให้ช่วยนำเสนอข้อมูลข่าวสารตามความเป็นจริงและเน้นเชิงบวก เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกในประเด็นน้ำมันขาดแคลนจนนักท่องเที่ยวไม่กล้าออกจากบ้าน
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#วกฤตออยลชอก #สะเทอนทองเทยวสงกรานต


