อัปเดตล่าสุด พิพัฒน์ หาทางออกให้เรือประมงทั่วปท. หันมาใช้ B20 แทนน้ำมันเขียว เหตุราคาพุ่ง 1 เท่าตัว

0
0

‘พิพัฒน์’ หาทางออกให้เรือประมงทั่ว ปท. หันมาใช้ B20 แทนน้ำมันเขียวที่ราคาพุ่งสูง 1 เท่าตัว

เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานการหารือระหว่างนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นานกว่า 2 ชม. ก่อนที่นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับการประสานจากสมาคมฯ หารือเรื่องน้ำมันที่ใช้ในกลุ่มเรือประมงในน่านน้ำไทย ก่อนหน้านี้ในสภาวะปกติกลุ่มเรือประมงใช้น้ำมันเขียว หรือน้ำมันที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต ดังนั้น ราคาน้ำมันเรือประมงจะถูกกว่าราคาน้ำมันปกติประมาณ 10 บาท แต่เมื่อมีวิกฤตอ่าวเปอร์เซีย น้ำมันดิบราคาปรับขึ้นสูง กองทุนน้ำมันเข้าไปอุดหนุน แต่ราคาที่ออกจากโรงกลั่นยังคงสูงอยู่ กลุ่มเรือประมงรับภาระส่วนนี้ไม่ไหว เนื่องจากใช้ปริมาณน้ำมันมาก

นายพิพัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นรัฐบาลจะนำน้ำมัน B20 มาให้สมาคมเรือประมงใช้ก่อน สามารถใช้ได้ทุกลำ จะได้ต้นทุนถูกกว่า B7 5 บาท อีกทั้งในวันที่ 19 มี.ค. สมาคมประมงจะไปประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี เวลา 13.00 น. ที่อาคารรัฐสภา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยหาทางออกให้กับสมาคมฯ

ส่วนมาตรการจะช่วยเหลือให้ผู้ประกอบอาชีพในสมาคมประมงทำอาชีพต่อได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ ระบุว่า การจอดเรือไม่ใช่การประท้วง แต่คือการจอดเพราะออกไปแล้วขาดทุน ดังนั้น จึงบอกว่ามีอะไรให้มาคุยกันดีกว่า การไปประท้วง เช่น การเอาเรือไปจอดจะส่งผลกระทบให้ชาวบ้านเดือดร้อน อยากให้ส่งตัวแทนมาหารือกับรัฐบาล หากมัวประท้วงปิดถนน ปิดแม่น้ำลำคลอง ยิ่งส่งผลกระทบ และสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ไม่รู้เรื่องได้

ก่อนหน้านี้ นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร ได้เปิดเผยว่า เดิมก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันเขียวลิตรละ 17-18 บาท แต่ปัจจุบันขยับขึ้นมาอยู่ที่ 34.30 บาท และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นแตะ 40 บาท ในเร็วๆ นี้ หลังตรวจสอบราคาหน้าโรงกลั่นพบว่าอยู่ที่ประมาณ 39 บาทแล้ว

“เรือประมง 1 ลำ มีการใช้น้ำมันเฉลี่ยประมาณ 400-800 ลิตรต่อการออกเรือ 1 ครั้ง ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนผู้ประกอบการหลายรายเริ่มรับไม่ไหว หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น คาดว่าในอีกราวๆ 10 วัน หรือภายในสิ้นเดือนนี้ อาจมีเรือประมงต้องหยุดดำเนินการ 20-50% โดยเฉพาะเรืออวนลากที่จะได้รับผลกระทบและจอดก่อนเป็นกลุ่มแรก” นายมงคลกล่าว และว่า กลุ่มประมงชายฝั่งก็ประสบปัญหาไม่ต่างกัน ไม่สามารถหาซื้อน้ำมันใส่แกลลอนได้ง่าย เนื่องจากปั๊มน้ำมันหลายแห่งไม่มีจำหน่าย ต้องเดินทางไปต่อคิวปั๊มขนาดใหญ่ มีภาระค่าใช้จ่ายและเสียเวลาเพิ่มขึ้น

นายมงคลกล่าวด้วยว่า นายกสมาคมการประมงฯ จังหวัดต่างๆ และตัวแทนชาวประมงเตรียมเข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.งคมนาคม ขอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ให้ชาวประมงใช้น้ำมันในราคาที่เทียบเท่ากับปั๊มบนฝั่ง หรือใกล้เคียงกับภาคธุรกิจอื่น ๆ ไม่ใช่มีต้นทุนสูงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ขณะราคาสัตว์น้ำหน้าเรือ ณ ยังไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ยังคงอยู่ในราคาเดิม แต่ราคาหน้าแผงมีการขยับขึ้นบ้างแล้ว เนื่องจากผู้ค้าต้องมีค่าขนส่งจึงมีการต้องปรับราคาสินค้าบางประเภท หลังจากนี้หากเรือประมงไม่สามารถออกหาปลาและนำวัตถุดิบสดเข้าสู่ตลาดได้ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคธุรกิจอื่น โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารที่รับซื้อสินค้าประมงหน้าเรือ ซึ่งอาจขาดแคลนวัตถุดิบในการประกอบอาหาร และกระทบต่อผู้บริโภคในวงกว้างในที่สุด


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#พพฒน #หาทางออกใหเรอประมงทวปท #หนมาใช #B20 #แทนนำมนเขยว #เหตราคาพง #เทาตว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่