ด่วน! ‘ณวัฒน์’ เคลียร์จบ ‘อนุทิน’ ถอนฟ้องหมิ่นปมโควิด ไกล่เกลี่ยคนละครึ่งทาง เหลือคดีกับ ‘กามิน’

0
1
S  1507901
S 1507901

‘ณวัฒน์’ เคลียร์จบ ‘อนุทิน’ ถอนฟ้องหมิ่นปมโควิด ไกล่เกลี่ยคนละครึ่งทาง เหลือคดีกับ ‘กามิน’

หลังจากที่ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ได้โพสต์ข้อความขอบคุณ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ถอนฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทต่อศาลอาญา ปมไลฟ์สดเมื่อปี 2564 เรื่องสถานการณ์โควิด-19 ที่ได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในขณะนั้น

ล่าสุด ในงานเปิดตัว THE GRAND CLINIC ของบอสณวัฒน์ ที่ ชั้น1 ศูนย์การค้า เดอะวอล์ค เกษตรนวมินทร์ ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า

เรื่องโพสต์ที่บอสโพสต์ สรุปที่มาที่ไปคืออะไร?
“คือเมื่อวานซืนกับเมื่อวานก็ขึ้นศาล แล้วก็ต้องขอบคุณผู้พิพากษาที่พยายามจะไกล่เกลี่ย ตอนแรกสถานการณ์ก็ไม่ค่อยดี ก็เจอกันคนละครึ่งทาง เราก็คิดว่าเราต้องยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเป็นแบบไหน ทุกคนคงเข้าใจได้นะครับ แล้วก็ผมเองศาลชั้นต้นยกฟ้องไปแล้วว่าไม่มีมูลเหตุที่จะฟ้อง แต่การอุทธรณ์ของท่านทำให้ศาลกลับมารับฟ้องได้ แล้วถ้าเราสืบแล้วพิพากษา เราก็มั่นใจ แต่ทางโน้นก็ยื่นไมตรีมาว่าขอเจอกันคนละครึ่งทางเพื่อลดปัญหา เราก็ยินดี ก็เลยเจอกันแบบนั้นนะครับ สรุปก็คือจบ คดีเมื่อวานนี้ก็เลยอยู่บนศาลแค่ประมาณเที่ยง แล้ววันนี้จริงๆ ต้องสืบอีกวันก็ไม่ได้สืบแล้ว ก็ถือว่าคดีถึงสิ้นสุดกันไประหว่างผมกับท่าน ก็คงเข้าใจสถานการณ์เนอะ​ วันนี้ก็ดีใจกับท่านด้วยได้เป็นนายกแล้ว ดีใจกับท่านด้วยจริงๆ อันนี้ผมพูดตรงๆ นะ เพราะว่าอยากให้ท่านไปโฟกัสเรื่องใหญ่ๆ เรื่องระดับประเทศที่จำเป็นมากๆ เรื่องกระทบกระทั่งกันด้วยเรื่องที่มันเป็นเรื่องปกติ เป็นผู้ป่วยจริง​ ผมว่าท่านเองก็คงจะเข้าใจในตรงนี้ด้วยครับ”

ไม่ได้เจอตัวจริงใช่ไหม?
“ไม่เจอครับ ได้เจอท่าน สส. ท่านหนึ่ง ที่ท่านมอบอำนาจมา เป็น สส. อยู่ในคณะใหม่”

บอสมีความรู้สึกว่าโอเคไหม?
“สำหรับผมถามว่าโอเคไหม ผมก็ต้องตอบว่าโอเค ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ทั้งหมด แต่เราต้องเข้าใจ เราก็แฮปปี้ตามนั้น มันจะได้จบๆ กันไป เพราะก็ไม่อยากให้ทุกคนเป็นภาระซึ่งกันและกัน ไปดูน้ำมันแพงดีกว่า ไปดูน้ำมันไม่มีในปั๊มดีกว่า มันไม่มีจริงไหม หรือมันยังไม่ขาย รอขึ้นราคาหรือเปล่า ควรจะไปทำงานอย่างอื่นครับ”

คดีจบสิ้นหมดแล้วใช่ไหม?
“ตอนนี้ผมกับรัฐบาลทุกคนก็จบสิ้นลงหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคุณประยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นคุณอนุทิน ไม่ว่าจะเป็นคุณปารีณา เราก็เคลียร์หมดแล้ว อันนี้เป็นคดีแรกที่ไกล่เกลี่ย ที่เหลือก็พิพากษาแล้ว ตอนนี้เหลือคดีเดียวคือกามิน ในชีวิตเหลือคดีเดียวครับ ซึ่งจะเริ่มสืบเดือนพฤษภาคม”

ทำไมเราจะต้องมาระมัดระวังเรื่องนี้ไหม?
“จริงๆ ผมก็ยังอยากพูดเพื่อจุดความน่าสนใจให้คนในสังคมได้ตั้งคำถาม ได้เฝ้าสังเกต แต่เราก็ต้องยอมรับเหมือนกับคนที่ไปฟ้องกกต. ทั้งๆ ที่รู้สึกเป็นแบบนั้น แต่ กกต. ก็ฟ้องกลับระเนระนาด ถามผมว่าผมจะทำต่อไหม​ ผมก็ทำ เพราะว่าเรามาถึงจุดนี้แล้ว แต่ว่าก็ต้องวอนองค์กรอิสระและคนของรัฐบาลว่า คุณต้องเข้าใจหัวอกของคนที่เป็นคนไทยด้วยว่าเขารู้สึกอย่างไร การที่คุณรับฟังมันคือการเอาใจใส่ แต่ถ้าคุณไม่ฟังมันจะหมายถึงการเอาแต่ใจ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าทุกอย่างมันเดินหน้าได้ เพราะมันใช้องค์กรที่มันเกี่ยวข้องกับระบบภาษีทั้งหมด เมื่อภาษีเป็นของประชาชน ประชาชนเป็นเจ้านาย เราต้องนึกอยู่เสมอว่าเราคือเจ้านาย แล้วเจ้านายสอบสวนถามลูกน้องไม่ได้ กกต. ก็ลูกน้องของประชาชน มันก็แปลก พูดอย่างงี้เดี๋ยวจะฟ้องอีกหรือเปล่าไม่รู้ เวียนหัวมาก”

ถ้าเป็นคำถามของนางงามมีอยู่ในเกณฑ์ไหม?
“มีครับ มีแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เกี่ยวกับการเมือง เพราะนางงามตอบใช่ไหม นางงามก็ขึ้นศาล (หัวเราะ)”

แต่เราเปิดซองให้นางงามก่อนไหม?
“ก็ดูพัชรพรสิครับ กว่าจะเคลียร์กับลุงตู่ได้ ผมว่าเวทีมิสแกรนด์อยากเป็นเวทีที่หยิบยื่นประเด็นให้สังคมตระหนักคิด แต่ไม่ได้ชี้นำว่าใครเลวใครชั่ว และก็ไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีใคร นำเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วมาพูด ไม่เคยเอาเรื่องในจินตนาการอนาคตมาเล่า อย่างเช่นผมพูดถึงเรื่องโควิด ซึ่งเกิดเสร็จหมดแล้วทุกอย่างกับตัวเรา อย่างพูดกับ กกต. เราก็พูดถึงเรื่องที่มันเกิดแล้ว เช่น บัตร QR code เรื่องไม่ให้นับใหม่ เรื่องที่พิมพ์บัตรเกิน 3 ล้าน เรื่องที่พิมพ์โรงพิมพ์ของรัฐบาล มหาดไทยพิมพ์ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ว่าในใบจัดซื้อจัดจ้างมันมีบอกไหมว่าต้องมี QR code มันไม่มี แล้วรับสินค้ากันยังไง อันนี้คือเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่ต้องมาฟ้องผมนะ นี่มันเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นท่านมีหน้าที่อธิบาย หรือตอบข้อสงสัยของคนสงสัย เท่านั้นเอง”

เวลาที่นางงามตอบคำถามการเมือง มักจะตอบแรง จนบางคนบอกพูดยังไง พูดยังไง?
“ผมว่ามันอาจจะมีสัก 10 เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องยอมรับว่าตอบแรง แต่ว่าโดยปกติแล้วอยากให้ทุกคนทราบว่า เด็กในรุ่นเหล่านี้มันเป็นอย่างงี้กันเกือบหมดแล้ว พูดอะไรมันก็แรง อย่าไปหารุ่นคุณตาคุณยายเลย นั่นเขาไม่กล้าพูด เขาเกรงใจทุกคน ไปอำเภอยังไหว้เจ้าหน้าที่เสมียนอยู่เลย มาขอแบบฟอร์มลงทะเบียนทำบัตรประชาชนใหม่ก็ไหว้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ไหว้ เจ้าหน้าที่ 20-30 อายุ คุณตาคุณยาย 70 ไหว้ ผมว่าประเทศไทยมันแปลกๆ เด็กเหล่านี้เขานับถือสิทธิของเขาเป็นหลัก ก็ให้เขาพูดไปเถอะดีแล้ว ถ้าเขาไม่พูดแบบนี้ประเทศเราจะลำบาก”


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#ณวฒน #เคลยรจบ #อนทน #ถอนฟองหมนปมโควด #ไกลเกลยคนละครงทาง #เหลอคดกบ #กามน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่